ผู้นำจีนเริ่มต้นการเยือนแอฟริกา ระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง
นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เดินทางถึงแทนซาเนีย เพื่อเริ่มต้นการเยือนแอฟริกาแล้ว โดยในตอนแรกหลายประเทศในแอฟริกามองว่าจีนสามารถถ่วงดุลอิทธิพลของตะวันตกได้ดี แต่เมื่อความสัมพันธ์ของสองฝ่ายสุกงอมแอฟริกาก็รู้สึกว่ากำลังส่งออกวัตถุดิบไปจีนมากเกินไป และหมดเงินก้อนใหญ่ไปกับการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีน
นักธุรกิจคนหนึ่งในแทนซาเนีย กล่าวว่าตลาดแทนซาเนียเต็มไปด้วยสินค้าปลอมจากจีน ขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศร่อยหรอลง ถึงเวลาของการเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียม ซึ่งแทนซาเนียกับจีนได้ประโยชน์เท่าเทียมกันแล้ว จากปัจจุบันที่จีนได้เปรียบมากกว่า
ขณะที่นายจง เจียนหัว ทูตพิเศษของจีนประจำแอฟริกา ยอมรับเสียงวิจารณ์ที่ว่าบริษัทจีนใช้คนงานจากประเทศตัวเองไปทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและเหมืองในแอฟริกา โดยมีการประเมินว่ามีคนงานจีนเกือบ 1 ล้านคนในแอฟริกา
อย่างไรก็ตาม บางประเทศดูเหมือนไม่วิตกมากนักกับที่จีนใช้คนงานจากประเทศของตัวเอง โดยเฉพาะในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยทูตคองโกประจำกรุงปักกิ่งกล่าวว่าจีนไม่ได้เข้าไปในคองโกเพื่อสร้างงาน
ทั้งนี้ หลังจากเยือนแทนซาเนียแล้ว นายสีจะไปแอฟริกาใต้เพื่อเข้าร่วมการประชุมกลุ่มบริกส์ ซึ่งที่ประชุมอาจรับรองแผนการตั้งกองทุนสำรองอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกัน รวมถึงตั้งธนาคารโครงสร้าง ซึ่งข้อเสนอนี้ตอกย้ำความไม่พอใจของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ต้องพึ่งพาธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศมากเกินไป โดยทั้งสองสถาบันนั้นถูกมองว่าสะท้อนผลประโยชน์ของสหรัฐและชาติอุตสาหกรรม
การเยือนแอฟริกาของนายสี ระหว่างการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งเมื่อกลางเดือน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่แอฟริกามีต่อจีน โดยได้แรงขับจากความต้องการทรัพยากรของจีน
บริเวณท่าเรือน้ำลึกอีสต์แอฟริกา ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดที่มีความร้อนแรง หลังจากมีการค้นพบก๊าซปริมาณมหาศาล ซึ่งทำให้แทนซาเนียกับโมซัมบิกมีก๊าซสำรองรวมกันกว่า 180 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต





