วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประเทศลุ่มน้ำโขงเชื่อมคมนาคมรับเออีซี

5 ชาติลุ่มน้ำโขง ลาว กัมพูชา พม่า ไทย และเวียดนาม เร่งเชื่อมโยงระบบคมนาคม รับเออีซี

ประเทศลาว กัมพูชา พม่า ไทย และเวียดนาม ยอมรับว่ายังมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพัฒนาในการเชื่อมโยงระบบคมนาคมเพื่อส่งเสริมการค้าขาย ก่อนจะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการในปี 2558

ผู้นำจาก 5 ประเทศได้หารือประเด็นดังกล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดยุทธศาสตร์การร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง (แอ็คเม็ก) ครั้งที่ผ่านมา โดยทั้ง 5 ประเทศได้รับรองแถลงการณ์จากที่ประชุมสุดยอด และรับรองแผนปฏิบัติการสำหรับปี 2556-2558 ที่ได้ระบุเป้าหมายหลักที่จำเป็นต้องบรรลุก่อนเออีซีจะเปิดอย่างเป็นทางการ

ผู้นำได้ตกลงที่จะใช้เครือข่ายคมนาคมทางถนนและเขตชายแดนธุรกิจที่มีอยู่ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อที่จะส่งเสริมการค้าขาย การลงทุน และการท่องเที่ยว ขณะที่การพัฒนาการเชื่อมต่อระบบคมนาคมยังคงจะเป็นกุญแจหลักในความร่วมมือของกลุ่มประเทศทั้ง 5

นอกจากนี้ แอ็คเม็กยังสนับสนุนการพัฒนาระบบเชื่อมต่อทางอากาศระหว่างเมืองใหญ่ต่างๆ รวมถึงแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติใน 5 ประเทศ และระบบรถไฟและถนนหนทาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของการทำธุรกิจและการท่องเที่ยว

หนึ่งในข้อตกลงสำคัญที่ผู้นำทุกคนเห็นพ้องกัน คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการเงินและการธนาคาร เช่น เพิ่มสาขาของธนาคารและบริการทางการเงินในประเทศของตน เพื่อทำให้การค้าขายข้ามพรมแดนสะดวกขึ้น

นอกจากนี้ ต่างฝ่ายต่างสนับสนุนให้มีการใช้สกุลเงินของตนเองเป็นตัวกลางในการค้าขายและธุรกรรมต่างๆ อีกประเด็นที่ได้มีการเน้นย้ำ คือความจำเป็นที่จะต้องเร่งขยายศูนย์บริการครบวงจรและจุดตรวจสอบสินค้าระหว่างพรมแดน รวมถึงการทำให้ระบบศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และการตรวจสุขอนามัยตามจุดพรมแดนต่างๆ ให้ซับซ้อนน้อยลงและมีมาตรฐานเดียวกัน

ผู้นำทั้ง 5 ประเทศยังตกลงที่จะสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการจัดงานส่งเสริมการค้า การลงทุน งานแสดงสินค้า และนิทรรศการ โดยเฉพาะตามจังหวัดชายแดน

ด้านประเด็นเกี่ยวกับเกษตรกรรม ผู้นำทุกประเทศจะเร่งให้เกิดกลไกความร่วมมือในการผลิตข้าวระหว่างประเทศทั้ง 5 และกระตุ้นให้เกิดการเจรจาระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกกับคู่ค้าเพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวและเพิ่มความมั่นคงด้านอาหาร

นอกจากนี้ กลุ่มประเทศแอ็คเม็กจะยังส่งเสริมให้มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมระหว่างพรมแดนของกลุ่มประเทศสมาชิก รวมถึงพื้นที่ที่มีศักยภาพตามแนวเขตเศรษฐกิจ ซึ่งจะเน้นการเติบโตที่้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งนืน รวมถึงส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน