รัฐสภาไซปรัสเล็งไม่รับร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีเงินฝาก ระหว่างการประชุมคืนนี้
สหภาพยุโรป (อียู) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่าประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลไซปรัสจัดเก็บภาษีเงินฝาก แลกเปลี่ยนกับเงินช่วยเหลือจำนวน 1 หมื่นล้านยูโรเพื่ออุ้มระบบธนาคารของไซปรัส
อย่างไรก็ตาม นายคริสตอส สไตลิอานิเดส โฆษกรัฐบาลไซปรัส คาดการณ์ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวคงจะไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาที่มีส.ส.อยู่ทั้งหมด 56 คน โดยข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้เกิดการจัดเก็บภาษี 6.75% สำหรับผู้ที่มียอดในบัญชีเงินฝาก 100,000 ยูโร และ 9.9% สำหรับผู้ที่มีเงินฝากสูงกว่า 100,000 ยูโร
คาดว่าส.ส.จะประชุมกันวันนี้เวลา 23.00 น.ตามเวลาในไทย เพื่ออภิปรายร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งหากร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ผ่านสภาจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ล้มละลายและรัฐบาลไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายภาครัฐต่างๆ ได้
พรรคการเมือง 3 พรรคแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีดังกล่าว ในขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอีกพรรคก็กล่าวเช่นกันว่าไม่สามารถที่จะสนับสนุนแผนการดังกล่าวได้ ทำให้ไม่ชัดเจนจะมีการเลื่อนลงคะแนนเสียงออกไปอีกหรือไม่
เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีนิคอส อนาสตาซิอาเดซ ได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี และคาดว่าวันนี้เขาจะโทรฯหาผู้นำเยอรมนีอีกครั้ง นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลไซปรัสกล่าวว่า ประธานาธิบดีอนาสตาซิอาเดซอาจจะขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียด้วย
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวเก็บภาษีเงินฝาก ชาวไซปรัสจำนวนมากได้แห่กันถอนเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม ทำให้ธนาคารต้องขยายเวลาประกาศปิดทำไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.)
นอกจากนั้น ประชาชนหลายร้อยคนยังชุมนุมประท้วงหน้ารัฐสภา โดยครูฟิสิกส์คนหนึ่งกล่าวว่าธนาคารและนักการเมืองควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่โยนภาระมาให้ประชาชน


