ผลการศึกษาของศูนย์วิจัยพิว (Pew) ระบุ อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ของสหรัฐเริ่มมองเห็นความหวังที่ปลายอุโมงค์หลังประสบกับช่วงเวลาอันเลวร้ายมาหลายปี
ผลวิจัยดังกล่าวชี้ว่า แม้ขนาดของอุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์จะลดเหลือเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของที่เคยเป็นในอดีต แต่ก็ยังมีสัญญาณบวกอยู่บ้าง ซึ่งรวมถึงรายได้จากค่าบริการข่าวออนไลน์ "เพย์วอลล์" และสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่กระเตื้องขึ้นซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจหนังสือพิมพ์
ผู้จัดทำงานวิจัยชิ้นนี้เปิดเผยว่า ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในปี 2551 ที่ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์เริ่มเห็นโอกาสที่จะอยู่รอดในธุรกิจนี้
รายงาน "นิวส์มีเดีย 2013" ระบุว่า หนังสือพิมพ์เริ่มค้นหาวิธีต่างๆ อย่างเป็นกิจจะลักษณะในการหารายได้จากช่องทางใหม่และปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่
นักวิจัยกล่าวว่า สำนักข่าวบางรายซึ่งหันไปใช้ "โซเชียล มีเดีย" ในการโฆษณาข่าวของตน ยังเป็นสิ่งที่ใหม่เกินกว่าที่จะเอามาประเมินได้ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการบริโภคข่าวสารที่ชี้ให้เห็นช่องทางสร้างรายได้ที่มั่นคง
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยกล่าวว่าในระยะนี้ สัญญาณบวกดังกล่าวส่วนใหญ่ค่อนข้างยากจะเป็นจริง และเครื่องชี้พื้นฐานหลายอย่างยังซบเซา โดยยอดโฆษณาในสื่อสิ่้งพิมพ์ลดลงเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันในปี 2555 โดยลดลงไป 7.3% หรือเท่ากับ 1.5 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนั้น ภาพรวมธุรกิจโฆษณาในสหรัฐยังอ่อนแออย่างหนัก สะท้อนว่าภาคเอกชนต่างหันไปลงโฆษณาในสื่ออื่นๆ แทน
ศูนย์วิจัยพิวเปิดเผยว่า การโฆษณาในสื่อดิจิทัลในขณะนี้เทียบเท่ากับ 15% ของรายได้ค่าโฆษณาทั้งหมดของหนังสือพิมพ์ แต่เติบโตขึ้นเล็กน้อยในช่วง 2 ปีหลังและไม่พอชดเชยการขาดทุนจากสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์รายวันบางฉบับได้ปรับลดความถี่ในการตีพิมพ์เหลือสัปดาห์ละ 3 วัน ซึ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงในวงการสื่อสิ่งพิมพ์เป็นอย่างมาก
ศูนย์วิจัยพิวทำการสัมภาษณ์ผู้บริหารของบริษัทหนังสือพิมพ์รายใหญ่ 13 แห่ง พบว่าส่วนใหญ่คาดว่าหนังสือพิมพ์จะต้องปรับตารางการจำหน่ายเป็น 3 วันต่อสัปดาห์ในอีกไม่ช้า
รายงานดังกล่าวระบุว่า บริษัทหนังสือพิมพ์ยังคงเลิกจ้างพนักงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้การรายงานข่าวเพื่อให้ได้ตามที่ผู้อ่านคาดหวังนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก


