จีนปรับนโยบายมุ่งแก้เงินเฟ้อ แทนหนุนเศรษฐกิจโต ระบุ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ.ของจีนเพิ่มขึ้น 3.2% แตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน
บรรดานักชิมในปักกิ่งที่มองหาเนื้อย่างกระทะร้อนมาแก้หนาวต้องจ่ายแพงกว่านักชิมในบอสตัน ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่าการฟื้นคืนชีพของเศรษฐกิจจีนต้องเผชิญกับความท้าทายจากแรงกดดันของเงินเฟ้อที่มาก่อนเวลาอันสมควร
ตัวเลขล่าสุดระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ของจีนเพิ่มขึ้น 3.2% แตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน จากระดับ 2% เมื่อเดือนมกราคม ผลจากราคาอาหารที่ทะยานขึ้นมาถึง 6%
ราคาที่ทะยานขึ้นมาสูงจนเกินไปนั้น อาจส่งผลต่อความต้องการของรัฐบาล ที่จะปล่อยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ หลังเมื่อปีที่แล้ว เศรษฐกิจจีนขยายตัวช้าสุดในรอบกว่าทศวรรษ โดยเศรษฐกิจเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว หลังจากที่ชะลอตัวต่อเนื่องมา 7 ไตรมาสติดต่อกัน
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า ถ้าเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเคลื่อนไหวเพื่อสกัดขาขึ้นของเงินเฟ้อเร็วเกินไป ก็เท่ากับทำลายการขยายตัวที่พวกเขาพยายามรักษาเอาไว้ ซึ่งเป็นสถานการณ์อันยากลำบากที่อาจทำให้นายสี จิ้นผิง และนายหลี่ เค่อเฉียง 2 ผู้นำใหม่ของประเทศ อาจต้องตั้งความหวังว่า จะไม่เจอกับสถานการณ์นี้เร็วเกินไปนักในวงจรการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นายจ้าว ซือจุ้น รองผู้อำนวยสถาบันหลักทรัพย์ และการเงิน จากมหาวิทยาลันเรินหมิน แสดงความเห็นว่า ในปีนี้มี 3 เรื่องสำคัญที่รัฐบาลจีนต้องทำ คือ การสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เกินไปนัก และสร้างเสถียรภาพในด้านราคา ที่ดูเหมือนจะมีแรงกดดันอยู่บ้าง
เรื่องสำคัญส่วนที่ 3 คือ การลดความเสี่ยงจากหนี้ที่ซ่อนแร้นอยู่ อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์บริหารจัดการความมั่งคั่ง ที่ไม่มีลงบัญชีไว้
จนถึงขณะนี้มีสัญญาณบ่งชี้แล้วว่า ธนาคารกลางจีนกำลังเดินหน้าปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยพุ่งเป้าไปยังเรื่องเงินเฟ้อ จากเดิมที่ให้ความสนใจในเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยในรายงานนโยบายไตรมาส 4 ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ธนาคารกลางจีนระบุว่า แดนมังกรจำเป็นต้องควบคุมเงินเฟ้อเป็นเรื่องแรก เปลี่ยนไปจากที่เคยให้คำมั่นในรายงานฉบับก่อนหน้านี้ ที่ยกเรื่องการสนับสนุนเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
แรงกดดดันจากราคาเนื้อสัตว์ ไม่ได้เน้นให้เห็นเฉพาะความท้าทายของการดึงเงินเฟ้อลงมาให้อยู่ภายใต้การควบคุมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ที่เน้นให้พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก หลังตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เน้นการขยายตัวโดยพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก
ตามปกติแล้ว ราคาอาหารมักจะขยับขึ้นในช่วงก่อนหน้าวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลตรุษจีน แต่นับแต่สิ้นสุดเทศกาลในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ราคาเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาเนื้อวัว และเนื้่อแกะ ล้วนแต่ทรงตัวในระดับสูง
นายคาร์ล ไวน์เบิร์ก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากไฮ ฟรีเควนซี อีโคโนมิคส์ บริษัทที่ปรึกษาในนครนิวยอร์ก สหรัฐ เขียนไว้ในรายงานที่ส่งให้กับลูกค้าว่า ราคาอาหารที่ขยับสูงขึ้น หมายความถึงการใช้ในสินค้า และบริการอื่นๆ ในเศรษฐกิจจะลดน้อยลง





