วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยูเอ็นกระตุ้นพม่าสะสางขัดแย้งชนกลุ่มน้อย

ยูเอ็นเรียกร้องพม่าสืบสวน และแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชนกลุ่มน้อยในรัฐยะไข่

เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกมาเรียกร้องให้พม่าเปิดโปงความจริงกรณีความขัดแย้งในประเทศที่เกิดขึ้นกับชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา ซึ่งทำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวกว่าพันคนต้องอพยพลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านในฐานะบุคคลไร้สัญชาติ

ผู้เชี่ยวชาญอิสระของยูเอ็นนาย"โทมัส โอเจีย ควินทาน่า"ได้เสนอรายงานแก่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติความว่า ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นบททดสอบที่สำคัญของพม่าในการก้าวข้ามจากระบอบเผด็จการทหารไปยังระบบประชาธิปไตย และพม่าจำเป็นต้องสืบหาความจริงว่า เหตุขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ เมื่อเดือนมิถุนายนและตุลาคมปีที่แล้วมีต้นตอมาจากอะไร และต้องหาผู้รับผิดชอบมาลงโทษให้ได้

ยูเอ็น ระบุว่า โรฮิงญาเป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่โดนกดขี่และเบียดเบียนมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลก โดยในปัจจุบันประเทศพม่ามีชนกลุ่มน้อยโรฮิงญาอยู่ประมาณ 800,000 คน แต่รัฐบาลพม่ามองบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นผู้อพยพชาวบังคลาเทศและไม่ให้สิทธิพลเมืองแก่ชาวโรฮิงญา

ความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธและมุสลิมในรัฐยะไข่ได้คร่าชีวิตคนไปแล้วอย่างน้อย 180 คน และมีบุคคลพลัดถิ่นอีกกว่า 120,000 คนตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

ทูตพม่าประจำยูเอ็น นาย"มอง ไว" ออกมาย้ำว่ารัฐบาลพม่ากำลังแก้ปัญหาความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ และได้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสืบสวนสาเหตุของความรุนแรงและกำลังพยายามหาวิธีแก้ปัญหาระยะสั้น กลาง และยาวให้กับข้อพิพาทดังกล่าว

นายมอง ไว ยังได้กล่าวย้ำว่า ประชาชนกว่า 95% ของพม่าซึ่งเป็นชาวพุทธ และส่วนใหญ่จะไม่เบียดเบียนชนกลุ่มน้อย