วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักลงทุนฮ่องกงประสบปัญหาที่ดินแพงในพม่า

นักลงทุนฮ่องกง กำลังประสบปัญหาที่ดินแพงในพม่า คาดสูญเสียการแข่งขันให้ชาติอื่น

ราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นในพม่า กำลังเป็นเรื่องท้าทายสำหรับนักลงทุนชาวฮ่องกง ที่เป็นเจ้าของโรงงานที่ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมแม่น้ำเพิร์ล พวกเขาเข้าไปตั้งโรงงานอยู่ที่พม่ามานานแล้วเนื่องจากมีแรงงานราคาถูกเหลือเฟือ ต่างจากจีน ที่กำลังขาดแคลนแรงงานในบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง

สภาพัฒนาการค้าของฮ่องกง หรือ ทีดีซี ได้เป็นผู้นำคณะตัวแทน 160 คน จากภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่รวมถึง สิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป , อะไหล่รถยนต์ , บรรจุภัณฑ์ , การเคลือบผิวโลหะ ,งานสาธารณูปโภค และการเงิน ด้วยความคาดหวังที่ตั้งไว้สูงว่า จะหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ แต่กลับลงเอยด้วยความสำเร็จเพียงน้อยนิด อันเนื่องมาจากราคาค่าเช่าที่ดินแพงมาก รวมถึงความวิตกเกี่ยวกับการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ไม่คงที่อีกด้วย

ค่าเช่าพื้นที่ตั้งโรงงานที่เขตอุตสาหกรรม ฮเลง ธาร์ ยาร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองในย่างกุ้งได้ปรับขึ้นอีก 20-30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ ตารางเมตรละ 5 ดอลลาร์ หรือ 150 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นราคาระดับเดียวกับในจีนแผ่นดินใหญ่

ปีเตอร์ โห ผู้อำนวยการของ ซีเอส มาร์เก็ตติ้ง ให้ความเห็นว่า พม่าที่กำลังเปิดประเทศ ได้พยายามโน้มน้าวนักลงทุนจากทั่วโลก และนักลงทุนจากฮ่องกง ไม่ได้สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว และพวกเขากำลังหาทางยก
ระดับเทคโนโลยีในการผลิตของพวกเขาด้วย

นายเต็ง อ่อง รัฐมนตรีช่วยอุตสาหกรรมของพม่า ระบุว่า ภาคการผลิตของฮ่องกงมาสายเกินไปสำหรับการร่วมลงทุนกับหุ้นส่วนในพม่า เพื่อที่จะหาพื้นที่กว้างใหญ่ในเขตอุตสาหกรรมในย่างกุ้ง กลุ่มนักลงทุนของญี่ปุ่น นำโดย มิตซูบิชิ ได้เข้าไปมีส่วนแบ่ง 49 เปอร์เซ็นต์ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษธีลาวา เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยได้ครอบครองพื้นที่กว่า 14,600 ไร่ มากเป็น 4 เท่า ของเขตอุตสาหกรรม ฮเลง ธาร์ ยาร์

บรรดาบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมแห่งนี้ ได้รับการยกเว้นภาษี5 ปีแรก พร้อมกับแรงจูงใจอย่างอื่น และยังได้รับการลดหย่อนภาษีอีก 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการผลิตสินค้าที่ส่งออกไปต่างประเทศ โดยเมื่อปีที่แล้ว การลงทุนในพม่าโดยตรง ซึ่งมีมูลค่า 41,500 ล้านดอลลาร์ มาจากฮ่องกง ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ , จีน 34 เปอร์เซ็นต์ และไทย 23 เปอร์เซ็นต์

อัตราค่าแรงขั้นต่ำในพม่า เริ่มตั้งแต่เดือนละ 80 - 200 ดอลลาร์ หรือราว 2,400 - 6,000 บาท ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับค่าแรงของชาวจีนในกวางตุ้ง ที่อยู่ที่เดือนละ 350 ดอลลาร์ หรือราว 10,500 บาท แต่พม่ามีปัญหาเรื่องไฟฟ้าที่
ใช้ได้แค่วันละ 5 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือ โรงงานต้องใช้เครื่องปั่นไฟของตัวเอง ซึ่งจะให้สิ้นเปลืองมากขึ้นอีก 15 เปอร์เซ็นต์

ปัจจุบัน ราคาที่ดินในพม่า ไม่เป็นที่พอใจของนักลงทุนฮ่องกง แต่ระบบสาธารณูปโภคที่ยังล้าหลังถือเป็นการสร้างโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้นักลงทุน ซึ่งพวกเขาบอกว่า คราวหน้า จะพาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณูปโภคและภาคการผลิตไฟฟ้าไปดูงานด้วยถ้ามีโอกาส