วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำสหรัฐเสนอลดสวัสดิการสังคม

ปธน.โอบามาเสนอลดสวัสดิการสังคมผ่าทางตันวิกฤติมาตรการตัดงบรายจ่ายขนาดใหญ่

นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งสัญญาณว่า เขาอาจจะพร้อมสำรวจแนวทางประนีประนอมเพื่อยุติมาตรการตัดงบรายจ่ายขนาดใหญ่ (sequestration) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขากล่าวถึงการปฏิรูปโครงการสวัสดิการสังคมขณะที่โทรศัพท์คุยกับสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน

สมาชิกพรรครีพับลิกัน กล่าวย้ำมาเป็นเวลานานแล้วว่า หนทางเดียวในการควบคุมยอดขาดดุลงบประมาณในระยะยาว คือการชะลอต้นทุนในโครงการสวัสดิการสังคม ซึ่งรวมถึงโครงการสำหรับผู้เกษียณอายุ, เมดิแคร์ และเมดิเคด (ประกันสุขภาพสำหรับคนจน) ในขณะที่ต้นทุนในโครงการเหล่านี้พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประชากรสหรัฐที่เข้าสู่วัยเกษียณมีสัดส่วนพุ่งสูงขึ้น

ถึงแม้ปธน.โอบามาเคยเสนอให้มีการออมเงินในโครงการเหล่านี้ แต่เขาก็ยืนยันว่ามาตรการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณจำเป็นต้องบรรจุมาตรการขึ้นภาษีครั้งใหญ่เอาไว้ด้วย แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันคัดค้านแนวคิดนี้

มาตรการ sequestration ที่มีวงเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต คาดว่า sequestration อาจทำให้การจราจรทางอากาศล่าช้า เกิดภาวะขาดแคลนเนื้อสัตว์เนื่องจากการตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารดำเนินไปได้ อย่างเชื่องช้า และรัฐบาลกลางสหรัฐอาจสั่งพักงานลูกจ้างจำนวนหลายแสนคน

การที่ปธน.โอบามากล่าวถึงการปฏิรูปสวัสดิการสังคมอาจจะช่วยดึงดูดสมาชิกพรรครีพับลิกันให้หันมาเข้าร่วมการเจรจาเพื่อยุติ sequestration ขณะที่ผู้นำสมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนได้แสดงความเห็นต่อประเด็นที่ว่า สหรัฐจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลในวันพุธที่ 27 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่เงินทุนสำหรับ โครงการส่วนใหญ่ของรัฐบาลกลางสหรัฐจะหมดลง

ในระยะนี้สมาชิกพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันบางคนได้ส่งสัญญาณว่า พวกเขาเต็มใจที่จะประนีประนอมกันเพื่อยุติภาวะทางตันในการปฏิรูปภาษีและสวัสดิการสังคมที่ดำเนินมานานสองปี

ทั้งนี้ ถ้าหากสภาคองเกรสไม่ยุติ sequestration มาตรการนี้ก็จะดำเนินต่อไปอย่างเต็มที่จนถึงวันที่ 30 ก.ย. โดยครึ่งหนึ่งของมาตรการนี้เป็นการตัดงบทางการทหาร ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะเป็นการตัดงบประมาณสำหรับโครงการภายในประเทศหลายพันโครงการ