ทำเนียบขาวรุกหนัก ประกาศผลกระทบมากมายจากการตัดลดงบประมาณอัตโนมัติ 1 มี.ค. หวังโยนความผิดและบีบให้พรรครีพับลิกันยอมนั่งโต๊ะเจรจา
ในช่วงที่เหลืออีกไม่กี่วัน การตัดงบประมาณอัตโนมัติมูลค่า 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ของสหรัฐ จะมีผลบังคับใช้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามากำลังใช้ยุทธวิธีกระพือกระแสแค้นเคืองในหมู่คนอเมริกัน ต่อผลกระทบจากการตัดงบประมาณ โดยคาดหมายว่าวิธีนี้จะสามารถบีบบังคับให้พรรครีพับลิกันมาเจรจาและยอมรับเงื่อนไขของเขา ที่ให้ขึ้นภาษี หลังจากที่มีการตัดงบประมาณแล้ว
ทำเนียบขาวตระหนักดีว่า พรรครีพับลิกัน คงจะไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของโอบามาเพราะพวกเขาต้องการชัยชนะในศึกต่อสู้ครั้งนี้ หลังจากที่เคยพ่ายแพ้มาแล้วเมื่อปลายปีที่แล้วและต้องยอมขึ้นภาษีผู้มีรายได้สูง
ฟากรัฐบาลมองว่า การไม่ยอมข้อต่อโอบามาตอนนี้และยอมปล่อยให้งบประมาณถูกตัดไปตามเงื่อนไขแม้เป็นการกระทำที่ยากขนาดไหนก็ตาม จะเป็นการแสดงออกให้กลุ่มทีพาร์ตี (Tea party) และผู้สนับสนุนกลุ่มอื่น เห็นว่าสส.รีพับลิกันจะไม่ยอมปล่อยให้มีการปรับภาษีขึ้นอีกแน่นอน
หลังจากที่ สส.รีพับลิกัน ได้รับชัยชนะและงบประมาณเริ่มถูกตัดตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม เจ้าหน้าที่คาดหวังว่าการเจรจาที่สมเหตุสมผลจะเกิดขึ้นและทั้งสองฝ่ายจะสามารถเจรจาหาจุดร่วมกันได้
นักวางแผนกลยุทธ์พรรคเดโมแครต "บัด แจ็คสัน" กล่าวว่า พรรครีพับลิกันอาจจะโดนเพ่งเล็งจากประชาชนถ้าหากพวกเขามัวแต่นิ่งดูดายและไม่ทำอะไรเลย
ข้อถกเถียงเรื่องงบประมาณในวอชิงตันเป็นความขัดแย้งครั้งล่าสุด และ โอบามาพยายามจะใช้อำนาจทางการเมืองหลังจากที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เพื่อที่จะผลักดันมาตรการต่างๆ สำหรับช่วยเหลือชนชั้นกลาง
วาระที่โอบามาต้องการผลักดันมีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเข้มงวดกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนและเปลี่ยนแปลงกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง แต่สิ่งแรกที่โอบามาจำเป็นต้องทำคือจัดการกับปัญหางบประมาณที่เขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปัญหาขึ้นมา เพราะทำเนียบขาวและพรรครีพับลิกันต่างมีส่วนร่วมในการเสนอการตัดงบประมาณอัตโนมัติในปี 2554 หลังจากที่พรรครีพับลิกันยอมให้โอบามาปรับขึ้นเพดานหนี้
ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันในการหลีกเลี่ยงการตัดงบประมาณ เจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างออกมาเตือนถึงผลกระทบร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้ประชนเตรียมตัวและในทางยุทธศาสตร์ก็เพื่อให้ประชาชนไปแสดงความไม่พอใจแก่สส.ในเขตของตน ตัวอย่างสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่งบประมาณถูกตัด คือ คิวที่จะยาวขึ้นขณะตรวจความปลอดภัยที่สนามบินและชายแดนที่ขาดผู้ดูแลที่เพียงพอ
ทำเนียบขาวยังกล่าวว่า ทำเนียบขาวไม่มีความยืดหยุ่นในการที่จะกำหนดว่างบประมาณของภาคส่วนไหนจะถูกตัดและปฏิเสธข้ออ้างของรีพับลิกันที่ว่าโอบามามีอำนาจในการตัดสินใจตัดงบประมาณในภาคส่วนที่จะกระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การขู่ว่าผลกระทบของการตัดงบประมาณนั้นจะร้ายแรงต่อการดำเนินชีวิตของชาวอเมริกันและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างสูงเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงอยู่ เพราะผลกระทบอาจจะไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่ทำเนียบขาวกล่าวอ้างเอาไว้และก็จะไม่โกรธเคืองพรรครีพับลิกัน
นายเดวิด เยปเซน ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะพอลไซมอนแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์เธิร์นอิลลินอยส์ กล่าวว่า การใช้แทคติกนี้เป็นสิ่งชอบธรรม แต่ถ้างบประมาณถูกตัดและไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงมาก ประชาชนก็จะไม่คิดว่ามีปัญหาอะไร
ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างจริงจังระหว่างประธานาธิบดีและผู้นำรัฐสภาฝ่ายรีพับลิกันตั้งแต่มีการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติภาษีการคลังเมื่อปลายปีที่แล้วและลงเอยด้วยการที่รีพับลิกันต้องยอมให้มีการปรับขึ้นภาษีของบุคคลรายได้สูง อย่างไรก็ตาม โอบามา ยังคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถนั่งจับเข่าคุยกันเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาก่อนวันที่ 1 มีนาคมนี้


