ประธานาธิบดีเต็ง เส่งของพม่า เริ่มภารกิจเดินทางเยือนยุโรปเป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำพม่า เปิดฉากที่นอร์เวย์เป็นแห่งแรก
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่าออกเดินทางจากนครย่างกุ้ง ในช่วงค่ำวานนี้ (25 ก.พ.) ซึ่งนอกจากนอร์เวย์แล้ว ยังจะเดินทางไปยัง ฟินแลนด์ ออสเตรีย เบลเยียม และอิตาลี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน และมีกำหนดจะเดินทางกลับถึงพม่าวันที่ 8 มีนาคม
ทั้งนี้ พม่าหันมาสานสัมพันธ์กับชาติตะวันตกมากขึ้น หลังสิ้นสุดการปกครองโดยรัฐบาลทหาร และนับแต่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เข้ามาบริหารประเทศเมื่อ 2 ปีก่อน พม่ามีความคืบหน้าเรื่องการปฏิรูปประชาธิปไตยและเศรษฐกิจไปมาก ทำให้เกิดการตอบรับที่ดีจากนานาประเทศ รวมทั้งยุโรป ซึ่งเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว สหภาพยุโรปได้ระงับมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าลงทั้งหมด ยกเว้นเพียงการห้ามค้าอาวุธเท่านั้น เช่นเดียวกับสหรัฐ ที่ยกเลิกการคว่ำบาตรทางการค้า และการลงทุนสำคัญๆ ต่อพม่าไปจนเกือบหมดแล้ว
อย่างไรก็ดี นานาชาติยังมีความกังวลต่อพม่าอยู่บ้าง ถึงเรื่องงราวความขัดแย้งที่ยังปรากฎอยู่ให้เห็นอย่างต่อเนื่องกับชนกลุ่มน้อยคะฉิ่นทางตอนเหนือของประเทศ และความไม่ลงรอยกันระหว่างชาวพุทธกับอิสลาม ในรัฐยะไข่ทางตะวันตก
การเดินทางมายังนอร์เวย์ ของนายเต็ง เส่ง ยังเกิดขึ้นหลังเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว นางอองซาน ซูจี แกนนำฝ่ายค้าน ได้เดินทางมายังประเทศนี้ ส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนยุโรปที่ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก และถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในพม่า หลังจากที่นางซูจี ต้องโดนกักบริเวณในบ้านพักมานานถึง 15 ปี โดยระหว่างอยู่ที่กรุงออสโลนั้น นางซูจียังได้เข้ารับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่เธอได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะในสาขานี้มาตั้งแต่ปี 2534 แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เดินทางมารับรางวัลเลย
สัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างนางซูจี และผู้นำพม่า เกิดขึ้นในขณะที่บุคคลทั้งคู่มาพบหน้ากัน ที่นครนิวยอร์ก ในเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่แต่ละฝ่ายต่างเดินทางมาเยือนสหรัฐ


