อีซีบีเผยปี 2555 กำไรพุ่ง ผลพวงจากดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่ประสบพิษเศรษฐกิจยูโร
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิหลังจากหักลบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจาก728 ล้านยูโรเมื่อปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 998 ล้านยูโร โดยกำไรส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยที่มาจากนโยบายเข้าซื้อพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศที่ประสบภาวะหนี้ เนื่องจากไม่สามารถระดมทุนจากตลาดเงินของตัวเองได้ หรือ Securities Markets Programme (เอสเอ็มพี)
โดยโครงการเอสเอ็มพี เป็นไอเดียของผู้ว่าการอีซีบีคนก่อน ฌอง-คล้อด ทริเชต์ แต่นโยบายนี้ถูกระงับลงตั้งแต่ช่วงต้นปี 2555 หลังจากที่ มาริโอ ดรากี นั่งตำแหน่งประธานอีซีบี
ภายใต้การนำของ มาริโอ ดรากี อีซีบีเปลี่ยนมาดำเนินนโยบาย Outright Monetary Transactions (โอเอ็มที) ซึ่งคล้ายกับเอสเอ็มพี แต่ประเทศต่างๆจะต้องตกลงกับเงื่อนไขเคร่งครัดที่อีซีบีกำหนดให้ก่อนที่อีซีบีจะเข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลต่างๆ
อีซีบี ยังเปิดเผยเป็นครั้งแรกถึงรายละเอียดประเทศที่อีซีบีเข้าซื้อพันธบัตร โดยในจำนวนมูลค่าพันธบัตรทั้งหมด 2.087 แสนล้านยูโร พันธบัตรของรัฐบาลอิตาลีนำมาในอันดับหนึ่งด้วยมูลค่า 9.9 หมื่นล้านยูโร ตามมาด้วยสเปนที่อีซีบีถือพันธบัตรอยู่ 4.37 หมื่นล้านยูโร กรีซที่ 3.08 หมื่นล้านยูโร โปรตุเกสที่ 2.16 หมื่นล้านยูโร และไอร์แลนด์รั้งท้ายที่ 1.36 หมื่นล้านยูโร
อีซีบี กล่าวว่า รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.289 พันล้านยูโรเมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมากจาก 1.999 พันล้านยูโรในปี 2554 โดยเป็นรายได้จากนโยบายเอสเอ็มพี 1.108 พันล้านยูโร
ทั้งนี้ แหล่งรายได้ของเอสเอ็มพี คือ การลงทุนในสินทรัพย์สำรองในต่างประเทศ หลักทรัพย์ในกองทุนของตัวเอง รายได้จากดอกเบี้ยจากธนบัตรยูโรที่หมุนเวียนในตลาด และ รายได้จากดอกเบี้ยจากพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศที่ถืออยู่


