คณะรัฐมนตรีเยอรมนีอนุมัติร่างกฎควบคุมภาคธนาคารฉบับใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น หวังการเงินแข็งแกร่ง
คณะรัฐมนตรีเยอรมนีอนุมัติร่างกฎควบคุมภาคธนาคารฉบับใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิม หวังให้อุตสาหกรรมการเงินแข็งแกร่งขึ้น เพื่อรับมือกับวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และมีความรับผิดชอบมากขึ้นกรณีหากเกิดล้มละลายขึ้นมา
เนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าว ที่ต้องรอการเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนนั้น รัฐบาลกำหนดให้ธนาคารขนาดใหญ่จะต้องแยกกิจกรรมที่มีความแตกต่างกัน ออกจากกัน เพื่อที่จะปกป้องเงินฝากของลูกค้า จากการทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงของธนาคาร
กฎข้อบังคับดังกล่าวยังจะนำไปบังคับใช้กับสถาบันการเงินต่างๆ ที่ทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง อย่างเช่น เทรดเดอร์ที่มีการซื้อขายบ่อยครั้ง หรือกองทุนบริหารความเสี่ยง พร้อมกำหนดให้ธนาคารที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องจะต้องแยกธุรกิจที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ ออกมาเป็นหน่วยงานด้านการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกแห่งหนึ่ง
ถ้าหากรัฐสภาอนุมัติกฎข้อบังคับดังกล่าว ก็มีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 2 ธนาคารรายใหญ่สุดของเยอรมนี คือดอยช์ แบงก์ และคอมเมิร์ซแบงก์ รวมถึง ธนาคารภูมิภาคขนาดใหญ่ อย่างแลนเดสแบงก์ บาเดน เวิร์ตเตมเบิร์ก
กฎดังกล่าว ยังกำหนดให้ธนาคารต้องจัดทำแผนฉุกเฉินสำหรับการปรับโครงสร้าง หรือลดขนาดกิจการลง ในแบบที่สามารถดำเนินการได้ในทันทีที่ธนาคารเผชิญปัญหาทางการเงิน
นอกจากนี้ ผู้จัดการ และผู้บริหารในระดับสูงของธนาคาร ก็อาจจะเจอโทษจำคุกนาน 5 ปี ถ้าหากการสอบสวนพบว่ามีความผิดฐานละเลยหน้าที่ในการบริหารความเสี่ยง และเปิดทางให้บริษัทของตัวเองต้องเผชิญปัญหาทางการเงิน
นายวูล์ฟกัง โชเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี ยืนยันว่า กฎข้อบังคับข้างต้น จะทำให้ไม่มีตลดาการเงิน ผู้เล่นทางการเงิน และผลิตภัณฑ์การเงินรายใด ที่จะสามารถหลีกหนีการตรวจสอบไปได้ โดยเยอรมนีได้จัดทำกรอบการดำเนินงานสำหรับตลาดการเงิน ไปทีละขั้นตอน และจะพุ่งเป้าจัดการกับการซื้อขายระยะสั้นโดยตรง เพราะเป็นวิธีการที่ทำให้ระบบการเงินมีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤติมากที่สุด และยังจะจัดการกับการขาดความรับผิดชอบในส่วนของธนาคาร และนายธนาคารด้วย
ทั้งนี้ การแยกธุรกิจของภาคธนาคาร เป็นแนวคิดที่ได้รับสนับสนุนจากนายเอิร์กกี ลีอิกคาเนน ผู้ว่าการธนาคารกลางฟินแลนด์ และกรรมาธิการสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในฐานะเป็นมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาคธนาคาร





