วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผวาศก.สหรัฐถดถอย จีดีพีไตรมาส4ลด0.1%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ปี"55 ลดลง 0.1% ทั้งปีโตแค่ 2.2% ผวาศก.ถดถอยรอบใหม่ หลังเจรจางบประมาณไม่คืบ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาสสี่หดตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ นับว่าเป็นตัวเลขตำต่ำที่สุดนับตั้งแต่พ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปเมื่อปี 2552 และภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐทั้งปีโตแค่ 2.2% เท่านั้น

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศว่าจีดีพีไตรมาสสี่สหรัฐลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หลังจากขยายตัวที่ 3.1% ในไตรมาสสาม ตัวเลขดังกล่าวถือว่าย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสสองปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดภาวะเศรษฐกิจถดถอย และแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐก้าวเข้าสู่ปีใหม่โดยปราศจากแรงส่ง

การหดตัวของจีดีพีไตรมาสสี่เป็นผลมาจากความกังวลว่าสหรัฐต้องผจญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยรอบใหม่ และยังเป็นตัวกระตุ้นให้สมาชิกสภาคองเกรสต้องเร่งหาทางเจรจางบประมาณที่คั่งค้างให้เสร็จโดยเร็ว

ตัวเลขจีดีพีดังกล่าวยังพลิกความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 1.1% และในการสำรวจความคิดเห็นโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ไม่พบว่ามีนักเศรษฐศาสตร์คนไหนคาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัวสักคน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองดูตัวเลขรายตัวพบว่า ดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภคสูงขึ้น และตัวเลขการลงทุนภาคธุรกิจดีดตัวขึ้นช่วยให้ยอดการผลิตไม่ถลาลงไปมากนัก และยังเป็นเชื้อความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว แต่ต้องผ่านการทดสอบที่สาหัสจากแผนรัดเข็มขัดของรัฐบาลให้ได้

ตัวเลขเศรษฐกิจดังกล่าวประกาศออกมาก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดจะได้สรุปการประชุมที่มีขึ้นสองวันปลายเดือนมกราคม รายงานระบุว่า ธนาคารกลางยังคงตุนกระสุนไว้เพียบสำหรับใช้กระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนเข้าซื้อสินทรัพย์แบบไม่บันยะบันยัง

นักเศรษฐศาสตร์ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐจำเป็นต้องโตเกินระดับ 3% อย่างต่อเนื่องไประยะหนึ่ง เนื่องจากอัตราว่างงานสหรัฐยังอยู่ระดับสูง แต่ที่ผ่านมาเศรษฐกิจแดนอินทรียืนอยู่เหนือระดับ 2% อย่างทุลักทุเลเต็มที และสำหรับปี 2555 ทั้งปีเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเพียง 2.2% เท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น เศรษฐกิจสหรัฐที่ย่ำแย่อยู่แล้วยังมาเจอกับอภิมหาพายุแซนดี้ถล่มใส่ซ้ำเติมเมื่อเดือนตุลาคม โดยคาดว่าสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจ และเฉือนอัตราเติบโตไตรมาสสี่หายไป 0.5%

นอกจากนี้ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังต้องรอลุ้นว่าสหรัฐจะผ่านอุปสรรคสำคัญที่ชื่อว่าหน้าผาการคลังไปได้อย่างไร เพราะภาษีก็ถูกรีดหนักขึ้น งบประมาณก็ถูกหั่นสะบั้น ผู้บริโภคเลยขวัญหนดีฝ่อความเชื่อมั่นหดหาย แม้ว่าตัวเลขครัวเรือนและภาคธุรกิจจะไม่มีท่าทีกังวลนักก็ตาม