ละตินอเมริกา-ยุโรป หนุนค้าเสรี

ผู้นำยุโรป-ละตินอเมริกา เล็งหลีกเลี่ยงแนวคิดชาตินิยม พร้อมหาพันธมิตรกลยุทธ์
บรรดาผู้นำยุโรป และชาติละตินอเมริกา ให้คำมั่นถึงการหลีกเลี่ยงแนวคิดชาตินิยม พร้อมเพิ่มการเป็นพันธมิตรทางกลยุทธ์ เพื่อนำไปสู่การเปิดเสรีทางการค้า และการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของแต่ละประเทศ
ในแถลงการณ์ร่วม หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) กับชุมชนประเทศละตินอเมริกาและแคริบเบียน หรือ ซีแลค นาน 2 วัน ที่ชิลีนั้น บรรดาผู้นำต่างเห็นพ้องถึงการเป็นพันธมิตรทางกลยุทธ์ เพื่อบรรลุเป้าการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เหล่าผู้นำยังให้คำมั่นถึงการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะชาตินิยมในทุกรูปแบบ พร้อมสนับสนุนต่อระบบการค้าแบบพหุภาคี ที่เปิดกว้าง ไม่มีการกีดกัน และอยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบ
นอกจากนี้ ยังจะเดินหน้าทำงานร่วมกัน เพื่อมุ่งไปสู่โครงสร้างการเงินระหว่างประเทศแบบใหม่ และสนับสนุนการดำเนินมาตรการที่แข็งแกร่ง ในการสนับสนุนความร่วมมือบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกำจัดองค์กรอาชญากรรม ด้วยการดำเนินการที่ให้ความเคารพในสิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศ
การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมสุดยอดครั้งที่ 7 ระหว่าง 2 ภูมิภาค แต่ถือเป็นครั้งแรกนับแต่มีการตั้งกลุ่มซีแลคขึ้นมา ซึ่ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมสุดยอดอียู-ซีแลค ครั้งต่อไปที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ในปี 2558
อียู ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติจากนอกทวีปรายใหญ่สุดในละตินอเมริกาโดยเมื่อปี 2553 มียอดการลงทุนคิดเป็นสัดส่วนราว 3% หรือ 385,000 ล้านดอลลาร์ ของยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโดยรวมของกลุ่มซีแลค
นายโฮเซ บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจำเป็นที่จะต้องมีข้อผูกมัดอย่างแข็งแกร่งในด้านการเมือง เพื่อยับยั้งลัทธิชาตินิยม และส่งเสริมการเปิดเสรีทางการค้า ขณะที่นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี บุคคลที่สื่อมวลชนชิลีขนานนามว่า "เจ้านายของยุโรป" เรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่างกัน โดยปราศจากกำแพงทางการค้า
ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของอียู ที่จะหาทางบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีกับกลุ่มเมอร์โคซูร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันทางการค้าของประเทศในอเมริกาใต้ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่สามารถหาทางตกลงกันได้ในภาคเกษตร จากการที่อียูให้การสนับสนุนเกษตรกร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความพยายามของละตินอเมริกาที่จะขายผลผลิตของตัวเองในดินแดนยุโรป







