ผู้นำสหรัฐฯออกโรงผลักดันมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีของสหรัฐฯ ขณะร้องคองเกรสทบทวนกฎหมายควบคุมอาวุธปืน
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้ประกาศใช้มาตรการ 23 ข้อ เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากอาวุธปืน โดยไม่รอการอนุมัติจากรัฐสภา แต่ก็ยอมรับว่า คำสั่งปฏิบัติจะมีผลบังคับใช้ได้ ก็ต้องออกเป็นกฎหมายผ่านสภาคองเกรส
“เราไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้เสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว และต้องรีบดำเนินการในทันที” ผู้นำสหรัฐ กล่าว
ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องให้สภาคองเกรส ปฏิรูปการออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืน โดยทบทวนกฎหมายห้ามครอบครองอาวุธปืนอานุภาพร้ายแรงแบบที่ใช้ในกองทัพ ซึ่งประธานาธิบดีบิล คลินตัน ลงนามใช้เป็นกฎหมายในปี 2537 แต่ก็หมดอายุไปเมื่อปี 2547 และเรียกร้องให้จำกัดการมีแมกกาซีนกระสุนปืนแค่ 10 นัดหรือน้อยกว่านั้น สามารถตรวจสอบประวัติของผู้ซื้ออาวุธปืน รวมไปถึงเรียกร้องให้ปรับปรุงด้านการรักษาความปลอดภัยตามสถานศึกษา เช่น มีกำลังตำรวจ 1,000 คน ประจำอยู่ตามโรงเรียนต่างๆ เป็นต้น
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นหลังเกิดเหตุมือปืนบุกเข้าไปยิงเด็กนักเรียนในโรงเรียนประถมในเมืองนิวตัน รัฐคอนเนตทิคัต เมื่อเดือนที่แล้วเสียชีวิตถึง 20 คน
ขณะที่ รัฐนิวยอร์กประกาศใช้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนเป็นฉบับแรกหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่คอนเนตทิคัต ซึ่งเนื้อความของกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ขยายคำสั่งห้ามอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติของรัฐ ควบคุมสมรรถนะของอาวุธปืน และกำหนดมาตรการใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธปืนตกไปอยู่ในมือของผู้ที่มีอาการทางจิต





