ไอเอ็มเอฟ แนะจีนปฏิรูประบบการเงินเน้นที่การกระชับความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาระบบการเงินกับภาวะเศรษฐกิจที่เป็นจริง
“ชู หมิง” รองกรรมการผู้จัดการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวในงานสัมมนาเอเชียน ไฟแนนเชียล ฟอรั่มในประเด็นการเปิดกว้างและปฏิรูประบบการเงินของจีนว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของจีนอ่อนไหวต่อปัจจัยเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ดังนั้น ภาคการเงินของจีนจึงควรโยงเข้ากับภาวะเศรษฐกิจที่เป็นจริงให้มากกว่าเดิม รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมการผลิต บริการ และเกษตรกรรม เพื่อประคับประคองการเติบโตของเศรษฐกิจให้แข้มแข็ง
ความเห็นดังกล่าว ออกมาในช่วงที่จีนพยายามเดินหน้ากระตุ้นภาคการเงินรวมถึงเปิดตลาดทุนซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญเนื่องจากจีนเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
เขา กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนระบบการเงินในจีนนั้นยัง “ไม่เพียงพออย่างชัดเจน” เมื่อเทียบกับประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้ว
นายชู ซึ่งเคยเป็นรองผู้ว่าการธนาคารกลางจีนก่อนที่จะไปร่วมงานกับไอเอ็มเอฟในปี 2553 กล่าวว่า “ต้องมีการพัฒนาในการปฏิรูประบบการเงินมากกว่านี้ แต่จีนจะต้องสอดรับกับภาวะเศรษฐกิจที่เป็นจริงด้วย”
เขา เปิดเผยว่า ไอเอ็มเอฟ คาดว่า เศรษฐกิจของจีนจะเติบโต 8.2% ในปีนี้ และกล่าวอีกว่าเขาเป็นกังวลกับคุณภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าความรวดเร็ว ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกได้เรียกร้องให้จีนดำเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อทำให้ความต้องการบริโภคภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจที่สำคัญมากขึ้น


