จับตาบทบาทผู้นำโสมแดงหลังเสนอรวมชาติ 2 เกาหลียุติสงคราม
การออกมากล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับปีใหม่ เรียกร้องให้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยุติการเผชิญหน้ากันของผู้นำเกาหลีเหนือ "คิม จอง-อึน" อาจเป็นนัยยะสำคัญนำไปสู่การยุติสงครามระหว่าง 2 เกาหลีที่ยืดเยื้อมานานถึง 60 ปี
นายคิม กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการยุติการแบ่งแยกประเทศและบรรลุวัตถุประสงค์ของการรวมชาติ ก็คือ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ซึ่งจากความสัมพันธ์ในอดีตได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า หากมีการเผชิญหน้าเมื่อใด ย่อมหมายถึงสงคราม
โดยทางเทคนิคแล้ว เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ถือว่ายังอยู่ในสภาวะสงคราม เพียงแต่อยู่ภายใต้สนธิสัญญาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างปี 2493-2496 ยุคที่โลกยังคุกรุ่นจากสงครามเย็น ความตึงเคียดระหว่งเกาหลีเหนืและเกาหลีใต้ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ
ขณะที่นักสังเกตการณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นที่น่าแปลกใจที่นายคิม ไม่ได้กล่าวถึงโครงการนิวเคลียร์แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงจรวจพิสัยไกล โดยอ้างว่าเป็นการทดลองยิงจรวดส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร ซึ่งถูกวิพากษณ์วิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติ
เกาหลีเหนือ ซึ่งมองว่าเกาหลีใต้เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีด้วย ถูกสั่งห้ามทดสอบขีปนาวุธหรือเทคโนโลยีด้านนิวเคลียร์ ภายใต้มติคว่ำบาตรของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งมีผลบังคับหลังจากรัฐบาลกรุงเปียงยางทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อปี 2549 และ 2552
การกล่าวสุนทรพจน์ปีใหม่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปีที่ผู้นำเกาหลีเหนือมีสุนทรพจน์ในวันขึ้นปีใหม่ หรือตั้งแต่สมัยของประธานาธิบดี คิม อิล ซุง เนื่องจากอดีตผู้นำ คิม จอง อิล นั้นแทบไม่เคยมีถ้อยแถลงต่อสาธารณชน และจะเปิดเผยนโยบายต่างๆผ่านบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ของรัฐเท่านั้น
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 เกาหลีตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อเกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่ถล่มเกาะยอนพยองของเกาหลีใต้เมื่อปี 2553 จนทำให้ทหารและชาวบ้านบนเกาะเสียชีวิตรวม 4 ราย
เกาหลีใต้ ยังปักใจเชื่อว่า เรือรบโชนันของกองทัพเรือเกาหลีใต้ที่ถูกตอร์ปิโดยิงจม เมื่อต้นปี 2553 เป็นฝีมือเกาหลีเหนือ ขณะที่รัฐบาลกรุงเปียงยางยืนกรานปฏิเสธ และชี้ว่าเกาหลีใต้พยายามสร้างเรื่องป้ายสีผู้นำของตน
เมื่อเดือนที่แล้ว ปาร์ค -เฮ บุตรสาวของอดีตผู้นำเผด็จการ ปาร์ค จอง-ฮี ผู้ซึ่งประธานาธิบดี คิม อิล-ซุง เคยพยายามลอบสังหารในช่วงสงครามเย็น ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกแห่งเกาหลีใต้ โดยเธอได้ชูนโยบายสานสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ และเปิดเจรจาเพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน แต่ในขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้โสมแดงล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่เกาหลีเหนือคงไม่ยอมทำตามง่ายๆ
นายคิม ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2554 หลังการถึงอสัญกรรมของพ่อของเขา โดยเขาได้กล่าวด้วยว่า ในปี 2556 จะเป็นปีที่เกิดการสร้างสรรค์ครั้งยิ่งใหญ่และเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในด้านเศรษฐกิจ





