วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทะเลสาบธารน้ำแข็งภูฏานทะลัก ถล่มบ่อน้ำร้อนชื่อดัง สั่งปิดพื้นที่ด่วน

ทะเลสาบธารน้ำแข็งชินตาพู ล้นทะลักจนเกิดมวลน้ำป่าไหลหลาก ซัดทำลายโครงสร้างพื้นฐานบริเวณบ่อน้ำร้อนธรรมชาติกาซา ซาชู

KEY POINTS

  • เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากในภูฏาน หลังทะเลสาบธารน้ำแข็งชินตาพูล้นทะลักเข้าถล่มบ่อน้ำร้อนกาซา ซาชู ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง
  • โครงสร้างพื้นฐาน เช่น สะพาน 2 แห่งและถนนสายหลัก ได้รับความเสียหาย แต่เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเนื่องจากมีการอพยพประชาชนล่วงหน้า
  • ทางการสั่งปิดพื้นที่ประสบภัย สถานที่ประวัติศาสตร์ และเส้นทางคมนาคมโดยรอบเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

สำนักข่าว Channel News Asia รายงานว่า ทะเลสาบธารน้ำแข็งชินตาพู ล้นทะลักจนเกิดมวลน้ำป่าไหลหลาก ซัดทำลายโครงสร้างพื้นฐานบริเวณบ่อน้ำร้อนธรรมชาติกาซา ซาชู แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางตอนเหนือของประเทศ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ทางการสั่งปิดสถานที่ประวัติศาสตร์และเส้นทางคมนาคมโดยรอบทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

สถานีโทรทัศน์กระจายเสียงแห่งชาติภูฏาน (BBS) รายงานว่า เหตุการณ์มวลน้ำป่าไหลทะลักและน้ำท่วมฉับพลันเกิดขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยยังไม่สามารถประเมินขอบเขตความเสียหายที่ชัดเจนได้ เนื่องจากความมืดและกระแสน้ำที่ยังคงไหลเชี่ยวอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเบื้องต้นว่า สะพานเหล็กสำเร็จรูปจำนวน 2 แห่งอาจถูกกระแสน้ำพัดพาจนพังเสียหายไปแล้ว นอกจากนี้ ทางการภูฏาน ยังได้สั่งปิด พูนาคา ซอง ป้อมปราการประวัติศาสตร์เป็นการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ควนเซล สื่อท้องถิ่นของภูฏาน ระบุเพิ่มเติมว่า ถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านลายา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำร้อน ได้ถูกกระแสน้ำตัดขาด ทำให้ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และมีการประกาศปิดเส้นทางจราจรดังกล่าวโดยไม่มีกำหนด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า ก่อนที่มวลน้ำป่าจะไหลมาถึง

สำหรับบริเวณ บ่อน้ำร้อนกาซา ซาชู ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญและได้รับความนิยมอย่างมากในพื้นที่ทางตอนเหนือของภูฏาน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างประเทศอินเดียและประเทศจีน โดยพื้นที่แห่งนี้เคยประสบภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันมาแล้วเมื่อปี 2021 หลังจากแม่น้ำมัจฉุเปลี่ยนทางไหลและหลากเข้าพื้นที่โดยรอบ

 

เหตุการณ์ทะเลสาบธารน้ำแข็งแตกในภูฏานครั้งนี้ สะท้อนความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคหิมาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีความเปราะบางสูง ดังเช่นเหตุการณ์ในประเทศเนปาล ซึ่งมีลักษณะพื้นที่เป็นเทือกเขาเช่นกัน ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 600 กิโลเมตร ที่เคยเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายแดนติดต่อกับประเทศจีนเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,500 ราย และมีผู้สูญหายอีกกว่า 5,000 ราย