วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม 2569

Login
Login

เว็บไซต์รัฐบาลหลายประเทศพร้อมใจล่ม! AI ค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงในโปรแกรม PHP

เว็บไซต์หน่วยงานรัฐหลายประเทศในยุโรปต้องปิดให้บริการ หลังพบช่องโหว่ร้ายแรงใน 'PHP' ภาษาโปรแกรมที่ใช้กับเว็บไซต์ทั่วโลก โดย AI จาก Google และ OpenAI ช่วยค้นพบช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่มานาน แฮกเกอร์เริ่มใช้ช่องโหว่โจมตีระบบแล้ว ผู้เชี่ยวชาญเตือนเว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงถูกเจาะข้อมูล หากไม่เร่งอัปเดตระบบ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลหลายประเทศในยุโรป อาทิ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และฟินแลนด์ รวมถึงในประเทศอื่นๆ ต้องหยุดให้บริการเมื่อวันพุธที่ 21 ต.ค.69 หลังมีการเปิดเผย "พบช่องโหว่" ด้านความปลอดภัยระดับร้ายแรงในภาษาโปรแกรม PHP ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ทั่วโลกต้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันระบบของตนเอง

ผู้พัฒนาภาษาโปรแกรม PHP ได้ออกซอฟต์แวร์แก้ไขช่องโหว่ชุดใหม่อย่างเร่งด่วนเมื่อวันพุธ หลังพบช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่ในซอฟต์แวร์มานานหลายปี ซึ่งถูกค้นพบด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) จาก Google และ OpenAI พร้อมเรียกร้องให้ผู้ใช้งานทุกคนอัปเดตระบบทันที

หลังบริษัทเทคโนโลยีเตือนว่าแฮกเกอร์บางกลุ่มเริ่มใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว หน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งทั่วยุโรปจึงตัดสินใจปิดเว็บไซต์ชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เมื่อรายละเอียดการแก้ไขช่องโหว่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ประกอบกับเครื่องมือ AI สามารถวิเคราะห์ย้อนกลับเพื่อค้นหาวิธีโจมตีช่องโหว่ได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบุกรุกระบบจำนวนมาก เนื่องจากแฮกเกอร์พยายามลงมือโจมตีก่อนที่ผู้ดูแลเว็บไซต์จะอัปเดตระบบได้ทัน

คอสติน ไรอู  ผู้ร่วมก่อตั้ง TLP:Black ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านความมั่นคงไซเบอร์ และรับมือเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ กล่าวว่า AI กำลังทำให้เกิดการแข่งขันว่าใครจะสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้ก่อน และเตือนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็คือ การเจาะระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่ทั่วอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก

PHP คืออะไร

PHP เป็นซอฟต์แวร์ฟรีแบบโอเพนซอร์ส โดยเป็นภาษาโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 ชื่อเดิมย่อมาจาก Personal Home Page ปัจจุบัน PHP เป็นส่วนสำคัญของเว็บไซต์จำนวนมหาศาล รวมถึงเว็บไซต์ที่สร้างด้วย WordPress, Drupal, Joomla และ Magento ทำให้ช่องโหว่ร้ายแรงใดๆ ในภาษาโปรแกรมนี้อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

เมื่อผู้ใช้งานเปิดหน้าเว็บ เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ PHP จะประมวลผล และประกอบเนื้อหาของหน้าเว็บ ก่อนส่งไปแสดงผลบนเว็บเบราว์เซอร์

การที่ PHP ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์กังวลเป็นพิเศษ โดยข้อมูลจาก W3Techs ซึ่งติดตามเทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ ระบุว่า PHP ถูกใช้ในเว็บไซต์ราว 75% ของเว็บไซต์ที่สามารถระบุภาษาโปรแกรมฝั่งเซิร์ฟเวอร์ได้

ทิฟฟานี ฟาร์ริส  รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Drupal Association กล่าวว่า “เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดที่ใช้ PHP ไม่ว่าเวอร์ชันใดก็ตามที่เผยแพร่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จะมีความเสี่ยงจากช่องโหว่นี้”

“ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่ออินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่”

ด้านหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลกเรียกร้องให้ผู้ใช้งาน PHP อัปเดตระบบทันที หรือปิดเว็บไซต์ชั่วคราวจนกว่าจะติดตั้งซอฟต์แวร์แก้ไขช่องโหว่ได้

ข้อมูลจาก Censys บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระบบที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต พบว่า ในบรรดาโฮสต์ 2.6 ล้านแห่ง ที่ตรวจพบ มีประมาณ 1.5 ล้านแห่งที่รายงานว่าใช้งาน PHP เวอร์ชันซึ่งยังไม่มีซอฟต์แวร์แก้ไขช่องโหว่รองรับ

แม้แต่หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของเนเธอร์แลนด์เองก็ต้องปิดเว็บไซต์ชั่วคราว โดยระบุว่าเป็นมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากช่องโหว่ดังกล่าว

ผู้ดำเนินการสารานุกรมออนไลน์ Wikipedia ระบุเช่นกันว่า ได้ปิดระบบบางส่วนโดยไม่ได้เปิดเผยจำนวน จนกว่าจะสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์แก้ไขช่องโหว่ได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ Internet Archive ห้องสมุดออนไลน์ขนาดใหญ่ ก็ปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อจัดการปัญหานี้ด้วย

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจถึงระดับผู้นำประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ ระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ส่วนซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เรียกร้องให้เจ้าของเว็บไซต์ “ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่ให้บริการอยู่ใช้ PHP หรือไม่ และเตรียมติดตั้งซอฟต์แวร์แก้ไขช่องโหว่ชุดใหม่”

AI ช่วยค้นพบช่องโหว่ที่ซ่อนมานานกว่าสิบปี

บริษัทความมั่นคงไซเบอร์สองแห่งเปิดเผยผลการตรวจสอบแยกกันว่า ช่องโหว่ใน PHP ถูกค้นพบโดยใช้ AI

บริษัท Calif ระบุผ่านบล็อกว่า บริษัทค้นพบช่องโหว่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 ส.ค.69 ด้วยความช่วยเหลือจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และได้ดำเนินการพัฒนาวิธีแก้ไขช่องโหว่มาตั้งแต่นั้น

ขณะที่ Wiz บริษัทความมั่นคงไซเบอร์ในเครือ Alphabet เปิดเผยผ่านบล็อกว่า บริษัทค้นพบช่องโหว่ดังกล่าวเช่นกัน โดยใช้ Wiz Atlas ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI สำหรับค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ ร่วมกับ Gemini 4 Argon ของ Google และ GPT-5.6 Sol ของ OpenAI

Wiz ระบุว่า ช่องโหว่เหล่านี้ซ่อนอยู่ในชุดโคดของ PHP มานานกว่าทศวรรษ และหากเป็นแฮกเกอร์ที่ใช้แรงงานมนุษย์ในการวิเคราะห์ การหาวิธีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวจะมีความซับซ้อนอย่างมาก

“ก่อนยุค AI การทำงานเหล่านี้ด้วยแรงงานมนุษย์เป็นเรื่องยาก และยิ่งยากขึ้นเมื่อต้องดำเนินการในวงกว้าง” Wiz ระบุ “แต่เมื่อมี AI อุปสรรคดังกล่าวก็หมดไป”

Calif และ Wiz ระบุว่า ทั้งสองบริษัทได้ประสานงานกัน รวมถึงทำงานร่วมกับทีมพัฒนา PHP และ OpenAI เกี่ยวกับการค้นพบช่องโหว่ดังกล่าว

ขณะที่ทำเนียบขาวเปิดเผยในแถลงการณ์ว่า ได้รับแจ้งเกี่ยวกับช่องโหว่นี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ในบล็อกที่เผยแพร่ช่วงดึกของวันพุธ ซีเจ โมเสส (CJ Moses) ผู้บริหารด้านความปลอดภัยของ Amazon เปิดเผยว่า ทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัทตรวจพบความพยายามใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวในการโจมตีระบบล่อเป้าที่เรียกว่า Honeypot ของ Amazon เมื่อวันที่ 17 ต.ค.69 หรือ 4 วันก่อนที่รายละเอียดช่องโหว่จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

ความพยายามโจมตีดังกล่าวมาจากที่อยู่อินเทอร์เน็ตที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเป็นการดำเนินการของผู้โจมตีทางไซเบอร์ 

อย่างไรก็ตาม โมเสส ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าผู้โจมตีทราบข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่นี้ได้อย่างไร ทั้งที่รายละเอียดดังกล่าวยังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดห้ามเผยแพร่ หลังจากนั้น มีความพยายามโจมตีเพิ่มเติมจากผู้โจมตีหลายกลุ่มในวันพุธ ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาห้ามเผยแพร่ข้อมูล
 

 

 

ที่มา: Reuters, CNBC

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์