วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบลดลง หลัง G7 เตรียมระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรอง

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง หลัง G7 เตรียมระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรอง แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น มีรายงานซาอุฯเตรียมโจมตีกลุ่มฮูตี สหรัฐจะส่งเรือรบเพิ่ม

KEY POINTS

  • กลุ่มประเทศ G7 ประกาศระบายน้ำมันดีเซลและน้ำมันดิบจากคลังสำรอง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง
  • การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
  • G7 จะระบายน้ำมันรวม 100 ล้านบาร์เรลในช่วง 4 เดือนข้างหน้า โดยจะเน้นการระบายน้ำมันดีเซลปริมาณมากในช่วง 20 วันแรก

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบขยับลงเล็กน้อยในวันศุกร์ (2 ต.ค. 69) หลังกลุ่มประเทศ G7 ประกาศปล่อยน้ำมันดีเซลและน้ำมันดิบจากคลังสำรอง เพื่อลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานสากล ลดลง 6 เซนต์ ปิดที่ 102.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ เวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ร่วงลง 1.76 ดอลลาร์ มาปิดที่ 91.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แผนปล่อยน้ำมันสำรอง 100 ล้านบาร์เรล

กลุ่ม G7 ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองรวม 100 ล้านบาร์เรลในช่วงสี่เดือนข้างหน้า โดย “จะระบายน้ำมันดีเซลในปริมาณมากเป็นพิเศษในช่วง 20 วันแรก” กลุ่ม G7 ประกอบด้วย ฝรั่งเศส แคนาดา เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ชาติตะวันตกเตรียมระบายน้ำมันสำรองเพิ่มเติม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางก็ปะทุขึ้น โดยแหล่งข่าวระดับภูมิภาคและชาติตะวันตกเปิดเผยต่อรอยเตอร์ว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังวางแผนเปิดปฏิบัติการโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีที่อิหร่านให้การสนับสนุนในเยเมน

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันปิดบวกในวันทำการก่อนหน้า หลังมีรายงานว่าสหรัฐ เตรียมส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินชุดที่สามไปยังตะวันออกกลาง

ทรัมป์บีบยุโรป

รัฐบาลทรัมป์ ได้เรียกร้องให้ยุโรประบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรอง ขณะที่โลกกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากสงครามในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดี ว่า “เกษตรกร คนขับรถบรรทุก และภาคธุรกิจอเมริกันไม่ควรต้องเป็นฝ่ายรับภาระจากภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลของโลกแต่เพียงลำพัง”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐ อาจใช้มาตรการห้ามส่งออกดีเซล แต่ดูเหมือนว่าเขาจะลดความร้อนแรงของแนวคิดดังกล่าวลงเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อราคาน้ำมันเบนซิน

สหรัฐเป็นผู้จัดหาดีเซลให้สหภาพยุโรป ราวครึ่งหนึ่งของปริมาณนำเข้าในเดือนสิงหาคม ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ชาติ มีความเสี่ยงสูงหากสหรัฐใช้มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง