จับสัญญาณ สหรัฐเคลื่อนทัพ 9,000 นาย พร้อมกองเรือรบไปตะวันออกกลางเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้ตะวันออกกลางมีกองเรือรบสหรัฐ 3 กองเรือ บ่งชี้อาจเตรียมโจมตีอิหร่านรอบใหม่
เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (1 ก.ย.) ว่า กองทัพสหรัฐ กำลังส่งกำลังพลราว 9,000 นายพร้อมกองเรือไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม การเสริมกำลังทหารของสหรัฐครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนอีกครั้งว่า อาจมีการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ในเร็วๆ นี้
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า การเคลื่อนกำลังพลดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามเข้าไปในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการการรับมืออิหร่านของทรัมป์ ในระหว่างที่เขากำลังพิจารณาก้าวต่อไป ท่ามกลางแรงกดดันจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่ใกล้เข้ามา และสัญญาณบ่งชี้ใหม่ๆ ว่า ความขัดแย้งอาจกำลังทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทรัมป์ขู่ว่าการยกระดับความขัดแย้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมยังคงเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ แม้ในตอนแรกเขาเคยให้คำมั่นกับชาวอเมริกันไว้ว่าปฏิบัติการนี้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ตาม
“3 กองเรือรบสหรัฐ” ประจำการในตะวันออกลาง
กองเรือที่กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลางชุดนี้ ประกอบด้วยทหารเรือกว่า 7,000 นาย และนาวิกโยธินอีก 2,000 นาย และกองเรือดังกล่าวประกอบไปด้วยกองเรือโจมตีที่มีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt เป็นแกนนำหลัก ซึ่งเพิ่งออกปฏิบัติภารกิจร่วมกับเรือลาดตระเวน USS Chosin และกลุ่มเรือสะเทินน้ำสะเทินบก USS Makin Island รวมถึงเรือยกพลขึ้นบก USS John P. Murtha และ USS Anchorage
เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับสำนักข่าวเอพี โดยไม่ขอเปิดเผยชื่อเนื่องจากข้อมูลมีความอ่อนไหว ว่า
สถานการณ์นี้อาจหมายความว่า ตะวันออกกลางอาจมีเรือบรรทุกเครื่องบินถึง 3 ลำประจำการอยู่ในภูมิภาคภายในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้
เมื่อพิจารณาจากกำลังพลที่มีอยู่เดิมในตะวันออกกลาง การเคลื่อนกำลังพลครั้งนี้จะทำให้สหรัฐมีกำลังพลกองทัพเรือและนาวิกโยธินในพื้นที่มากกว่า 20,000 นาย พร้อมด้วยอากาศยานอีกหลายร้อยลำ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้ ในเดือนเมษายน กองทัพเรือสหรัฐมีกองเรือโจมตีที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นแกนกลางประจำการอยู่ในตะวันออกกลางพร้อมกัน 3 กองเรือ ซึ่งถือเป็นรูปแบบประจำ 3 กองเรือครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003
ปัจจุบัน เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush และ USS George Washington รวมถึงกองเรือพร้อมปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก USS Boxer อยู่ในภูมิภาคดังกล่าว
โดยปกติแล้ว USS George Washington จะประจำการอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ถูกส่งมายังตะวันออกกลางเพื่อเข้ามารับช่วงต่อจาก USS Abraham Lincoln ซึ่งมีภารกิจประจำการที่ยาวนานและหนักหน่วงจนลูกเรือต้องอยู่กลางทะเลต่อเนื่องนานกว่า 260 วัน และเรือลำนี้ออกจากตะวันออกกลางแล้ว
ทรัมป์ปฏิเสธขอเสนออิหร่าน
ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Time ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีระลอกใหม่ โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ที่เขาจะยกระดับการทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐ วันที่ 3 พ.ย. และว่าเขาไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ได้
“ผมบอกคุณไม่ได้หรอก เพราะคุณก็รู้นี่ว่าคุณกำลังถามว่าผมจะไปทิ้งระเบิดที่ไหน” ทรัมป์กล่าว
ส่วนบทสัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ (28 ก.ย.) ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงล่าสุดจากอิหร่าน โดยให้เหตุผลว่า
“สิ่งใดที่ตนไม่เคยเห็นชอบเมื่อปีก่อน ตนก็จะไม่เห็นชอบในวันนี้เช่นกัน” และว่าข้อเสนอโดยรวมเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ “ยังดีไม่พอ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สงครามที่เริ่มได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อยๆ นี้จะส่งผลกระทบต่อโอกาสของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนหรือไม่ ในตอนแรกทรัมป์ตอบว่า “เป็นไปได้” แต่จากนั้นเขากล่าวเสริมว่า เรื่องนี้น่าจะส่งผลดีมากกว่า เพราะอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และเชื่อว่าผู้คนคัดค้านการที่อิหร่านมีขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ 100% รวมถึงคนทั่วโลก
สถานการณ์ก่อการร้ายยังน่ากังวล
สถานการณ์ความขัดแย้งมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างอิหร่านกับนักบินผู้ช่วยของสายการบิน FlyDubai ที่ก่อเหตุแทงกัปตันและพยายามทำให้เครื่องบินที่กำลังมุ่งหน้าไปยังอิสราเอลตกเมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) ที่ผ่านมา
“จากข้อมูลที่ผมได้รับมา ผมคิดว่าคำตอบคือ ‘ใช่’ แต่ขณะนี้เรากำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่” ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อมีการถามว่า เหตุการณ์ในห้องนักบินมีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ระหว่างนักบินผู้ก่อเหตุโจมตีกับทางการกรุงเตหะราน แต่ทรัมป์กล่าวโดยไม่ลงรายละเอียดเพิ่มเติม
ปธน. สหรัฐ เสริมต่อว่า หากมีการยืนยันได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับอิหร่านจริง สหรัฐจะดำเนินการตอบโต้
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ผ่านกระบวนการ “ปลูกฝังแนวคิดสุดโต่งแบบอิสลาม” มาก่อน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
“พวกเขาจะถูกตอบโต้อย่างหนักแน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย” ทรัมป์กล่าว “ลองไปถามพวกเขาดูสิ พวกเขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะถูกตอบโต้อย่างหนักแน่นอน”
ด้าน แอนดี เบอร์แนม นายกฯ อังกฤษ เพิ่งออกมายืนยันว่า เหตุการณ์ความกังวลด้านความปลอดภัยใกล้กับฐานทัพอากาศ Fairford เมื่อวันอาทิตย์ (27 ก.ย.) อิหร่านอาจมีความเชื่อมโยงกับเรื่องนี้
อนึ่ง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวชายต้องสงสัย 5 คน เนื่องจากไม่พบหลักฐานก่อระเบิด พบเพียงน้ำมันเบนซินจำนวนหนึ่ง ล่าสุด ตำรวจอังกฤษเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ได้จับกุมชายวัย 20 กลางๆ คนหนึ่งซึ่งถือสองสัญชาติ “อังกฤษและอิหร่าน” ในข้อหาต้องสงสัยวางแผนก่อการร้าย แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม




