ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังร่วงสี่วันติด ขณะที่ตลาดจับตาซาอุฯขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น จากที่ซาอุฯต้องปิดซ่อมท่อส่งน้ำมันที่เลี่ยงช่องแคบถูกโจมตี
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังจากดิ่งลงมากกว่า 9% ในช่วงสี่วันที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลด้านอุปทานจากตะวันออกกลางผ่อนคลายลง และผู้ค้าติดตามความพยายามทางการทูตที่ดูจะเร่งตัวขึ้นเพื่อยุติสงครามสหรัฐ–อิหร่าน
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทรงตัวใกล้ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปิดเหนือ 100 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (21 ก.ย.69) ข้อมูลจากดาวเทียมชี้ให้เห็นว่าปริมาณการบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจากด้านในอ่าวเปอร์เซียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าราชอาณาจักรได้ปรับการส่งออกกลับมาพึ่งช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น หลังการปิดท่อส่งข้ามประเทศสายสำคัญ
ด้านการทูต ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์กในวันอังคาร และอาจพบกับประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน นอกรอบการประชุม นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังมีกำหนดจัดประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ด้วย
“นักลงทุนในตลาดน้ำมันจะจับตาความคืบหน้าบนเวทีการทูตอย่างใกล้ชิด ระหว่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์พบกับประธานาธิบดีเปเซชเคียนและประธานาธิบดีสี” ฮามัด ฮุสเซน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้านภูมิอากาศและสินค้าโภคภัณฑ์แห่ง Capital Economics Ltd. ระบุ พร้อมเสริมว่า ไม่ได้หมายความว่าการหารือจะต้องนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เนื่องจากข้อเรียกร้องของสหรัฐและอิหร่านยังห่างกันมาก
ราคาน้ำมันได้ปรับขึ้นแล้วมากกว่า 60% ในปีนี้ จากการที่สงครามในตะวันออกกลางรบกวนการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สงครามรัสเซีย–ยูเครนสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปราคาขึ้นแรงยิ่งกว่าน้ำมันดิบ โดยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่เหนือ 6.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ยังคงดึงประเทศอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น สหราชอาณาจักรตกลงสนับสนุนกองทัพซาอุดีอาระเบียในการรับมือกับกลุ่มฮูตีที่ได้รับการหนุนหลังจากเตหะราน ซึ่งกำลังโจมตีราชอาณาจักร
อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลทรัมป์ได้เสนอจัดตั้งกองทุน 5,000 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานทั่วภูมิภาคที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม แผนดังกล่าวมีชื่อว่า “Partnership for Allied Construction & Trust” และจะให้บรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาแห่งสหรัฐ (US Development Finance Corporation) เป็นผู้นำ ดำเนินการในเป้าหมายส่งเสริมการลงทุน การฟื้นฟู และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตามเอกสารแนวคิดที่เผยแพร่
ขณะเดียวกัน ในลิเบีย กำลังการผลิตจากแหล่งน้ำมันใหญ่ที่สุดของประเทศลดลงกว่าครึ่ง หลังท่อส่งที่เชื่อมไปยังท่าเรือส่งออกซาวิยา (Zawiya) ถูกกลุ่มติดอาวุธปิดกั้น แหล่งชารารา (Sharara) ปัจจุบันผลิตได้ราว 127,000 บาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลจากผู้ที่รับรู้สถานการณ์ การพุ่งขึ้นในวงกว้างของราคาพลังงานตลอดปีนี้ได้กระตุ้นแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อชะลอจังหวะการขึ้นของราคา อัลแบร์โต มูซาเลม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ระบุว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกเพื่อให้ธนาคารกลางบรรลุเป้าหมาย
- อัปเดตราคาเช้าวันอังคาร (22 ก.ย. 69)
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม ซึ่งจะหมดอายุในวันอังคาร ทรงตัวที่ 95.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 7:06 น. ที่สิงคโปร์
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ปิดลบ 3.4% ที่ 100.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันจันทร์





