วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘หัวเว่ย’ ส่งชิป AI ท็อปสเปกบุกอียิปต์ ท้าทายอิทธิพลสหรัฐในซีกโลกใต้

"หัวเว่ย" เสนอขายชิป AI รุ่นท็อปให้รัฐบาลอียิปต์ หวังปักหมุดโครงสร้างพื้นฐานในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ท้าทายอิทธิพลสหรัฐ บีบรัฐบาลทรัมป์เร่งดึงเอกชนอเมริกันร่วมท้าชิง แข่งชิงความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ในกลุ่มประเทศซีกโลกใต้

KEY POINTS

  • หัวเว่ยยื่นข้อเสนอสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในอียิปต์โดยใช้ชิประดับท็อปตระกูล Ascend สำหรับกิจการภาครัฐ การทหาร และการสอดส่องดูแลความปลอดภัย
  • ข้อเสนอนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของจีนในการท้าทายอิทธิพลทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ และสร้างฐานที่มั่นในแอฟริกาและตะวันออกกลาง
  • สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการพยายามรวบรวมพันธมิตรบริษัทเทคโนโลยีเพื่อยื่นข้อเสนอแข่งขัน และเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรการลงโทษทางกฎหมายต่อผู้ใช้ชิปหัวเว่ย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (Huawei Technologies Co.) ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลอียิปต์ในการสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) สำหรับใช้ในกิจการทหาร การสอดส่องดูแลความปลอดภัย และงานระดับชาติของภาครัฐ โดยวางแผนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน

ในข้อเสนอนี้ หัวเว่ยเตรียมส่งมอบฮาร์ดแวร์ระดับสูงสุดเพื่อแข่งขันกับผู้นำตลาดอย่างบริษัท อินวิเดีย (Nvidia) โดยเสนอชิปสำหรับฝึกฝนระบบ ตระกูล Ascend 950-series ซึ่งเป็นชิประดับท็อปสุดของบริษัทจำนวน 1,408 ตัว และชิปสำหรับรันคำสั่งรุ่น 910B อีก 600 ตัว ซึ่งจำเป็นสำหรับการรันแบบจำลอง AI หลังจากระบบเรียนรู้และฝึกฝนข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังจับมือกับ ไอไฟลเทค (iFlytek Co.) ยักษ์ใหญ่ด้านระบบสอดส่องดูแลของจีน ซึ่งถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำร่วมกับหัวเว่ยตั้งแต่ปี 2562 เพื่อนำเสนอแพ็กเกจเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะแบบเบ็ดเสร็จ เช่น ระบบจดจำใบหน้า ระบบตรวจจับยานพาหนะโดยอิงจากฐานข้อมูลประชากรแห่งชาติ และระบบเฝ้าระวังชายแดนผ่านหน้าจอพาโนรามา

ซึ่งหากดีลนี้ประสบความสำเร็จ โครงการนี้จะนับเป็นความคืบหน้าสำคัญของจีนในการท้าทายอิทธิพลด้านเทคโนโลยีของอเมริกาในโครงสร้างพื้นฐาน AI และจะทำให้หัวเว่ยกลายเป็นผู้ให้บริการ AI รายสำคัญในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของแอฟริกา 

อีกทั้งเป็นการสร้างฐานที่มั่นในตะวันออกกลางของจีน หลังจากที่สหรัฐฯ ได้เข้าไปลงทุนในตลาด AI Data Center ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย และโครงการดังกล่าวยังอาจเป็นการส่งออกชิป Ascend ของ Huawei ครั้งแรกที่มีการเปิดเผย

แหล่งข่าวระบุว่า กลยุทธ์ของหัวเว่ยทั้งในแอฟริกาและทั่วโลกนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับแต่ละประเทศอย่างชัดเจน โดยในสัปดาห์หน้า สี จิ้นผิง ผู้นำของจีน มีกำหนดการที่จะเดินทางเยือนอียิปต์เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งทศวรรษ

ปัจจุบัน หัวเว่ยกำลังเดินหน้าดึงดูดกลุ่มลูกค้าภาครัฐในแอฟริกาอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การศึกษาและสาธารณสุข ในหลายประเทศซึ่งรวมถึงอียิปต์และเคนยา

สหรัฐนั่งไม่ติด ขู่ใช้ด้วยกฎหมายการค้า

แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทราบถึงการยื่นข้อเสนอดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ติดต่อไปยังบริษัทต่างๆ รวมถึง อินวิเดีย, แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวเซส (AMD) และ ไมโครซอฟท์ เกี่ยวกับการดึงกลุ่มพันธมิตรธุรกิจของสหรัฐมารวมกันเพื่อต่อต้านการประมูลชิป AI ของหัวเว่ย 

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ขณะที่อินวิเดียและเอ็มดีไม่ได้ตอบกลับ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้กล่าวแถลงอย่างเป็นทางการว่า “อียิปต์เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่เรากำลังพูดคุยด้วย เกี่ยวกับความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเอไอของสหรัฐ และปัญญาประดิษฐ์ของอเมริกาสร้างประโยชน์ให้กับโลก”

พร้อมทั้งระบุว่า สหรัฐพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการพัฒนาและใช้งาน AI ในแนวทางที่เคารพอธิปไตยและขยายขีดความสามารถ

นอกจากนี้ คณะทำงานของทรัมป์ยังได้แจ้งเตือนโลกด้วยว่า การใช้ชิปบางรุ่นของหัวเว่ยโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากวอชิงตันอาจส่งผลให้ถูกลงโทษทางกฎหมาย 

โดยกลยุทธ์การข่มขู่เคยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อเดือนพ.ค. 2568 มาเลเซียได้เปิดตัวโครงการระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งมีรายงานว่าจะใช้ชิป Ascend ของ Huawei รวมถึงโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ของ DeepSeek 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซียต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ AI ที่ใช้ชิปของหัวเว่ยดังกล่าว และลบข้อมูลอ้างอิงถึงหัวเว่ยออกจากข่าวประชาสัมพันธ์ พร้อมยืนยันว่า “มาเลเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการส่งออกที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างครบถ้วน และมาเลเซียยังขอยืนยันสิทธิ์อธิปไตยในการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติ” 

สมรภูมิเทคโนโลยีในซีกโลกใต้

สำหรับตอนนี้ ชิปจำนวน 2,008 ตัว ถือเป็นปริมาณที่ไม่มาก และยังน้อยกว่ากำลังประมวลผลที่บริษัทฝั่งตะวันตกนำมาใช้งานตามปกติหลายเท่าตัว

แต่สำหรับหัวเว่ยที่ต้องดิ้นรนเพื่อผลิตชิป AI ในปริมาณมาก ที่ถึงแม้จะมีข้อจำกัดของสหรัฐในการจัดซื้อเครื่องมือผลิตที่สำคัญ แต่ก็ยังเร่งขยายกำลังการผลิต ดังนั้นการประสบความสำเร็จในยอดขายครั้งนี้จะช่วยรับรองความสำเร็จ ทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน

ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติฉบับที่ 2 ของอียิปต์ตั้งเป้าให้เทคโนโลยีนี้มีส่วนสนับสนุน GDP ที่ 7.7% ภายในปี 2030 โครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นสิ่งจำเป็น และเนื่องจากอียิปต์ผลิตชิป AI เองไม่ได้ จึงต้องพึ่งพาสหรัฐฯ หรือจีน

รัฐบาลทรัมป์มีแผนสำหรับประเทศอย่างอียิปต์เช่นกัน เป็นโครงการส่งเสริมการส่งออกที่เสนอโซลูชัน AI พร้อมเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเจาะกลุ่มประเทศในแถบซีกโลกใต้ (Global South) ที่อาจหันไปใช้เทคโนโลยีราคาถูกของจีน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวถึงโครงการนี้ที่เริ่มมานานกว่าหนึ่งปี แต่ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่ามีเงินทุนพร้อมสำหรับอียิปต์โดยเฉพาะหรือไม่

นี่จึงทำให้ "อียิปต์" กลายเป็นสมรภูมิปะทะแห่งล่าสุดของมหาอำนาจทางเทคโนโลยีของโลก ซึ่งสะท้อนความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ประเทศ Global South ต้องเผชิญเพื่อไขว่คว้าโอกาสเข้าถึงทรัพยากร AI ของตนเอง

อ้างอิง: Bloomberg