วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘เวเนซุเอลา’ ขายน้ำมันเร็วกว่าท่าเรือรับไหว เรือค้างเติ่ง 30 วัน สกัดแผน ‘สหรัฐ’ กระตุ้นส่งออก

อุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลากำลังเผชิญปัญหาคอขวดครั้งใหญ่ เมื่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัวกลับพุ่งสูงเกินกว่าศักยภาพของท่าเรือส่งออกจะรองรับได้

KEY POINTS

  • การผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาฟื้นตัวสูงเกินกว่าศักยภาพของท่าเรือส่งออกที่ทรุดโทรม ทำให้เกิดปัญหาคอขวด
  • เรือบรรทุกน้ำมันต้องจอดรอคิวเพื่อขนถ่ายสินค้านานสูงสุดถึง 30 วัน เนื่องจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้าดับ และคุณภาพน้ำมัน
  • ความล่าช้าในการส่งออกกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางแผนของสหรัฐฯ ที่ต้องการกระตุ้นยอดส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา

อุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลากำลังเผชิญปัญหาคอขวดครั้งใหญ่ เมื่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัวกลับพุ่งสูงเกินกว่าศักยภาพของท่าเรือส่งออกจะรองรับได้ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันต้องจอดรอคิวนานสูงสุดถึง 30 วัน วิกฤตโครงสร้างพื้นฐานนี้เปรียบเสมือนการจำกัดเพดานส่งออก และกำลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่สกัดกั้นแผนการของสหรัฐที่มุ่งเร่งยอดส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ข้อมูลการเดินเรือและแหล่งข่าวระบุว่า ท่าเรือส่งออกน้ำมันที่ทรุดโทรมของเวเนซุเอลากำลังกลายเป็นการจำกัดเพดานการส่งออกโดยพฤตินัย (De facto export cap) ต่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่กำลังฟื้นตัว

ปัจจุบัน เรือบรรทุกน้ำมันต้องจอดรอคิวเพื่อโหลดสินค้านานถึง 30 วัน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าแก่ ปัญหาไฟฟ้าดับ และคุณภาพน้ำมันดิบที่ไม่ได้มาตรฐาน

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บริษัทน้ำมันแห่งชาติเวเนซุเอลา หรือ พีดีวีเอสเอ (PDVSA) และบรรดาพันธมิตร ไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้เกิน 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ว่าการผลิตน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น สต็อกน้ำมันจะลดลง และความต้องการในตลาดโลกจะอยู่ในระดับสูงก็ตาม

ความล่าช้าดังกล่าวเห็นได้ชัดจากภาพเรือบรรทุกน้ำมันหลายสิบสิบลำที่ลอยลำรอรับสินค้าอยู่บริเวณจุดจอดเรือ โดยเฉพาะใกล้กับท่าเรือโฆเซ (Jose port) ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งรองรับการส่งออกถึง 70% ของประเทศ

แหล่งข่าวจาก PDVSA เปิดเผยว่า ความเร็วในการถ่ายโอนน้ำมันดิบจากถังเก็บไปยังเรือนั้นช้ามาก ทำให้เรือบรรทุกต้องกินพื้นที่ท่าเทียบเรือนานกว่ากำหนดเวลาที่ได้รับจัดสรร ขณะที่เอกสารรายงานการเดินเรือระบุว่า ในปีนี้ท่าเรือโฆเซเผชิญการหยุดชะงักหลายครั้งจากปัญหาอุปกรณ์ขัดข้อง คุณภาพสินค้า และไฟฟ้าดับ

ความล่าช้าที่เกิดขึ้นกำลังสร้างอุปสรรคสำคัญต่อแผนการของสหรัฐที่ต้องการเร่งยอดส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา ภายใต้ข้อตกลงสำคัญกับบรรดาบริษัทการค้าระดับโลก

หากย้อนกลับไปเมื่อกว่า 2 ทศวรรษก่อนที่การผลิตเคยทำสถิติสูงสุดกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันนั้น ท่าเรือของเวเนซุเอลาสามารถรองรับการส่งออกได้มากกว่า 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเรือบรรทุกสามารถเข้าออกน่านน้ำเวเนซุเอลาได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์

ครั้งล่าสุดที่ลูกค้าของเวเนซุเอลาต้องเผชิญกับความล่าช้าที่ยาวนานเช่นนี้ คือช่วงที่สหรัฐใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่การจับกุมอดีตประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา นับแต่นั้น เดลซี โรดริเกซ รักษาการผู้นำเวเนซุเอลา ก็ได้ยึดมั่นตามแผนของวอชิงตันในการฟื้นฟูการส่งออกน้ำมัน

ข้อตกลงส่งออกน้ำมันระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐที่ผ่านการต่ออายุหลายครั้ง ช่วยให้บริษัทค้าน้ำมันระดับโลกอย่าง Vitol และ Trafigura สามารถจัดส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงได้กว่า 140 ล้านบาร์เรลในปีนี้ โดยสินค้าส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปยังสหรัฐ ขณะที่บางส่วนกลับเข้าสู่ตลาดที่ห่างหายไปนาน เช่น ยุโรปและอินเดีย ตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐที่ผ่อนคลายลง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สหรัฐผลักดันแผนฟื้นฟูบูรณะพลังงานมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในเวเนซุเอลา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิตน้ำมันดิบเป็นหลัก โครงการซ่อมแซมท่าเรือและโรงกลั่น กลับไม่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญ

แม้แต่บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่าง Chevron ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ PDVSA มานานหลายทศวรรษ ยังต้องหาทางออกเพื่อปรับปรุงการโหลดสินค้า ซึ่งรวมถึงการขอเข้าใช้ท่าเรือที่เดิมทีสงวนไว้สำหรับการขนส่งภายในประเทศ

ด้าน โจวานนี มาร์ติเนซ รองประธานของ PDVSA ยอมรับว่า "ปัจจุบันเราอยู่ในช่วงฟื้นฟู แม้เราจะมีโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงความน่าเชื่อถือให้ดีขึ้น"

การแข่งขันเพื่อแย่งชิงพื้นที่ท่าเรือ ทำให้ลูกค้าหลายรายต้องหันไปใช้พื้นที่ถ่ายโอนน้ำมันระหว่างเรือ (Ship-to-ship transfer) ซึ่งมักเกิดปัญหาน้ำมันรั่วไหลเปื้อนตัวเรือ ทำให้เกิดความล่าช้าและต้นทุนเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า PDVSA ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า บริษัทจะยังคงรวบอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมท่าเรือทั้งหมด รวมถึงการจัดตารางเวลาขนส่งสินค้าเองต่อไป