‘ลาว’ เบรกนำเข้ารถสันดาปชั่วคราว เร่งเครื่องหนุน EV เต็มสูบ ใช้จุดแข็งพลังน้ำสู้วิกฤติน้ำมันแพงตั้งเป้ารถยนต์ไฟฟ้า 30% ภายในปี 2030 แต่ยังท้าทาย
สปป.ลาว กำลังเร่งผลักดันการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มกำลัง โดยอาศัยความได้เปรียบจากทรัพยากรพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ หลังจากวิกฤติขาดแคลนน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามในอิหร่านจุดชนวนความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานอย่างหนัก
เบรกนำเข้ารถสันดาปชั่วคราว ตั้งเป้า EV 30%
รัฐบาลลาวตั้งเป้าหมายให้สัดส่วนของยานยนต์ไฟฟ้าแตะระดับ 30% ของยานพาหนะทั้งหมดในประเทศภายในปี 2030 ควบคู่ไปกับการสั่งระงับการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินเป็นการชั่วคราว
สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า มาตรการสนับสนุน และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายรถยนต์ EV คึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ข้าราชการชาวลาววัย 35 ปีรายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ขณะเลือกชมรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า ณ ตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ Zeekr จากจีน ในนครหลวงเวียงจันทน์ ว่า
"หากซื้อรถ EV จะช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นได้มาก ประกอบกับมีสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ทำให้ตัดสินใจซื้อได้อย่างสบายใจ"
ปัจจุบัน ตัวแทนจำหน่ายดังกล่าวทำยอดขายได้เฉลี่ย 30–50 คันต่อเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามในอิหร่าน
2 ปัจจัยหนุน EV ‘ภาษี-วิกฤติน้ำมัน’
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด EV ในลาว ได้แก่
- มาตรการภาษี
รัฐบาลลาวจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์พลังงานสะอาด เช่น EV เพียง 3% เท่านั้น ขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,000–3,000 ซีซี ต้องแบกรับอัตราภาษีในระดับเลขสองหลัก หรือมากกว่า 10% ขึ้นไป
- วิกฤติน้ำมันสำรอง
องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่า ในช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ลาวมีน้ำมันสำรองเหลือใช้เพียง 2 วัน เท่านั้น
ด้วยความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน รัฐบาลจึงเร่งลดการพึ่งพาน้ำมัน โดยได้แจ้งกระทรวงต่างๆ ถึงแผนการชะลอการนำเข้ารถยนต์เบนซิน พร้อมขอความร่วมมือให้บริษัทขนส่งปรับเปลี่ยนสัดส่วนยานพาหนะในองค์กรให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 10% ภายในปีนี้
นอกจากนี้ ภูมิประเทศแบบภูเขาที่เอื้อให้ลาวเป็นหนึ่งในผู้ผลิต พลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydroelectric Power)หลักของอาเซียน ยิ่งเป็นปัจจัยเสริมหนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้ดียิ่งขึ้น
3 ความท้าทาย สู่เป้าหมาย 30%
แม้จะมีปัจจัยหนุนรอบด้าน แต่เส้นทางสู่เป้าหมายยังมีความท้าทายสำคัญหลายประการ
เรื่องสัดส่วน EV ในปัจจุบัน โดย สอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว เปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคม ว่า ลาวมีรถยนต์ไฟฟ้า และไฮบริดจดทะเบียนรวม 17,357 คัน คิดเป็นเพียง 0.5% ของจำนวนยานยนต์ทั้งหมดในประเทศราว 3 ล้านคัน
ถัดมาคือ โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ ปัจจุบันทั่วประเทศมีสถานีชาร์จประมาณ 120 แห่ง โดยราวครึ่งหนึ่งกระจุกตัวอยู่เฉพาะในเขตกำแพงนครหลวงเวียงจันทน์
สุดท้ายคือ บริการหลังการขาย และอะไหล่ การซ่อมบำรุงยังต้องสั่งนำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่จากประเทศจีนโดยตรง ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานในการซ่อม ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





