กระทรวงการต่างประเทศ แถลงกระบวนการประนอมมีคืบหน้า ได้ประธานคณะกรรมธิการประนอมแล้ว คือ เอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรีย คาดเริ่มประชุมกับ 'กัมพูชา' เดือน ก.ย. นี้
นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวความคืบหน้ากระบวนการประนอมภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ในวันจันทร์ (17 ส.ค.) ว่า มีการแต่งตั้งประธานคณะกรรมธิการการประนอมเป็นที่เรียบร้อย
อธิบดีกรมสารนิเทศเผยว่า เมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นนายทะเบียนที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมธิการประนอมได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรีย เป็นผู้ประนอมคนที่ 5 ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม
ทูตคูเปอร์เป็นนักการทูตและนักกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มายาวนาน ทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการทูตการเจรจา อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่รู้จักภูมิภาคอาเซียนเป็นอย่างดีในฐานะที่เคยทำหน้าที่รองปลััดกระทรวงของออสเตรเลียที่มีภารกิจดูแลภูมิภาคนี้ และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไทยสนับสนุนในกระบวนการหารือระหว่างทุกฝ่ายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ที่สำคัญ ทูตคูเปอร์เคยเป็นตัวแทนร่วม หรือโคเอเจนท์ของรัฐบาลออสเตรเลียในกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLO ระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS ครั้งแรกของโลก ทำให้ทูตคูเปอร์มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งมีความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ประธานในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
นางสาวใจไทยยืนยันว่าฝ่ายไทยมีความมั่นใจว่าประสบการณ์ในด้านกฎหมายและการทูตของทูตคูเปอร์จะช่วยเอื้อต่อความเข้าใจบริบทและประเด็นสำคัญของสถานการณ์ไทย-กัมพูชาได้เป็นอย่างดี
สำหรับขั้นตอนต่อไปหลังจากแต่งตั้งคณะกรรมาธิการครบ 5 ท่าน และฝ่ายไทยได้แต่งตั้ง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้แทนฝ่ายไทย พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตทรงชัย ชัยปฏิยุทธ ในฐานะรองผู้แทนแล้ว คณะกรรมาธิการจะกำหนดวันและสถานที่ที่ประชุมเป็นครั้งแรก
ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ
เบื้องต้นคาดว่าการประชุมครั้งแรกจะจัดขึ้นภายในเดือนกันยายน แต่ยังต้องติดตามรายละเอียดที่แน่นอนต่อไป
สำหรับวาระการประชุมครั้งแรกคาดว่าจะเป็นการพิจารณาจัดทำข้อบังคับ rule of procedure เป็นหลักเกณฑ์และกรอบการทำงานของคณะกรรมธิการ ตลอดจนแนวทางสำหรับการประชุมและกระบวนการที่เกี่ยวข้องในระยะต่อไป อาทิ การพูดคุยเพื่อกำหนดสถานที่และช่วงเวลาการประชุม และรายละเอียดของแนวทางที่เกี่ยวข้อง
โฆษกกระทรวงฯ ยืนยันว่า กระบวนการประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล ผลลัพธ์ของการประชุมไม่ใช่การพิพากษา และไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอที่ทั้งสองฝ่ายจะนำไปพิจารณาต่อไป โดยคณะกรรมการทั้ง 5 ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญและปฏิบัติอย่างเป็นกลางด้วยความเข้าใจในบริบทของสถานการณ์ และจะช่วยให้ข้อเสนอแนะหรือทางออก มีความสมดุล ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องนำเสนอมุมมอง ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ และสุดท้ายต้องพิจารณาว่า ข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการท้ายที่สุดจะสามารถเป็นพื้นฐานให้ทั้งสองฝ่ายนำไปพูดคุยกันต่อไปหรือไม่ อย่างไร
"ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกประชาคมระหว่างประเทศ ไทยมีความรับผิดชอบและเคารพในกฎหมายระหว่างประเทศ และไทยพร้อมสนับสนุนและเข้าร่วมกระบวนการอย่างเต็มที่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน โดยกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะปฏิบัติหน้าที่และปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างดีที่สุด" ใจไทยกล่าว




