เหตุใดสหรัฐจึงเลือกโจมตี ‘สะพานรถไฟ Ogtay Khan’ ในอิหร่าน คำตอบคือ สะพานทางตอนเหนือแห่งนี้ไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานธรรมดา แต่ถือเป็นเส้นเลือดที่เชื่อม 3 ประเทศ อิหร่าน-รัสเซีย-จีน และกลายเป็น ‘ทางรอด’ ของอิหร่าน ตอนช่วงที่ถูกสหรัฐปิดล้อมทางทะเล
ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐ-อิหร่าน ก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้า โดยอเมริกาใช้ขีปนาวุธร่อนโจมตี “สะพานรถไฟ Aq Tekeh Khan หรือในอีกชื่อว่า Ogtay Khan” (สะพาน Ogtay Khan)ในจังหวัดโกลสถาน ทางตอนเหนือของอิหร่าน จนเสียหายอย่างหนัก
รายงานระบุว่า สะพานแห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์บนเส้นทางรถไฟคาซัคสถาน–เติร์กเมนิสถาน–อิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่ “เชื่อม 3 ประเทศเข้าด้วยกัน” (อิหร่าน รัสเซียและจีน) จนถูกขนานนามว่าเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของการค้าทางบกระหว่างทั้งสามประเทศ
ความสำคัญของเส้นทางสายนี้ยิ่งเพิ่มขึ้น หลังก่อนหน้านั้นที่สหรัฐ “ปิดล้อมอิหร่าน” ทางทะเล อิหร่านจึงต้องหันมาพึ่งเส้นทางรถไฟสายเหนือนี้เป็น “ทางรอด” เพื่อรักษาการนำเข้า ส่งออก และการลำเลียงสินค้ากับประเทศคู่ค้า
นั่นทำให้การโจมตีสะพานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงการทำลายโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงสำคัญที่อิหร่านใช้ชดเชยผลกระทบจากการถูกปิดล้อมทางทะเล พร้อมส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังเครือข่ายการค้าของรัสเซียและจีน ซึ่งต่างพึ่งพาเส้นทางสายนี้ในการขนส่งสินค้าผ่านภูมิภาคยูเรเชีย
นอกจากนี้ เส้นทางดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน โดยมีรายงานว่า ปริมาณสินค้าที่จีนขนส่งผ่านเส้นทางนี้เพิ่มขึ้นถึงสามเท่าก่อนเกิดการโจมตี ขณะเดียวกัน รัสเซียก็อาศัยเส้นทางนี้ในการ “ขนส่งสินค้าเข้าสู่อิหร่าน” ตั้งแต่ปลายปี 2568 เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือที่อาจถูกชาติตะวันตกตรวจสอบหรือสกัดกั้น
การโจมตีสะพานสายนี้ เกิดขึ้นไม่นานหลังจาก ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศ กร้าวว่า กรอบข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน มาถึง “จุดสิ้นสุด” แล้ว โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะอิหร่านละเมิดข้อตกลงก่อน ด้วยการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
การเลือกโจมตีสะพานลักษณะนี้ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า เป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตัดเส้นทางลำเลียงของอิหร่านเท่านั้น แต่อาจเป็นการ “ส่งสัญญาณเตือน” ไปยังรัสเซียและจีน ซึ่งต่างมีผลประโยชน์ด้านโลจิสติกส์และการค้าบนเส้นทางดังกล่าว
พร้อมกันนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ยังเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารและศูนย์โลจิสติกส์ทั่วอิหร่านประมาณ 90 แห่ง ขณะที่สำนักข่าว Fars News Agency ของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีสะพานส่งผลให้เครือข่ายรถไฟโดยสารและรถไฟขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศต้องหยุดให้บริการทันที
ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการส่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐในคูเวตและบาห์เรน สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งกำลังขยายวงกว้างมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สื่อทางการอิหร่านระบุว่า ทีมวิศวกรสามารถเข้าซ่อมแซมสะพานและทำให้กลับมาใช้งานได้ภายในเวลาเพียง 15 ชั่วโมง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลดังกล่าวจากแหล่งข่าวอิสระ ทำให้ระดับความเสียหายที่แท้จริงของโครงสร้างพื้นฐานแห่งนี้ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน


