วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

สิงคโปร์ ยันเดินเรือผ่าน 'ช่องแคบมะละกา' ต้องเสรี ลั่นไม่ร่วมวงเก็บค่าผ่านทาง

สิงคโปร์ ยันเดินเรือผ่าน 'ช่องแคบมะละกา' ต้องเสรี ลั่นไม่ร่วมวงเก็บค่าผ่านทาง

วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยในระหว่างการให้สัมภาษณ์ในงานของ CNBC ว่า การสัญจรผ่านช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าโลกจะต้องเสรีและฟรีสำหรับทุกคน โดยสิงคโปร์จะไม่เข้าร่วมในความพยายามใดๆ ที่จะปิดกั้น ขัดขวาง หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง

รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า ได้สื่อสารจุดยืนดังกล่าวไปยังจีนและสหรัฐแล้ว

เมื่อถูกถามว่าสิงคโปร์เคยได้รับแรงกดดันจากประเทศอื่นให้เปลี่ยนจุดยืนนี้หรือไม่ นายบาลากริชนัน ตอบว่า "ตอนนี้ยังไม่มี แต่อนาคตอาจจะมีก็ได้"

สิงคโปร์ ยันเดินเรือผ่าน 'ช่องแคบมะละกา' ต้องเสรี ลั่นไม่ร่วมวงเก็บค่าผ่านทาง

ทั้งนี้ ช่องแคบมะละกาซึ่งมีพรมแดนติดกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นเส้นทางการค้าสำคัญสำหรับพลังงานและสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก โดยถูกจัดให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก เช่นเดียวกับช่องแคบฮอร์มุซ คลองสุเอซ และคลองปานามา

ชี้ "อาเซียน 3 ชาติ" มีจุดยืนร่วมกัน

นายบาลากริชนัน เสริมว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างมีจุดยืนที่สอดคล้องกันในการรักษาการเดินเรือเสรี เนื่องจากทั้งสามประเทศเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการค้าเป็นหลัก

 "เราทุกคนรู้ดีว่าการเปิดเส้นทางนี้ไว้เป็นผลประโยชน์ของพวกเรา ทุกประเทศมีส่วนได้เสียทางยุทธศาสตร์และมีทิศทางยุทธศาสตร์ที่ตรงกัน" เขากล่าว

สิงคโปร์ ยันเดินเรือผ่าน 'ช่องแคบมะละกา' ต้องเสรี ลั่นไม่ร่วมวงเก็บค่าผ่านทาง

ในประเด็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และจีน นายบาลากริชนันเตือนว่า อันตรายหลักคือความร้าวฉานของความสัมพันธ์ โดยเปรียบเทียบว่าหากเกิดสงครามในมหาสมุทรแปซิฟิก สิ่งที่โลกกำลังเห็นในช่องแคบฮอร์มุซปัจจุบันจะเป็นเพียงแค่การ "ซ้อมใหญ่" เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ช่องแคบแห่งนี้ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ผู้นำจีนกังวลในกรณีที่เกิดสงคราม หรือที่เรียกว่า "Malacca Dilemma" ซึ่งทำให้ปักกิ่งพยายามลดการพึ่งพาเส้นทางทางทะเลนี้ ผ่านการสร้างท่อส่งน้ำมันและก๊าซในเมียนมาและรัสเซีย รวมถึงการเร่งผลักดันพลังงานหมุนเวียน

ทางด้านประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ได้เคยออกมาย้ำความสำคัญของพื้นที่นี้เช่นกัน โดยระบุว่าการค้าและพลังงานของเอเชียตะวันออกกว่า 70% ต้องไหลผ่านช่องแคบมะละกา รวมถึงช่องแคบซุนดาและช่องแคบมากัสซาร์ ซึ่งทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นจุดสนใจของโลกที่ต้องมีการบริหารจัดการอย่างน่าเชื่อถือ

อ้างอิง: Bloomberg