วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

วิกฤติน้ำมัน ‘เมียนมา’ ไหลเข้ากองทัพ สำรองเหลือใช้แค่ 40 วัน

วิกฤติน้ำมัน ‘เมียนมา’ ไหลเข้ากองทัพ สำรองเหลือใช้แค่ 40 วัน

เจาะวิกฤติน้ำมันเมียนมา รัฐบาลคุมเข้ม หลังสำรองเหลือใช้แค่ 40 วัน ราคาพุ่งแซงค่าแรง 2 เท่า แต่กองทัพกุมสิทธิ์ใช้ก่อนใคร ใช้สวนสนามโชว์แสนยานุภาพ

วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางกำลังทำให้เมืองเนปยีดอว์ของเมียนมา เผชิญกับวิกฤติขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก รัฐบาลเมียนมาต้องออกมาตรการจำกัดการซื้อน้ำมันอย่างเข้มงวด ประชาชนต้องต่อแถวรอเติมน้ำมันท่ามกลางอุณหภูมิ 38 องศา และบ่อยครั้งที่การรอคอยนั้นจบลงด้วยความว่างเปล่า

ประเทศที่ดูจะบอบช้ำที่สุดในเอเชียคือ “เมียนมา” ที่มีประชากรกว่า 51 ล้านคน เพราะนอกจากจะต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลักแล้ว เมียนมายังโดดเดี่ยวจากนานาชาตินับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วยิ่งวิกฤติหนักขึ้น  

ทันทีที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ -อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้น รัฐบาลเมียนมาได้ออกมาเปิดเผยว่ามีน้ำมันสำรองเหลืออยู่เพียงประมาณ 40 วัน เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่มั่งคั่งอย่างสิงคโปร์ที่มีน้ำมันสำรองไว้ใช้ได้นานหลายเดือน 

รัฐบาลต้องใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดสุดขีดเมื่อสงครามยืดเยื้อ เช่น การอนุญาตให้รถยนต์ส่วนตัวเติมน้ำมันได้แบบ "วันเว้นวัน" โดยสลับตามเลขทะเบียนคู่-คี่ ขณะที่ข้าราชการถูกสั่งให้ทำงานจากที่บ้านเพื่อลดการเดินทาง และเที่ยวบินในประเทศที่เดิมทีก็มีน้อยอยู่แล้วก็ถูกสั่งลดจำนวนลงไปอีก

แต่มาตรการประหยัดเหล่านี้กลับไม่สามารถยับยั้งราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูดได้ โดยราคาน้ำมันเบนซินดีดตัวสูงขึ้นถึง 40% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม จนไปแตะระดับประมาณ 8 ดอลลาร์ต่อแกลลอน  หรือราว  260 บาท ซึ่งราคาที่แพงหูฉี่นี้สูงกว่า "ค่าแรงเฉลี่ยต่อวัน" ของชาวเมียนมาถึง 2 เท่า ทำให้การเข้าถึงน้ำมันกลายเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับคนทั่วไป

พยู ที พนักงานส่งของวัย 36 ปี ต้องมาทนตากแดดรอคิวแบบนี้ถึงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยในวันนี้เธอรอมานานกว่า 2 ชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังเข้าใกล้หัวจ่ายน้ำมันไม่ถึงครึ่งทาง ซึ่งเธอกล่าวด้วยความท้อแท้ว่าไม่มีใครอยากมาเสียเวลาชีวิตอยู่ตรงนี้ เพราะมันทำให้การทำมาหากินและการดูแลครอบครัวยากลำบากขึ้นอย่างมาก

วิกฤติน้ำมันในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 และศูนย์กลางการค้าของประเทศยิ่งแย่เข้าไป  มีรถบรรทุกจอดต่อคิวยาวหลายไมล์ตามปั๊มน้ำมันที่ยังเปิดอยู่  ซึ่งคนที่ยอมเสียเวลานานหลายชั่วโมงก็มักจะพบกับความผิดหวัง ทำให้คนขับรถบรรทุกบางส่วนจำใจต้องหันไปพึ่ง "ตลาดมืด" ริมทางที่ขายน้ำมันในถังพลาสติก ซึ่งมีราคาแพงกว่าราคาปกติถึง 40%   

จอว์ เทต ไว คนขับรถบรรทุกที่มาปักหลักรอคิวตั้งแต่ตี 4 แต่พอถึงช่วงบ่ายแก่ๆ เขาก็เริ่มกังวลว่าจะเติมน้ำมันไม่ทันก่อนปั๊มปิด  เขาตัดพ้อว่าถึงจะรอจนได้เติม "ก็ยังไม่เคยได้น้ำมันเต็มถังเลยสักครั้ง" เนื่องจากมาตรการจำกัดปริมาณที่เข้มงวด 

‘น้ำมัน’ ไหลเข้ากองทัพ ใช้สวนสนามโชว์แสนยานุภาพ

รายงานระบุว่า ตอนนี้น้ำมันส่วนใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ในเมียนมาถูกจัดสรรไปให้กองทัพเป็นลำดับแรก โดยล่าสุดได้มีการนำมาใช้ในงานสวนสนามประจำปีเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่นในปี 1945  โดยการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งระดับชาติที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อต้นปี  

แม้จะมีการใช้เชื้อเพลิงจำนวนมากไปกับงานนี้ บนลานสวนสนามนอกกรุงเนปยีดอว์  ในขณะที่ขบวนรถถังและรถปืนใหญ่ พร้อมกับมีเครื่องบินรบ และยิงพลุไฟเพื่อแสดงแสนยานุภาพ  แต่รัฐบาลทหารกลับไม่ยอมชี้แจงให้ชัดเจนว่าสถานการณ์น้ำมันสำรองของประเทศเหลืออยู่เท่าใด หรือมีแผนการอย่างไรในการจัดหาพลังงานมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป 

แม้แต่พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพ ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับวิกฤติ 

ในการกล่าวสุนทรพจน์ของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผู้นำรัฐประหารปี 2021 ซึ่งคาดว่าจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อกุมอำนาจทางการเมืองต่อไป เขากลับเลือกที่จะ ไม่พูดถึงวิกฤติน้ำมันเลยแม้แต่น้อย แต่กลับใช้เวทีนี้กล่าวโจมตีผู้รุกรานจากต่างชาติและนักการเมืองที่ฉวยโอกาส 

 

อ้างอิง Bloomberg