บลูมเบิร์กรายงานว่า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และพลาสติก ในสหรัฐ กำลังเผชิญภาวะวิกฤติอย่างหนัก เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ผู้ผลิตสารประกอบเคมีรายใหญ่หลายรายต้องประกาศ "เหตุสุดวิสัย" เพื่อหยุดการส่งมอบสินค้าตามสัญญาชั่วคราว
สารเคมีสำคัญที่ขาดแคลนคือ MEG (โมโนเอทิลีนไกลคอล) และ PTA (กรดเทเรฟทาลิกบริสุทธิ์) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่ได้จากน้ำมัน หากขาดสารสองตัวนี้ จะไม่สามารถผลิตพลาสติก PET (โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต) ได้ ซึ่ง PET คือ พลาสติกใสที่เราใช้งานในชีวิตประจำวัน สังเกตได้จากสัญลักษณ์เลข "1" ในสามเหลี่ยมบนบรรจุภัณฑ์ รวมถึงยังใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและชิ้นส่วนยานยนต์ด้วย
ยักษ์ใหญ่ด้านเคมีภัณฑ์อย่าง SABIC หรือ ซาอุดี เบสิก อินดัสทรี ได้ประกาศภาวะเหตุสุดวิสัยสำหรับการขนส่ง MEG และไดเอทิลีนไกลคอล โดยทางบริษัทระบุชัดเจนว่า "ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของปัญหานี้ได้" เนื่องจากการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซมีความไม่แน่นอนสูง
ฐานผลิต ‘ไต้หวัน จีน เกาหลีใต้’ ระงับส่งออก
บริษัท โอเรียนทัล ยูเนียน เคมิคอล คอร์ปที่มีโรงงานในไทเป ไต้หวันได้แจ้งลูกค้าในสหรัฐ ว่าจำเป็นต้องระงับการจัดส่งสาร MEG ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมี.ค.จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม ดาเนียล ยู โฆษกบริษัทระบุว่า หลังวันที่ 11 มี.ค. บริษัทได้เริ่มกลับมาส่งมอบสินค้าตามปกติ แต่ต้องมีการปรับราคาขึ้นทุกเดือนเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันดิบที่พุ่งสูง
ขณะที่สำนักข่าวกลางของไต้หวันรายงานว่า รัฐบาลกำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิต "เอทิลีน" เพื่อช่วยบรรเทาความตึงเครียดในอุตสาหกรรม
บริษัท ไห่หนาน ยี่เซิง ในประเทสจีนได้แจ้งลูกค้าในสหรัฐ ถึงภาวะเหตุสุดวิสัยต่อ “สำหรับสัญญา/คำสั่งซื้อ/ภาระผูกพันในการส่งมอบที่ได้รับผลกระทบ” โดยชี้ว่าปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการจัดส่งสาร PTA และ PET ส่วนในเกาหลีใต้ ผลกระทบได้ส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรงแล้ว โดยราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตั้งแต่ถุงขยะไปจนถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากผู้ผลิตต้องผลักภาระต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้นไปให้แก่ลูกค้า
ราคาสินค้า ‘ยุโรป-สหรัฐ’ แพงขึ้น
ยุโรป เป็นภูมิภาคที่พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางอย่างมาก ทำให้ราคาสินค้าจำพวกน้ำยาทำความสะอาด ยางรถยนต์ และอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ อินโดรามา เวนเจอร์สยังประกาศเหตุสุดวิสัยสำหรับการขนส่งจากโรงงาน PET สองแห่งในยุโรป
ขณะเดียวกัน อินโดรามา ประกาศ ปรับขึ้นราคาเรซิน PET ในสหรัฐและแคนาดา 10 เซนต์ต่อปอนด์ พร้อมบวกค่าธรรมเนียมช่วงสงครามเพิ่มอีก 5 เซนต์
จิม ฟิตเตอร์ลิง ซีอีโอของบริษัทดาว อิงค์ เตือนว่าแม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้อีกครั้ง แต่การขนส่งเคมีภัณฑ์อาจต้องใช้เวลาถึง 9 เดือน กว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ พร้อมแจ้ง ลูกค้าว่าราคาเรซินพลาสติกในเดือนเม.ย.จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือประมาณ 30 เซนต์ต่อปอนด์
โจนาธาน ควินน์ ซีอีโอจากบริษัท อีจีซี คอนซัลติ้ง อิงค์ วิเคราะห์ว่าวิกฤตินี้จะกระทบถึงชั้นวางสินค้าในร้านโชห่วยเร็วๆ นี้ โดยคาดว่าต้นทุนบรรจุภัณฑ์จะเพิ่มขึ้น 5% ภายในหนึ่งเดือน และอาจสูงถึง 20% ในสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยว อาหารแช่แข็ง และเนื้อสัตว์สด ซึ่งราคาถุงมันฝรั่งทอดเพียงอย่างเดียวอาจแพงขึ้นทันที 5-10 เซนต์





