อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเกาหลีใต้กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มบริษัทแชโบลรายใหญ่ สู่การเติบโตของ "สตาร์ทอัพ" หน้าใหม่ที่นำเทคโนโลยี AI และโดรนจู่โจมเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดโลก ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้พุ่งทะยานสู่มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่อันดับ 9 ของโลก
ความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลางกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ความต้องการอาวุธทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอาวุธมาตรฐาน NATO ที่เกาหลีใต้สามารถผลิตได้ในราคาที่ถูกกว่าและรวดเร็วกว่าคู่แข่งจากชาติตะวันตก ล่าสุดเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการส่งออกรถถังให้แก่โปแลนด์ และระบบขีปนาวุธสกัดกั้นให้แก่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
ทุนใหญ่แห่ลุย “โดรน-ซอฟต์แวร์”
ไฮไลท์ที่น่าจับตาคือการผงาดขึ้นของสตาร์ทอัพอย่าง Pablo Air Co.ซึ่งกำลังพัฒนาโดรนจู่โจมแบบพลีชีพ (One-way attack drones) คล้ายกับรุ่น Shahed ของอิหร่าน โดยบริษัทเพิ่งระดมทุนรอบ Pre-IPO Bridge Round ได้ถึง 1.1 หมื่นล้านวอน (7.5 ล้านดอลลาร์) จากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Korean Air Lines และกองทุนที่สนับสนุนโดย LIG Nex1
Pablo Air ตั้งเป้าสร้างโรงงานผลิตขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตโดรนจู่โจมให้ได้ 30,000 ลำต่อปีภายในปีหน้า และเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ขณะที่ Nearthlab สตาร์ทอัพผู้เชี่ยวชาญโซลูชันต่อต้านโดรน (Anti-drone) ก็สามารถคว้าสัญญาจองมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์จากประเทศในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สำเร็จ
กระทรวงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสตาร์ทอัพของเกาหลีใต้ ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อผลักดันให้เกิดสตาร์ทอัพด้านกลาโหม 100 รายภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นการขยายการลงทุนและปรับปรุงการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ
“เราจะผลักดันให้อีโคซิสเต็มของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ก้าวข้ามจากฐานการผลิตที่รวมศูนย์อยู่ที่บริษัทขนาดใหญ่ ไปสู่ระบบที่เข้มแข็งและรวมถึงอุตสาหกรรมใหม่ๆ และสตาร์ทอัพด้วย” ฮัน ซอง-ซุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ระบุ
จาก "เกมเมอร์" สู่ "นักรบ AI"
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการก้าวเข้ามาของบริษัทนอกอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่าง Krafton Inc. ผู้สร้างเกมชื่อดัง "PUBG: Battlegrounds" ที่ได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับ Hanwha Aerospace เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้าน AI และซอฟต์แวร์มาผสานกับศักยภาพการผลิตอาวุธ
คิม ชาง-ฮัน ซีอีโอของ Krafton เผยวิสัยทัศน์ว่าต้องการสร้างบริษัทเทคโนโลยีป้องกันประเทศระดับโลกในลักษณะเดียวกับ Anduril Industries ของสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์
การก้าวขึ้นมาของเกาหลีใต้กำลังเขย่าโครงสร้างการค้าอาวุธโลกที่เดิมถูกครอบงำโดย "Big Five" ของสหรัฐฯ อย่าง Lockheed Martin, RTX, Northrop Grumman, General Dynamics และ Boeing ซึ่งครองสัดส่วนงบจัดซื้อจัดจ้างของสหรัฐฯ กว่า 30%
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า อุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองและใช้งานจริงโดยกองทัพเกาหลีใต้จะมีโอกาสสูงมากในตลาดต่างประเทศ การขยายตัวของบริษัทเกาหลีใต้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับประเทศต่างๆ แต่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งอาจส่งผลต่ออิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์และความซับซ้อนของความขัดแย้งในอนาคต





