วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'เงินสด' สำคัญสุดยุคสงคราม 'น้ำมัน-ดอลลาร์' พุ่งสวนทาง 'หุ้น-ทอง-บอนด์'

'เงินสด' สำคัญสุดยุคสงคราม 'น้ำมัน-ดอลลาร์' พุ่งสวนทาง 'หุ้น-ทอง-บอนด์'

สงครามอิหร่าน-อิสราเอลดัน ’ดอลลาร์’ แข็งค่าขึ้น 1.3% ในสัปดาห์เดียว พุ่งแรงสุดรอบปี ป้องความเสี่ยงดีกว่า ‘ทอง-บอนด์’ สยบกังขาขาลง

รอยเตอร์รายงานว่า "เงินสด" กลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตลาดโลก ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาทองคำ พันธบัตร และหุ้นร่วงลงพร้อมกัน  ทำให้สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงแบบเดิมกำลังเปลี่ยนไป 

ดอลลาร์” ถูกเลือกและโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในสายตาของนักลงทุน ส่วน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวสูงขึ้นแตะ 83.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้ 

ขณะที่ "ทองคำ" ร่วงลงถึง 4%  หลังจากที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงภาวะที่เรียกว่า "Indiscriminate" หรือการขายแบบไม่เลือกปฏิบัติ  'เงินสด' สำคัญสุดยุคสงคราม 'น้ำมัน-ดอลลาร์' พุ่งสวนทาง 'หุ้น-ทอง-บอนด์'

ดัชนีดอลลาร์ของบลูมเบิร์ก (Bloomberg Dollar Spot Index ) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1.3%  ในปสัปดาห์นี้  ซึ่งทำให้ดอลลาร์เข็งค่ามากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี ส่วนสกุลเงินหลักเกือบทั้งหมด 16 สกุลที่ Bloomberg ติดตามอยู่กลับปรับตัว

ไมเคิล อาร์โรน นักวิเคราะห์ของ State Street Investment Management ในบอสตัน มองว่า  “น้ำมันและดอลลาร์เป็นเพียงสองสิ่งที่ผู้คนต้องการเป็นเจ้าของในตอนนี้”

‘ดอลลาร์’ ฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย 

ปาเรศ อุปาธยายะ นักเศรษฐศาสตร์จาก Pioneer Investments  มองว่าดอลลาร์กำลังทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ในช่วงเวลาที่ผู้คนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและมีความไม่แน่นอน พร้อมกับการที่ทั่วโลกกำลังตั้งคำตามถึงแนวโน้มการเติบโตและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกด้วย

ความต้องการดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้น เข้ามาลดข้อกังขาที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะในสถานการ์นี้ไม่มีสิ่งใดทดแทนดอลลาร์ได้ดีไปกว่าดอลลาร์แล้ว

ก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะเริ่มโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดส่วนใหญ่ต่างคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนลง  โดยข้อมูลจาก Bloomberg ที่รวบรวมจาก CFTC จนถึงวันที่ 24 ก.พ.  นักลงทุนได้ถือครองสถานะเดิมพันว่า "เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง" คิดเป็นมูลค่าสูงถึงเกือบ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์

เดวิด แวกเนอร์ นักวิเคราะห์ของแอปตัส แคปิตอล แอดไวเซอร์ส มองว่านักลงทุนกำลังจับตาความเคลื่อนไหวในตลาดและวิธีการรับมือในอนาคต เพราะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐไม่อาจเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเหมือนกับในอดีดได้อีกต่อไป

ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนดอลลาร์ในตลาดต่างประเทศ โดยดัชนีชี้วัดที่เรียกว่า "Cross-currency basis" ซึ่งสะท้อนถึง "ต้นทุนส่วนต่าง" ที่นักลงทุนต้องจ่ายเพิ่มหากต้องการแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่นมาเป็นเงินดอลลาร์นอกสหรัฐ ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่ามีความต้องการถือครองเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นอย่างล้นหลามเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ เช่น ฟรังก์สวิส, ยูโร และปอนด์ ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะที่นักลงทุนทั่วโลกต่างเร่งสะสมสภาพคล่องในรูปสกุลเงินดอลลาร์เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสงคราม 

นักลงทุนต้องการถือ "เงินสด"

'เงินสด' สำคัญสุดยุคสงคราม 'น้ำมัน-ดอลลาร์' พุ่งสวนทาง 'หุ้น-ทอง-บอนด์' ข้อมูล จาก LSEG Lipper แสดงให้เห็นว่ากองทุนตลาดเงินทั่วโลกได้รับเงินไหลเข้า 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เนื่องจากนักลงทุนต่างมองหาแหล่งพักพิงในตราสารระยะสั้นที่มีลักษณะคล้ายเงินสด

ในทางตรงกันข้าม นักลงทุนลดการลงทุนในหุ้น โดยถอนเงิน 9.6 พันล้านดอลลาร์ออกจากกองทุนหุ้นที่เน้นตลาดสหรัฐ ขณะที่กองทุนหุ้นทั่วโลกมียอดเงินไหลออก 9.1 พันล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน

ดอลลาร์มีโอกาส ‘แข็งค่า’ ต่อ

ตลาดออปชั่นสะท้อนให้เห็นการเคลื่อไหวของราคาสปอตดอลลาร์ การคาดการณ์ของนักลงทุนเปลี่ยนทิศทาง โดยมองว่าดอลลาร์จะเข้าสู่ "ขาขึ้น" จนทำให้ราคาการเดิมพันว่าดอลลาร์จะแข็งค่านั้นแพงขึ้นกว่าเดิมมาก 

สกายลาร์ มอนต์โกเมอรี โคนิง นักวิเคราะห์จาก  MLIV มองว่าดอลลาร์ยังคงเป็นผู้รับผลประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดท่ามกลางความขัดแย้งนี้ จากทั้งการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และการที่สหรัฐเป็นผู้ส่งออกพลังงาน ในขณะที่ประเทศสกุลเงินหลักของโลกอื่นๆ ยังคงต้องนำเข้าพลังงาน

หากย้อนดูความสัมพันธ์ของดอลลาร์ในอดีตกับ “ภาวะช็อกน้ำมัน” ที่เกิดจากปัญหาด้านซัพพลายเชน บ่งชี้ว่ายังมีโอกาสที่ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นอีก

 

อ้างอิง Bloomberg Reuters