อัลจาซีราเปิดตัวเลขคาดการณ์งบประมาณ และอาวุธที่สหรัฐใช้ทำสงครามกับอิหร่าน อเมริกาเสียเท่าไร แล้วอาวุธเพียงพอหรือไม่หากสงครามยืดเยื้อ
การเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐและอิหร่านก้าวเข้าสู่ระยะใหม่เมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) เมื่อสหรัฐและอิสราเอลร่วมกันปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ที่เรียกว่า “ปฏิบัติการ Epic Fury” เปิดฉากสู่การเผชิญหน้าทางทหารอย่างเป็นทางการ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจว่า อิหร่านจะไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้
ทรัมป์ ยังได้ส่งสัญาณด้วยว่า ปฏิบัติการอาจยืดเยื้อ 4-5 สัปดาห์
อัลจาซีราตั้งคำถาม "สหรัฐจะดำเนินสงครามใหม่ในตะวันออกกลางได้หรือไม่“ และสุดท้ายแล้ว ”สงครามนี้มีค่าใช้จ่ายเท่าไร"
สหรัฐเสียเงินไปเท่าไรในอิสราเอลและตะวันออกกลางนับตั้งแต่ปี 2023
ตามรายงานต้นทุนสงคราม 2025 ของมหาวิทยาลัยบราวน์ พบว่า นับตั้งแต่ฮามาสโจมตีอิสราเอลวันที่ 7 ต.ค. 2566 สหรัฐให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอลแล้ว 2.17 หมื่นล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันยังให้เงินทุนสนับสนุนอิสราเอลปฏิบัติการในเยเมน อิหร่าน และที่อื่นๆ ในตะวันออกกลาง 9,650 - 12,070 ล้านดอลลาร์
สหรัฐใช้ระบบอาวุธใดในสงครามอิหร่าน
ตามข้อมูลของ CENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการ Epic Fury ใช้ระบบอาวุธมากกว่า 20 ประเภท ทั้งระบบอาวุธทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และกองกำลังป้องกันขีปนาวุธ
CENTCOM บอกว่า เป้าหมายมากกว่า 1,000 แห่งในอิหร่านถูกโจมตี จากการใช้ระบบอาวุธมากว่า 20 ประเภทข้างต้น
เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2
ระบบอาวุธบางส่วน ได้แก่
กองกำลังทางอากาศ
- เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1
- เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 : ใช้ใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์และทางทหารที่สำคัญ
- เครื่องบินขับไล่F-35 Lightning II และ F-22 Raptor เป็นเครื่องบินขับไล่ขั้นสูง
- เครื่องบินขับไล่ F-15: ใช้กันอย่างแพร่หลาย มี 3 ลำสูญหายในเหตุการณ์เหนือคูเวต เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เบื้องตนพบว่าเป็นเหตุการณ์ยิงพวกเดียวกันเอง
- เครื่องบินขับไล่ F-16 Fighting Falcon, F/A-18 Super Hornet และ A-10: ได้รับการยืนยันแล้วว่ามีบทบาทในด้านการโจมตีและสนับสนุน
- เครื่องบินขับไล่ EA-18G Growler: ใช้สำหรับการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์และการปราบปรามระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู
- เครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS): ประสานการบังคับบัญชา การควบคุม และการจัดการพื้นที่การรบ
โดรน MQ-9 Reaper (ภาพจาก: https://nara.getarchive.net/media/an-mq-9-reaper-aircrew-flies-a-training-mission-over-918a36)
โดรนและระบบโจมตีพิสัยไกล
- โดรนลูคัส: ใช้งานในการรบครั้งนี้ครั้งแรก โดรนลูคัสเป็น “ระบบโจมตีทางอากาศไร้คนขับราคาประหยัด” แบบบินทางเดียว ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากแบบของอิหร่าน
- โดรน MQ-9 Reaper: มีบทบาทในการเฝ้าระวังและการโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ
- ระบบจรวดปืนใหญ่เคลื่อนที่เร็ว M-142 (HIMARS): ปืนใหญ่จรวดภาคพื้นดิน
- ขีปนาวุธร่อน Tomahawk: ยิงจากเรือรบ
ระบบป้องกันขีปนาวุธ
- ระบบสกัดขีปนาวุธแพทริออต และ THAAD: ใช้สกัดขีปนาวุธอิหร่าน และระบบโดรนโจมตี
USS Abraham Lincoln
แสนยานุภาพทางทะเล
- กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีสองกลุ่ม นำโดยเรือ USS Gerald R Ford และ USS Abraham Lincoln: ให้กำลังรบทางทะเลขนาดมหาศาล
- เครื่องบิน P-8 Poseidon: ลาดตระเวนและสอดแนมทางทะเล
- เครื่องบินขนส่งสินค้าและเติมเชื้อเพลิง: C-17 Globemaster, C-130 Hercules และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศต่างๆ ช่วยรักษาการลำเลียงทางโลจิสติกส์
สหรัฐต้องเสียเท่าไร ในการทำสงครามกับอิหร่าน
การคาดการณ์ต้นทุนรวมของปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่นั้นเป็นเรื่องยาก ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าสงครามครั้งใหม่นี้จะทำให้สหรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด
คริสโตเฟอร์ เพรเบิล นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์สติมสัน กล่าวกับอัลจาซีราว่า กระทรวงกลาโหมยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลนั้น ฃจึงทำได้เพียงคาดเดา แต่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถคาดเดาต้นทุนของอาวุธแต่ละชนิดได้ และสามารถคาดเดาต้นทุนของปฏิบัติการ หรือการปฏิบัติการทางทะเลได้
รายงานจากสำนักข่าวอนาโดลูประเมินว่า สหรัฐอาจใช้เงินไปประมาณ 779 ล้านดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ Epic Fury ส่วนการเตรียมการทางทหารก่อนการโจมตี ซึ่งรวมถึงการเคลื่อนย้ายเครื่องบิน การส่งเรือรบมากกว่าสิบลำ และการระดมกำลังในภูมิภาค คาดว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 630 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลของศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่ (Center for New American Security) ระบุว่า การปฏิบัติการของกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี เช่น เรือ USS Gerald R Ford มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6.5 ล้านดอลลาร์ต่อวัน
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก เมื่อเครื่องบินรบสหรัฐอย่างน้อย 3 ลำ ถูกยิงตกในคูเวต ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐอธิบายว่าเป็นเหตุการณ์ยิงพวกเดียวกันเอง
ขีปนาวุธแพทริออต
จำนวนอาวุธน่ากังวลมากกว่าเงิน
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า อาจไม่ใช่เรื่องความยั่งยืนทางการเงิน แต่เป็นจำนวนอาวุธที่มีอยู่
“ในแง่ของต้นทุน มีความยั่งยืนอยู่ ผมหมายถึง เรามีงบประมาณด้านกลาโหม 1 ล้านล้านดอลลาร์ และมีคำขอให้เพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งผมคิดว่าน่าตกใจ แต่ประธานาธิบดีก็ให้คำมั่นสัญญาไว้” พรีเบิลกล่าว
และเสริมว่า หนึ่งล้านล้านดอลลาร์มีค่ามาก แต่คำถามสำคัญอยู่ที่เรื่องจำนวนอาวุธที่มีอยู่ในคลังแสงของสหรัฐ โดยเฉพาะขีปนาวุธสกัดกั้น เช่น ขีปนาวุธแพทริออต หรือ SM-6 ซึ่งเป็นขีปนาวุธมาตรฐานที่ใช้สกัดกั้นขีปนาวุธข้ามทวีป
พรีเบิลเตือนว่า อัตราการสกัดกั้นขีปนาวุธที่สูงอาจไม่คงอยู่ได้ตลอดไป
“เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะคาดเดาว่า อัตราการปฏิบัติงานในขณะนี้ ในแง่ของจำนวนการสกัดกั้นนั้น ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตลอดไปอย่างแน่นอน และอาจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้นานหลายสัปดาห์” เขากล่าว
นักวิจัยจากศูนย์สติมสันชี้ว่า ความกังวลที่คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้ง 12 วันกับอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน เมื่อมีการคาดการณ์ว่า ทั้งกองกำลังสหรัฐและอิสราเอลกำลังขาดแคลนเครื่องสกัดกั้นขีปนาวุธ แม้ว่าอาจเสริมทัพบางส่วนแล้ว แต่เครื่องสกัดกั้นขีปนาวุธบางส่วนก็ถูกจัดสรรไว้สำหรับสมรภูมิอื่นๆ ด้วย
พรีเบิลบอกว่า ขีปนาวุธสกัดกั้นบางส่วนมีจุดประสงค์ที่จะส่งไปยังยูเครนเพื่อรับมือกับการโจมตีของรัสเซีย บางส่วนไว้ใช้ในเอเชีย และในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เห็นได้ว่าบางส่วนมีความสำคัญไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินในภูมิภาคอื่น จึงเกิดความกังวลเกี่ยวกับการถอนอาวุธเหล่านั้นออกจากพื้นที่สำคัญอื่นๆ มาหนุนสงครามอิหร่าน เพราะการผลิตทดแทนไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ทันที
“ขีปนาวุธแพทริออตหรือ SM-6… เป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนมาก” พรีเบิลกล่าวเสริม และย้ำว่าไม่สามารถผลิตได้เป็นร้อยหรือเป็นพันชิ้นต่อวัน





