ล่าสุดมีข่าวว่าอดีตนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ จาซินดา อาร์เดิร์น เตรียมย้ายถิ่นฐานจากนิวซีแลนด์เพื่อไปอยู่ที่ออสเตรเลีย พร้อมครอบครัว
เหตุผลหลักคือ "โอกาสทางอาชีพ" ที่รออยู่ที่นั่น และความสะดวกในการ "เดินทางกลับไปเยี่ยมนิวซีแลนด์" ได้บ่อยขึ้นเมื่อเทียบปัจจุบันที่อาศัยอยู่ในสหรัฐ
วันนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” ชวนสำรวจว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของออสเตรเลียเติบโตมาจากอะไรแล้วมีปัญหาเศรษฐกิจอะไรบ้าง
อย่างแรกคือชื่อเล่นที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เรียกออสเตรเลียคือ “The Lucky Country” หรือประเทศที่โชคดีเนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ทั้งแร่เหล็ก ถ่ายหิน แก๊สธรรมชาติ และทอง
ทรัพยากรธรรมชาติเพียงอย่างเดียวคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของการส่งออกทั้งหมด โดยในปี 2023-2024 เฉพาะภาคการทำเหมืองเพียงอย่างเดียวสร้างรายได้จากการส่งออกสูงถึง 2.8 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศนิวซีแลนด์หรือกรีซทั้งประเทศเสียอีก
นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังเป็นผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่อันดับสองของโลก และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของแร่เหล็ก ก๊าซธรรมชาติ และทองคำ
ที่สำคัญ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจีนหลังเข้าสู่องค์การการค้าโลก (WTO) ทำให้ความต้องการทรัพยากรจากออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้น จนเกิดปรากฏการณ์บูมของการทำเหมืองแร่ติดต่อกันหลายครั้ง ตรงนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศแห่งนี้ เพราะจีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของออสเตรเลียมาอย่างยาวนาน
จากความโชคดีทั้งหมดทำให้ออสเตรเลียสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยมาได้อย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 (ไม่นับรวมช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19)
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตจากการย้ายถิ่นฐานในออสเตรเลียสูงถึง 35% ซึ่งเร็วกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างแข็งแกร่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยหนุนเรื่องราวการเติบโตของเศรษฐกิจออสเตรเลียมาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
มุมกลับของเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งมองว่า ความโชคดีของออสเตรเลียอาจกำลังหมดไปโดย เจนนิเฟอร์ เวสทาคอตต์ ที่ปรึกษาอาวุโส KPMG และอดีต CEO ของ Business Council of Australia กล่าวว่า ความมั่งคั่งของประเทศจากสินค้าโภคภัณฑ์กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากราคาตลาดโลกที่ลดลงและเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน
นอกจากนี้ สัดส่วนการลงทุนต่อ GDP ของออสเตรเลียยังคงอยู่ในระดับเดียวกับช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งถือว่าต่ำเกินไป ที่เพียง 1.7% ของจีดีพีซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 2.7% อย่างมาก
เธอยังชี้ถึงปัญหาเรื่อง กฎระเบียบที่มากเกินไป และความต้องการ แรงงานทักษะสูงเฉพาะทาง ที่ยังไม่เพียงพอ รวมถึงการจำกัดจำนวนนักศึกษาต่างชาติซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศในช่วงที่ผ่านมา
ไฮดี สเตราด์-วัตต์ ผู้สื่อข่าวจากบลูมเบิร์ก ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า ออสเตรเลียจะพึ่งพาแค่ "โชค" จากทรัพยากรไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้อง "เก่ง" ในเรื่องนวัตกรรมและการลงทุนเพื่อรักษาการเติบโตในอนาคตผ่านการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนและวิจัยให้มากขึ้นโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย





