background-default

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ประชุม 'Davos 2026' เดือดตั้งแต่เริ่ม นายกฯ แคนาดา ชี้ 'ระเบียบโลกตายไปแล้ว'

ประชุม 'Davos 2026' เดือดตั้งแต่เริ่ม นายกฯ แคนาดา ชี้ 'ระเบียบโลกตายไปแล้ว'

เวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลกปีนี้ หรือ 'Davos 2026' เดือดยิ่งกว่าปีไหนๆ นายกฯ แคนาดา ขึ้นเวทีปราศรัย 'ระเบียบโลกที่ยึดตามกติกาได้ตายไปแล้ว' ทำผู้ฟังถึงกับลุกขึ้นยืนปรบมือ ชี้ 'ประเทศมหาอำนาจขนาดกลาง' ต้องรวมตัวต้านแรงบีบคั้นจากชาติมหาอำนาจที่ก้าวร้าว

นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ ใช้เวทีปราศรัยสำคัญที่เวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) หรือ "Davos 2026" ประกาศว่าถึงเวลาแล้วที่ "ประเทศมหาอำนาจขนาดกลางของโลกจำเป็นต้องรวมตัวกัน เพื่อต้านแรงบีบคั้นจากชาติมหาอำนาจที่ก้าวร้าวมากขึ้น"

คาร์นีย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ในช่วงหลังสะท้อนชัดว่า “ระเบียบโลกที่ยึดตามกติกา” ได้ตายลงไปแล้วในทางปฏิบัติ พร้อมระบุว่า แคนาดา และประเทศอื่นๆ ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องสร้างพันธมิตรใหม่เพื่อรับมือกับยุทธวิธีการกดดัน และการข่มขู่จากมหาอำนาจของโลก

การปราศรัยนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าสะท้อนโดยตรงไปถึง "สหรัฐ" แม้จะไม่ได้เอ่ยถึงชื่อประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" โดยตรงก็ตาม โดยสหรัฐกำลังเป็นคู่กรณีกับหลายประเทศในยุโรปกรณีการบีบบังคับซื้อเกาะกรีนแลนด์ และเพิ่งเปิดสงครามภาษีไปทั่วโลกในปีที่แล้ว 

“หากมหาอำนาจยอมละทิ้งแม้แต่ข้ออ้างเรื่องกติกา และคุณค่า เพื่อไล่ตามอำนาจ และผลประโยชน์ของตนอย่างไร้ข้อจำกัด ผลประโยชน์ที่ได้จากแนวทางแบบธุรกรรมต่อรองก็จะยิ่งยากที่จะทำซ้ำได้”

“เรารู้ดีว่าระเบียบเดิมจะไม่หวนกลับมาอีก....เราไม่ควรอาลัยมัน เพราะการโหยหาอดีตไม่ใช่กลยุทธ์”

ประชุม 'Davos 2026' เดือดตั้งแต่เริ่ม นายกฯ แคนาดา ชี้ 'ระเบียบโลกตายไปแล้ว'

คาร์นีย์ กล่าวปราศรัยในเวทีดาวอส 2026 เมื่อคืนวันอังคาร และทำให้ผู้นำทางการเมือง และภาคธุรกิจจากทั่วโลกที่นั่งฟังอยู่ในห้องประชุม "ลุกขึ้นปรบมือยืนให้เป็นเกียรติ" ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

คาร์นีย์ ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารกลางของแคนาดา และอังกฤษ กล่าวถึงการสิ้นสุดของยุคที่ระเบียบโลกตั้งอยู่บนฐานอำนาจนำของสหรัฐ โดยเรียกช่วงเวลาปัจจุบันว่าเป็น “รอยร้าว” (rupture) แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อประธานาธิบดีทรัมป์โดยตรง แต่ถ้อยคำที่ใช้นั้นก็มีนัยชัดเจนว่าอ้างอิงถึงผู้นำสหรัฐรายนี้

คาร์นีย์ กล่าวว่า แคนาดายืนหยัดสนับสนุน "กรีนแลนด์" อย่างเต็มที่ ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคอาร์กติกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทรัมป์กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าสหรัฐจำเป็นต้องครอบครองกรีนแลนด์ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

บลูมเบิร์ก ระบุว่า ถ้อยแถลงของคาร์นีย์ เท่ากับเป็นการเรียกร้องให้เกิด "โครงสร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่ระหว่างประเทศขนาดกลาง" ซึ่งนายกฯ แคนาดา กล่าวว่า พันธมิตรเช่นนี้อาจเป็นแนวป้องกันด่านสุดท้าย ในยุคที่ชาติมหาอำนาจใช้พลังทางเศรษฐกิจ และการทหารเพื่อบังคับให้ประเทศอื่นยอมทำตาม พร้อมเรียกร้องให้มีการลงทุนร่วมกันในด้านการยับยั้งภัยคุกคาม

“หยุดอ้างถึง ‘ระเบียบโลกที่ยึดตามกติกา’ ราวกับว่ามันยังทำงานได้ตามที่โฆษณาไว้” คาร์นีย์ กล่าว “จงเรียกระบบนี้ตามความเป็นจริง นั่นคือช่วงเวลาที่ผู้ทรงอำนาจที่สุดไล่ตามผลประโยชน์ของตน โดยใช้การบูรณาการทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธแห่งการบีบบังคับ”

คาร์นีย์ ระบุว่า แคนาดากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับแนวป้องกันด้านเหนือ และตะวันตกของพันธมิตร และย้ำว่าความมุ่งมั่นของแคนาดาต่อมาตรา 5 ซึ่งเป็นหลักการป้องกันร่วมของนาโตนั้น “ไม่เคยสั่นคลอน”

ก่อนหน้าถ้อยแถลงของคาร์นีย์ เพียงไม่กี่ชั่วโมง ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้โจมตียุทธศาสตร์การค้าของทรัมป์ หลังจากที่ทรัมป์ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าไวน์จากฝรั่งเศสถึง 200% เพิ่มเติมจากที่ขู่จะขึ้นภาษี 10% กับ 8 ชาติยุโรปที่ขวางการเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์

ในช่วงข้ามคืน ทรัมป์ยังได้โพสต์ภาพแผนที่ ที่แสดงให้เห็นทั้งกรีนแลนด์ และแคนาดาถูกปกคลุมด้วยธงชาติสหรัฐ และในระหว่างการแถลงข่าวก่อนเดินทางไปร่วมการประชุมดาวอส ซึ่งเขามีกำหนดขึ้นกล่าวปราศรัยในคืนวันพุธเวลา 20.30 น. ทรัมป์ได้กล่าวว่าเขามี “การประชุมจำนวนมาก” ที่กำหนดไว้เพื่อหารือเรื่องดินแดนดังกล่าว พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจใช้ "เครื่องมืออื่นนอกเหนือจากมาตรการภาษี" เพื่อให้ได้มาซึ่งเกาะแห่งนี้

‘อาวุธแห่งการบีบบังคับ’

"แคนาดา และเม็กซิโก" กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจากับทำเนียบขาวเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือ (USMCA) ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐบางรายได้แสดงความเห็นในที่สาธารณะถึงความเป็นไปได้ในการยุติข้อตกลงดังกล่าว และหันไปเจรจาแบบทวิภาคีแทน

คาร์นีย์เรียกร้องให้ผู้นำโลก และภาคธุรกิจเริ่ม “เรียกความเป็นจริงตามที่เป็น” โดยอ้างถึงบทความชื่อดังของ วาชลาฟ ฮาเวล (Václav Havel) นักเคลื่อนไหวชาวเช็ก ซึ่งอธิบายว่าระบบคอมมิวนิสต์สามารถดำรงอยู่ได้เพราะผู้คนยอมโกหกกันเอง และโกหกตัวเองเกี่ยวกับความเป็นจริงของระบบนั้น

เขากล่าวว่า ผู้นำระหว่างประเทศไม่ควรตกอยู่ในกับดักเดียวกัน เมื่อพูดถึงภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน

แม้คาร์นีย์จะไม่ได้เอ่ยชื่อสหรัฐโดยตรง นอกจากการกล่าวถึง “อำนาจนำของอเมริกา” เพียงสั้นๆ แต่ถ้อยแถลงของเขาก็พุ่งเป้าอย่างชัดเจนไปที่ยุทธวิธีการกดดันที่ทรัมป์นิยมใช้ ซึ่งรวมถึง “การใช้ภาษีเป็นเครื่องต่อรอง การใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเป็นเครื่องมือบีบบังคับ และการใช้ห่วงโซ่อุปทานเป็นจุดอ่อนเพื่อฉกฉวยโอกาส”

บลูมเบิร์ก ระบุว่า ถ้อยแถลงของคาร์นีย์ที่ดาวอสในครั้งนี้ถือว่าโดดเด่นเป็นพิเศษ เมื่อพิจารณาถึงระดับการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ยาวนานระหว่างแคนาดา และสหรัฐ รวมถึงความเปราะบางของแคนาดาต่อการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นจากทรัมป์ ก่อนหน้านี้ คาร์นีย์เองก็เคยเลือกแนวทางผ่อนปรนต่อผู้นำสหรัฐในบางจังหวะ ทั้งการยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้หลายรายการ และการออกมาขอโทษต่อโฆษณาต่อต้านภาษีของแคว้นออนแทรีโอ

คาร์นีย์ กล่าวว่า "แคนาดาได้ปรับเปลี่ยนจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศแล้ว โดยอ้างถึงข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน" ที่เขาเพิ่งลงนามที่กรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจีนตกลงลดภาษีสินค้าการเกษตรจากแคนาดา ขณะที่แคนาดาผ่อนคลายภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่ผลิตในจีน จาก 100% เหลือ 6.1% 

ประชุม 'Davos 2026' เดือดตั้งแต่เริ่ม นายกฯ แคนาดา ชี้ 'ระเบียบโลกตายไปแล้ว'

นอกจากนี้ แคนาดายังเดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านการค้า และความมั่นคงใหม่กับ "อินเดีย กาตาร์ ไทย ฟิลิปปินส์" รวมถึงกลุ่มการค้าในลาตินอเมริกาอย่าง "เมอร์โคซูร์" และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ "อาเซียน"

เขายังชี้ให้เห็นถึงการตัดสินใจของแคนาดาในการเพิ่มงบประมาณกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ และการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ด้านพลังงาน และการค้า พร้อมกันนี้ยังระบุถึงความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ของแคนาดา รวมถึงทรัพยากรพลังงานแบบดั้งเดิม และแร่ธาตุสำคัญจำนวนมาก

“กองทุนบำเหน็จบำนาญของเราเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่มีขนาดใหญ่ และซับซ้อนที่สุดในโลก” เขากล่าว “เรามีทั้งเงินทุน บุคลากร และรัฐบาลที่มีศักยภาพทางการคลังอย่างมหาศาลในการตัดสินใจ และลงมืออย่างเด็ดขาด”

 

 

 

ที่มา : Bloomberg, NYTimes, Independent

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์