เงินเฟ้อจีนพุ่งสุดในรอบเกือบ 3 ปี 'อาหารแพง' กลบแรงกดดัน 'เงินฝืด'

ดัชนีเงินเฟ้อเงินเฟ้อจีนพุ่งสูงสุดในรอบ 34 เดือน จากราคาสินค้ากลุ่มอาหารพุ่งสูง ช่วยกลบแรงกดดัน 'เงินฝืด' ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อทั้งปี 2025 อยู่ที่ 'ศูนย์'
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของจีนเดือนล่าสุดเร่งตัวขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยการฟื้นตัวมีแรงขับเคลื่อนหลักจากต้นทุนราคาอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยกลบ "แรงกดดันเงินฝืด" ที่ยังฝังลึกอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2023 โดยขยายตัว 0.8% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลอดทั้งปี 2025 อัตราเงินเฟ้อของจีนอยู่ที่ "ศูนย์" ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 16 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2009
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดที่มีความผันผวนสูงอย่างอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนที่แล้ว เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลงน้อยกว่าที่คาด โดยหดตัว 1.9% ซึ่งถือเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 39 แต่เป็นอัตราการลดลงที่น้อยที่สุดในรอบกว่า 1 ปี
ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านเงินฝืดนับตั้งแต่สิ้นสุดการระบาดของโควิด-19 โดยได้รับผลกระทบจากภาวะซบเซาในภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคที่อ่อนแอ ขณะเดียวกัน การผลิตส่วนเกินจนล้นในบางอุตสาหกรรมยังทำให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ต้องแข่งกัน "ลดราคา" เพื่อความอยู่รอ
เดวิด ชวี่ นักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ระบุว่า เงินเฟ้อของจีนยังคงอยู่ในระดับอ่อนตัวในเดือนธ.ค. สะท้อนถึงแรงกดดันเชิงเงินฝืดที่มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปจนกว่าการบริโภคจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืน แต่น่าจะยังไม่ถึงขั้นกระตุ้นให้ธนาคารกลางจีน (PBOC) ดำเนินการในทันที ทว่าความเสี่ยงจากเงินฝืดที่ฝังรากลึกจะยังคงทำให้ PBOC อยู่ในโหมดผ่อนคลายนโยบายตลอดปีนี้
ด้านตง ลี่จวิน นักวิเคราะห์จาก NBS ยอมรับว่า การปรับเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อจีนในเดือนที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักมาจากการเร่งตัวของราคาสินค้าอาหาร โดยราคาอาหารเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2567 นำโดย "ราคาผัก" ที่พุ่งขึ้นมากกว่า 18% รวมถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ด้วย
“อุปสงค์การบริโภคของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นตามการใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ ขณะที่นโยบายมุ่งขยายอุปสงค์ภายในประเทศและกระตุ้นการบริโภคยังคงทยอยส่งผล” ตงระบุในแถลงการณ์แยก
แม้อัตราเงินเฟ้อในภาคของผู้บริโภคจะฟื้นตัวขึ้นจากระดับ "ติดลบ" เมื่อต้นปี 2025 แต่จนถึงสิ้นปี อัตราดังกล่าวก็ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายทางการที่ราว 2% อย่างมาก
ทั้งนี้ ดัชนีชี้วัดระดับราคาของจีดีพีโดยรวม หรือ GDP deflator ของจีน มีแนวโน้มปรับลดลงเป็น "ปีที่สามติดต่อกัน" ภายในสิ้นปี 2025 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาการลดลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่จีนเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจตลาดในช่วงปลายทศวรรษ 1970 โดยในมุมมองของธนาคารระดับโลกอย่างมอร์แกน สแตนลีย์ เชื่อว่า ตัวเลขจะยังไม่กลับมาเป็นบวกก่อนปี 2027 ตัวชี้วัดนี้อาจจะกลับมาเป็นบวกได้ไม่เร็วกว่าปี 2570
ในการประชุมคณะทำงานเศรษฐกิจส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดือนธ.ค. ผู้นำระดับสูงให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าควบคุมการทำสงครามราคา ที่กัดกร่อนอัตรากำไรของอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงแพลตฟอร์มจัดส่งอาหาร
อย่างไรก็ดี มาตรการที่ดำเนินการมาจนถึงขณะนี้ "ยังให้ผลจำกัด" ในหลายภาคส่วน โดยผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกและดีลเลอร์ในจีนยังคงเดินหน้าลดราคาอย่างรุนแรง พร้อมออกมาตรการจูงใจการซื้อหลังเปิดปีใหม่มา
ความคืบหน้าที่ล่าช้านั้น ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลของภาครัฐถึงความเสี่ยงด้านการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงความพยายามลดกำลังการผลิตในภาคธุรกิจเหล็กที่ช้ากว่าที่คาดไว้ ตามการประเมินของโกลด์แมน แซคส์ ส่งผลให้โรงงานเหล็กของจีนเผชิญอัตรากำไรที่ถูกกดดันอย่างยาวนาน







