ด่วน! เกิดระเบิดอย่างน้อย 7 ครั้งกลางเมืองหลวงเวเนซุเอลา

เกิดเสียงระเบิดอย่างน้อย 7 ครั้ง และอากาศยานบินต่ำ ในกรุงการากัส เมืองหลวงเวเนซุเอลา ขณะที่ความสัมพันธ์กับสหรัฐกำลังตึงเครียด ปธน.มาดูโรกล่าวหาเป็นฝีมือสหรัฐ ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว
(อัปเดตเพิ่ม) สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างน้อย 7 ครั้ง และยังมีเสียงอากาศยานบินต่ำ (low-flying aircraft) ในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 13.00 น. ตามเวลาในไทย
ประชาชนในหลายพื้นที่ต่างรีบวิ่งออกมาบนถนน บางคนอ้างว่าสามารถมองเห็นระเบิดได้จากระยะไกลในหลายพื้นที่ของกรุงการากัส
ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของเสียงระเบิด ขณะที่รัฐบาลเวเนซุเอลา ไปจนถึงเพนตากอน และทำเนียบขาว ยังไม่ตอบการขอความเห็นในเรื่องนี้
ล่าสุด รัฐบาลเวเนซุเอลากล่าวหาว่า "สหรัฐเป็นผู้ก่อการโจมตี" กรุงการากัส รวมถึงรัฐมิรันดา อารากัว และลา กวาอิรา ขณะที่ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ได้ลงนามประกาศ "ภาวะฉุกเฉิน" แล้ว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ "กองทัพสหรัฐ" กำลังเล็งเป้าหมายไปที่เรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และประธานาธิบดีมาดูโร เพิ่งกล่าวว่า เวเนซุเอลาพร้อมที่จะเจรจาข้อตกลงกับสหรัฐเพื่อต่อต้านการค้ายาเสพติด
อ่านเพิ่มเติม: ด่วน! มาดูโรกล่าวหาสหรัฐ 'รุกรานทางทหาร' กรณีระเบิด 7 ลูกถล่มเมืองหลวง
ปธน.มาดูโร กล่าวในการสัมภาษณ์ที่บันทึกเทปไว้ล่วงหน้าและออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐต้องการบีบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเวเนซุเอลา และเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ของประเทศ ผ่านการกดดันเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลาที่ดำเนินมาหลายเดือน ซึ่งเริ่มต้นด้วยการส่งกำลังทหารจำนวนมากไปยังทะเลแคริบเบียนในเดือนส.ค.
มาดูโรถูกสหรัฐตั้งข้อหาเกี่ยวกับการก่อการร้ายและยาเสพติดในสหรัฐ ขณะที่ CIA อยู่เบื้องหลังการส่งโดรนเข้าโจมตีพื้นที่ซึ่งเชื่อว่าถูกใช้โดยแก๊งค้ายาเสพติดของเวเนซุเอลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐออกปฏิบัติการโดยตรงบนดินแดนเวเนซุเอลา นับตั้งแต่สหรัฐเริ่มโจมตีเรือในเดือนก.ย.
ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่มาหลายเดือนแล้วว่าเขาอาจสั่งโจมตีเป้าหมายบนดินแดนเวเนซุเอลาในไม่ช้า โดยสหรัฐยังได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา และทรัมป์สั่งปิดล้อมเรือลำอื่นๆ ซึ่งดูเหมือนเป็นการบีบบังคับเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลักให้ตึงเครียดยิ่งขึ้น
กองทัพสหรัฐ ได้โจมตีเรือในทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันศุกร์ที่ 2 ม.ค. มีจำนวนการโจมตีเรือที่ทราบแน่ชัดอยู่ที่ 35 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 115 คน ตามตัวเลขที่ประกาศโดยรัฐบาลทรัมป์
การโจมตีเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเสริมกำลังทหารอเมริกันครั้งใหญ่ในน่านน้ำนอกชายฝั่งอเมริกาใต้ รวมถึงการมาถึงของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดของประเทศ (USS Gerald R. Ford) ในเดือนพ.ย. ซึ่งเพิ่มกำลังทหารอีกหลายพันนายให้กับกองกำลังทหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ในรอบหลายชั่วอายุคนมานี้
ทรัมป์ให้เหตุผลว่าการโจมตีเรือเป็นการยกระดับที่จำเป็นเพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐ และยืนยันว่าสหรัฐกำลังทำสงครามกับแก๊งค้ายาเสพติด
ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานเกี่ยวกับการระเบิดในกรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ โดยแสดงภาพของเมืองหลวงเวเนซุเอลา ทั้งนี้อิหร่านมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเวเนซุเอลามานานหลายปี ส่วนหนึ่งเนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นศัตรูกับสหรัฐเหมือนกัน
ที่มา: AP







