“ทรงวาด” ในมือคนรุ่นใหม่ วาดย่านเก่า สร้างเศรษฐกิจจากเรื่องเล่า

จากถนนหลังโกดังสู่พื้นที่สร้างสรรค์ “ทรงวาด” กำลังถูกวาดใหม่โดยคนรุ่นใหม่ ผ่านเรื่องเล่า สถาปัตยกรรม และความร่วมมือของชุมชน ที่เปลี่ยนย่านเก่าให้กลายเป็นเศรษฐกิจมีชีวิต
หากคุณเดินจากย่านราชวงศ์แล้วเลาะมาตามถนนสายแคบที่ขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา คุณจะเจอกับ “ถนนทรงวาด” เส้นทางที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหลังบ้านของท่าเรือและโกดังสินค้า แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นหน้าบ้านของนักเดินเล่น ช่างภาพ และคนทำคอนเทนต์ ที่ตามหาฉากเมืองเก่าซึ่งยังมีชีวิต ไม่ใช่ฉากจำลองในสตูดิโอ
ชื่อ “ทรงวาด” ผูกโยงอยู่กับประวัติศาสตร์ในรัชกาลที่ 5 ยุคที่รัฐต้องจัดระเบียบย่านสำเพ็งภายหลังเหตุเพลิงไหม้หลายครั้ง การตัดถนนขึ้นใหม่ เพื่อให้การสัญจรและค้าขายเป็นระบบมากขึ้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวเมืองริมแม่น้ำ และตามเรื่องเล่า ถนนสายนี้ถูก “ทรงวาด” ลงบนแผนที่ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง
เมื่อเดินช้า ๆ คุณจะเริ่มมองเห็นร่องรอยของระบบเศรษฐกิจที่เคยพึ่งพาแม่น้ำเป็นหลัก อาคารหน้ากว้างถูกออกแบบให้รองรับการขนถ่ายสินค้าได้สะดวก ฝั่งริมน้ำเคยเป็นท่าเทียบเรือและโกดัง ส่วนอีกฝั่งคือร้านค้าส่งและสำนักงาน ทำให้ถนนทรงวาดเป็นเส้นเลือดสำคัญของการค้าในเมือง
ที่มาภาพ: Made in Song Wat
แต่เมื่อการขนส่งทางถนนเข้ามามีบทบาท ท่าเรือเล็ก ๆ เริ่มลดความสำคัญ ถนนที่คับแคบ กลายเป็นข้อจำกัดสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ บวกกับนโยบายจัดระเบียบพื้นที่ริมเจ้าพระยา ทำให้บทบาทเก่าค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียง “สถาปัตยกรรม” ที่ยังยืนอยู่ ตึกผลไม้ที่มีลวดลายปูนปั้นแบบบาโรก ตึกแขกของพ่อค้าอินเดียผู้เคยขายผ้านำเข้า โรงเรียนเผยอิงที่ก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2463 รวมถึงมัสยิดหลวงโกชาอิศ ตึกเหล่านี้ช่วยยืนยันว่า ทรงวาดไม่เคยเป็นย่านของวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง หากคือจุดตัดของชาวจีน แขก และไทย ที่ร่วมอยู่ในเครือข่ายการค้าและศรัทธาเดียวกัน
ที่มาภาพ: Made in Song Wat
ย่านที่เคยเงียบเหงาอย่างทรงวาด กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เพราะ “ความจริงของพื้นที่” ยังคงปรากฏอยู่ในทุกองค์ประกอบ ตึกเก่า สายไฟพาดตรอก โคมแดงแขวนหน้าร้าน ตรอกเล็ก ๆ ที่เชื่อมชั้นในของย่าน และโกดังวินเทจริมเจ้าพระยา ทุกอย่างกลายเป็นฉากถ่ายรูปยอดนิยมโดยไม่ต้องปรุงแต่งร้านค้าส่งบางส่วนปรับตัวเป็นร้านขายปลีก ร้านเฉพาะทางอย่างสมุนไพร เมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์ประมง ยังคงดำรงอยู่คู่กับคาเฟ่ ร้านอาหาร และโฟโต้บูธที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น ร้าน “ซุ้ยล้ง” ที่ถังไม้เรียงรายหน้าร้านกลายเป็นภาพจำในโลกโซเชียล เป็นความเท่ที่เกิดจากความจริง ไม่ใช่ฉากจำลองขึ้นมา
นอกจากองค์ประกอบทางกายภาพ ยังมีพลังของ “สตรีตอาร์ต” ที่เคยเข้ามาทดลองใช้ผนังตึกทรงวาดเป็นผืนผ้าใบ สะท้อนว่าแม้จะเป็นย่านเก่า แต่ก็มีพื้นที่ให้จินตนาการใหม่ ๆ เข้ามาเติมได้เสมอ การรวมตัวของผู้ประกอบการในเครือข่าย Made in Song Wat ยิ่งตอกย้ำว่าย่านนี้ไม่ได้คึกคักเพราะ “ไวรัล” ชั่วคราว แต่เริ่มมีโครงสร้างความร่วมมือที่ต่อยอดได้จริง
ที่มาภาพ: Made in Song Wat
อีกมิติที่น่าสนใจ คือพลังของทรงวาดในการเป็นพื้นที่เล่าเรื่องและจัดกิจกรรมสร้างสรรค์แบบมีส่วนร่วม ตัวอย่างชัดเจนคือ “One Last Adventure” งานที่เปลี่ยนทั้งถนนให้กลายเป็นโลกในซีรีส์ Stranger Things ผ่านแผนที่ เส้นทางผจญภัย และกิจกรรมเก็บแสตมป์ ผู้คนแต่งกายตามธีม มีปฏิสัมพันธ์กับร้านค้าในพื้นที่ และมองถนนสายเดิมด้วยสายตาใหม่
หากมองทรงวาดเป็นกรณีศึกษา จะเห็นหลักการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ที่มีแก่นแท้แตกต่างจากการตกแต่งให้ดูสวยงาม จุดเริ่มต้นควรมาจากต้นทุนที่มีอยู่แล้วต่อยอดเป็น Soft Assets ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต หรือทุนทางสังคมของพื้นที่นั้น ๆ
หัวใจของกระบวนการคือต้องร่วมมือ หรือ Co-create ระหว่างเจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการ ชุมชน นักออกแบบ ภาครัฐ และคนมาเยือน ต้องมีการฟังและออกแบบร่วมกัน บนสมดุลระหว่าง “เก่า–ใหม่” และ “คนใน–คนนอก” ย่านสร้างสรรค์ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเอื้อให้ชีวิตดำเนินไปได้จริง มีพื้นที่ทำมาหากิน พื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงง่าย ไม่ผลักคนดั้งเดิมออกจากพื้นที่ และมีกลไกสนับสนุนธุรกิจรายย่อยให้ไปต่อได้ เช่น เชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตกับตลาด หรือจัดกิจกรรมที่สร้างคนดูให้ร้านค้า
ข้อมูลคือหัวใจของการพัฒนา เพราะหากขาดข้อมูล ความตั้งใจที่ดีอาจนำพาย่านไปผิดทาง การเข้าใจจุดแข็ง ผู้มาเยือน ปัญหา และกิจกรรมที่สร้างรายได้อย่างทั่วถึง คือพื้นฐานของการวางแผนและประเมินผลที่แม่นยำ ไม่ว่าเป้าหมายของย่านจะเป็น “น่าอยู่ น่าลงทุน” หรือ “น่าเที่ยว” สิ่งเหล่านี้ต้องแปลออกมาเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่เพียงคำขวัญ
หากเมืองหนึ่งมีทรงวาด เมืองอื่นก็อาจมีถนนเล็ก ๆ ของตัวเองที่รอการ “วาดใหม่” ด้วยข้อมูล การมีส่วนร่วม และเรื่องเล่าที่เคารพรากเหง้า เมื่อถึงวันนั้นความสร้างสรรค์จะไม่ใช่แค่กระแส หากคือวิธีดูแลเมืองให้เติบโตอย่างมีความหมายร่วมกัน







