วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ฝันให้ไกล ฝันให้ใหญ่ ทรัมป์ตั้งเป้าส่งอเมริกัน 'เหยียบดวงจันทร์' ให้สำเร็จ ‘ภายในปี 2028’

ฝันให้ไกล ฝันให้ใหญ่ ทรัมป์ตั้งเป้าส่งอเมริกัน 'เหยียบดวงจันทร์' ให้สำเร็จ ‘ภายในปี 2028’

ทรัมป์เปิดเกมอวกาศวาระสอง ตั้งเป้าส่งมนุษย์กลับไปเหยียบ ‘ดวงจันทร์’ ภายในปี 2028 พร้อมเร่งสร้างฐานถาวรภายในปี 2030 ท่ามกลางการแข่งขันกับจีนที่ทวีความเข้มข้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารครั้งใหญ่เมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อตั้งเป้าหมายส่งมนุษย์อเมริกันกลับไป “เหยียบดวงจันทร์” ภายในปี 2028 รวมถึงยกระดับการปกป้องอวกาศจากภัยคุกคามด้านอาวุธ ให้เป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ 

คำสั่งดังกล่าว มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากจาเร็ด ไอแซกแมน มหาเศรษฐีเอกชนด้านอวกาศ และอดีตลูกค้าของ SpaceX เข้าสาบานตนรับตำแหน่งผู้บริหารองค์การนาซา (NASA) คนที่ 15 และยังได้ปรับโครงสร้างการประสานงานนโยบายอวกาศระดับชาติใหม่ โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของไมเคิล แครตซิออส ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์คนสำคัญของทรัมป์

คำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวซึ่งใช้ชื่อว่า “ENSURING AMERICAN SPACE SUPERIORITY” ระบุให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐ และหน่วยงานข่าวกรอง เร่งจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอวกาศ เรียกร้องให้ผู้รับเหมาภาคเอกชนเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และผลักดันให้มีการสาธิตเทคโนโลยีป้องกันขีปนาวุธ ภายใต้โครงการ Golden Dome ของประธานาธิบดีทรัมป์

ในเบื้องต้น คำสั่งดังกล่าวถูกมองว่า อาจเป็นการยกเลิกหน่วยงานประสานนโยบายอวกาศระดับสูงของทำเนียบขาวอย่าง National Space Council ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ประกอบด้วยรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล และเป็นองค์กรที่ทรัมป์เคยรื้อฟื้นขึ้นมาในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก รวมถึงเคยมีการพิจารณายุบเลิกในปีนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลรายหนึ่งระบุว่า สภาอวกาศแห่งชาติจะไม่ถูกยกเลิก และคาดว่าจะยังคงดำเนินงานต่อไปภายใต้สำนักงานนโยบายเทคโนโลยีของทำเนียบขาวในโครงสร้างใหม่ โดยให้ประธานาธิบดีทำหน้าที่ประธานโดยตรง แทนรองประธานาธิบดี

เป้าหมายในการส่งมนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ภายในสิ้นสุดวาระที่สองของประธานาธิบดีทรัมป์ในปี 2028 มีความคล้ายคลึงกับคำสั่งของเขาในปี 2019 ช่วงวาระแรก ที่กำหนดให้สหรัฐกลับไปเหยียบดวงจันทร์ภายในปี 2024 ทำให้ดวงจันทร์กลายเป็นศูนย์กลางของนโยบายการสำรวจอวกาศของสหรัฐ ภายใต้กรอบเวลาที่หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมมองว่า “ไม่สมจริง”

ความล่าช้าในการพัฒนา และทดสอบระบบจรวด Space Launch System (SLS) ของนาซา และยาน Starship ของ SpaceX ได้ค่อยๆ ผลักดันเส้นตายของภารกิจดังกล่าวออกไปในเวลาต่อมา

ก่อนหน้านี้ เป้าหมายของนาซาภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา คือปี 2028

สำหรับเป้าหมายลงจอดของนักบินอวกาศบนดวงจันทร์ในปี 2028 จะเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจอีกหลายครั้งภายใต้โครงการ Artemis ของนาซา ซึ่งมีเป้าหมายสร้างการตั้งถิ่นฐานระยะยาวบนพื้นผิวดวงจันทร์

ขณะเดียวกัน สหรัฐกำลังแข่งขันกับจีน ซึ่งตั้งเป้าส่งมนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรกภายในปี 2030

คำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพฤหัสบดี ยังเรียกร้องให้มีการ “จัดตั้งองค์ประกอบเริ่มต้นของฐานถาวรบนดวงจันทร์ภายในปี 2030” ซึ่งเป็นการตอกย้ำเป้าหมายเดิมของนาซาในการพัฒนาฐานระยะยาวที่ใช้แหล่งพลังงานนิวเคลียร์

ในช่วงต้นของวาระที่สอง ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยกล่าวถึงแนวคิดในการส่งภารกิจไปยังดาวอังคารอยู่หลายครั้ง ขณะที่อีลอน มัสก์ ผู้บริจาครายใหญ่ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งมนุษย์ไปยัง “ดาวเคราะห์สีแดง” ในฐานะเป้าหมายหลักของบริษัท SpaceX ได้เข้ามามีบทบาทช่วงหนึ่งในฐานะที่ปรึกษาคนใกล้ชิด และผู้มีอำนาจขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวภายใต้นโยบายเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐบาลที่นำโดยมัสก์ ได้ปรับลดกำลังคนของนาซาลงราว 20% และพยายามตัดงบประมาณของหน่วยงานในปี 2026 ลงประมาณ 25% จากระดับปกติราว 25,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้โครงการวิทยาศาสตร์อวกาศจำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่บางส่วนมองว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญ

ด้านไอแซกแมน ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ต่อพนักงานนาซาทั้งองค์กรเป็นครั้งแรก

ในวันศุกร์นี้ ระบุว่า นาซาควรเดินหน้ามุ่งเป้าทั้งดวงจันทร์ และดาวอังคารควบคู่กันไป แต่ต้องให้ความสำคัญกับการกลับไปดวงจันทร์เป็นลำดับแรก เพื่อเอาชนะจีน

อ้างอิง: reuters

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์