ถอดบทเรียน 'อาคารเก่า-คนแก่-มาตรฐานแย่' โศกนาฏกรรมไฟไหม้ฮ่องกงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 60 ปี มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 94 ราย เปิดสาเหตุทำไมไฟไหม้ลุกลามวอดคอนโดถึง 7 ตึก จากทั้งหมด 8 ตึก
‘ไฟไหม้คอนโดฮ่องกง’ ไฟไหม้โครงการที่อยู่อาศัย "หว่องฟุกคอร์ท" (Wang Fuk Court) ในย่านไทโป ทางตอนเหนือของฮ่องกง ใกล้กับเมืองเซินเจิ้นในจีน นับเป็นเหตุไฟไหม้ครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 63 ปีของฮ่องกง หลังจากทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 94 ราย บาดเจ็บ 76 คน ยังสูญหายติดต่อไม่ได้อีกจำนวนหนึ่ง และชาวบ้านหลายพันคนกำลังลี้ภัยในศูนย์พักพิง
ภาพจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นว่า กลุ่มอาคารที่พักอาศัยหลายตึกเกิดไฟโหมลุกไหม้อย่างหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพุธ จนกระทั่งถึงเช้าวันนี้ (27 พ.ย.) ก็ยังควบคุมไฟได้ไม่หมด ควันดำหนาทึบลอยปกคลุมท้องฟ้าเหนือเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้ มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 รายในข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาท และประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ของจีนได้แสดงความเสียใจต่อเหยื่อผู้เสียชีวิต รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
แม้สาเหตุของไฟไหม้จะยังไม่ชัดเจน แต่เบื้องต้น "กรุงเทพธุรกิจ" ได้สรุปสิ่งที่ทราบในขณะนี้ดังต่อไปนี้
ไฟไหม้เกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อไร?
เพลิงไหม้เกิดขึ้นที่ หว่องฟุกคอร์ท (Wang Fuk Court) ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ขนาดใหญ่ในเขตไทโป ทางตอนเหนือของฮ่องกง เมื่อเวลา 14.51 น. ของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น (เร็วกว่าไทย 1 ชม.)
หว่องฟุกคอร์ท เป็นอาคารสูง 31 ชั้น จำนวน 8 อาคาร เป็นอพาร์ตเมนต์อยู่อาศัย 1,984 ห้อง รองรับผู้อยู่อาศัยประมาณ 4,600 คน ตามข้อมูลสำรวจประชากรปี 2021 ถือเป็นอาคารเก่าที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1983 และกำลังอยู่ในช่วงการปรับปรุงซ่อมแซมขณะเกิดไฟไหม้ ขณะที่เกือบ 40% ของผู้อาศัยทั้งหมดอายุมากกว่า 65 ปี บางคนอาศัยอยู่ในโครงการนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง
และที่น่าสนใจก็คือ "เพลิงไหมครั้งนี้ลุกลามกระจายไปถึง 7 ตึก จากทั้งหมด 8 ตึก"
ทำไมไฟลุกลามอาคาร 7 แห่งพร้อมๆ กัน?
สาเหตุไฟไหม้ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ผลสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ความเร็วในการลุกลามของไฟไหม้ครั้งนี้ “ผิดปกติ” ตามคำกล่าวของรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของฮ่องกงในช่วงเช้าวันนี้ไฟลามอย่างรวดเร็วเพราะเริ่มจากนั่งร้านไม้ไผ่รอบอาคาร และลุกลามไปติดตาข่ายสีเขียวที่ห่อคลุมโครงสร้างอยู่
ทั้งไม้ไผ่และตาข่ายสีเขียวเป็นวัสดุที่ติดไฟง่าย เมื่อไฟลุกขึ้น เปลวไฟจึงไต่ขึ้นไปตามด้านนอกของอาคารและลามไปยังหลายชั้นในเวลาไม่นาน ส่วนเศษชิ้นส่วนที่ลุกไหม้ยังปลิวตกลงไปติดอาคารใกล้เคียงภายในไม่กี่นาที ลมและพื้นที่โล่งจากงานก่อสร้างยิ่งทำให้ไฟลุกลามเร็วขึ้น
แม้สาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ระบุว่า วัสดุนั่งร้านที่ติดไฟง่าย วัสดุก่อสร้างบางชนิด และการตั้งอยู่ในพื้นที่แออัดของอาคารสูง ทำให้ไฟควบคุมได้ยาก
ตำรวจยังระบุว่าพบตาข่ายและวัสดุป้องกันบางส่วนที่หุ้มอาคาร ซึ่งดูเหมือนไม่มีคุณสมบัติกันไฟ รวมถึงโฟมที่ติดตั้งไว้ตามหน้าต่างบางจุดด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า ชาวบ้านบางคนกล่าวว่า "สัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ในอาคารไม่ทำงาน" ขณะที่เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า เนื่องจากโครงการกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากจึงปิดหน้าต่างไว้และไม่ได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้
ทั้งนี้ ฮ่องกงเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ของโลกที่ยังใช้นั่งร้านไม้ไผ่อย่างกว้างขวาง ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นเพิ่งเริ่มเดินหน้ายกเลิกการใช้งานบางส่วน หลังมีผู้เสียชีวิต 22 รายที่เกี่ยวข้องกับงานนั่งร้านไม้ไผ่ระหว่างปี 2019–2024
เป็นที่คาดว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั่งร้านไม้ไผ่ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมี.ค. ทางการฮ่องกงได้ประกาศว่า โครงการก่อสร้างอาคารสาธารณะใหม่ครึ่งหนึ่งต้องใช้นั่งร้านโลหะ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งบอกกับสมาชิกสภานิติบัญญัติเมื่อเดือนก.ค. ว่า ยังไม่มีแผนยกเลิกการใช้นั่งร้านไม้ไผ่ทั้งหมด
จับกุมผู้เกี่ยวข้องฐานฆ่าคนตาย
รายงานข่าวในช่วงต้นระบุว่า มีการจับกุมชายสูงอายุ 3 คน จากความเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ ภายหลังมีรายละเอียดแจ้งว่าสองคนเป็นกรรมการบริษัทก่อสร้าง และอีกคนเป็นที่ปรึกษาวิศวกรรม ทั้งหมดมีอายุระหว่างง 52–68 ปี และถูกจับกุมในข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาท
โฆษกตำรวจกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนการกระทำหรือการละเลยของผู้บริหารบริษัทก่อสร้างดังกล่าว
“เรามีเหตุผลเชื่อว่าผู้ที่รับผิดชอบในบริษัทได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุนี้ขึ้นและทำให้ไฟลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ นำไปสู่การสูญเสียครั้งใหญ่” โฆษกตำรวจระบุ
เหตุการณ์ครั้งนี้ร้ายแรงแค่ไหน?
นี่เป็นเหตุไฟไหม้ร้ายแรงที่สุดของฮ่องกงในรอบอย่างน้อย 63 ปี และถูกจัดให้อยู่ในระดับการเตือนภัยด้านไฟระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ภายใน 40 นาทีแรกหลังมีการแจ้งเหตุเพลิงไหม้ การเตือนภัยถูกยกระดับเป็นระดับ 4 และต่อมาในเวลา 18.22 น. ก็ถูกยกระดับเป็นระดับ 5
ดีเร็ก อาร์มสตรอง ชาน รองอธิบดีกรมดับเพลิงระบุว่า ความรุนแรงของความร้อนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปยังส่วนต่างๆ ของอาคารเพื่อทำการกู้ภัยได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดจากภายในอาคาร และสายฉีดน้ำดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงชั้นบนได้ง่าย
สำหรับ เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ ทางการฮ่องกงต้องระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากถึง 767 นาย รถดับเพลิง 128 คัน รถพยาบาล 57 คัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจราว 400 นายเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ ฮ่องกงเคยเกิดเหตุไฟไหม้อาคารสูงหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือมีน้อย เช่น ในเดือนต.ค. มีเหตุเพลิงไหม้นั่งร้านอาคารพาณิชย์ในย่านการเงิน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คนถูกส่งโรงพยาบาล และในปี 2023 โรงแรมสูง 42 ชั้นที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในย่านจิมซาจุ่ย ก็เกิดไฟไหม้แต่สามารถควบคุมเพลิงได้
ส่วนเหตุรุนแรงครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในปี 1996 ที่อาคาร Garley ในย่านจอร์แดน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนถึง 41 ราย และนำไปสู่การปรับมาตรฐานความปลอดภัยจากอัคคีภัยครั้งใหญ่
ที่มา: BBC, The Guardian





