เวที 'Miss Universe' ฉาวครั้งใหญ่! อัยการสูงสุดเม็กซิโกตั้งข้อหา 'ราอูล โรชา' เจ้าของมิสยูนิเวิร์สข้อหา 'ค้ายา อาวุธ น้ำมันเถื่อน' พร้อมออกหมายจับแล้ว
สำนักข่าวชื่อดังทั่วโลกตั้งแต่ Bloomberg จนถึง People และ Us Weekly รายงานว่า "ราอูล โรชา คานตู" (Raul Rocha Cantu) ประธานและเจ้าของร่วมของเวทีการประกวดนางงาม "มิสยูนิเวิร์ส" ได้ถูกสำนักงานอัยการสูงสุดเม็กซิโกตั้งข้อหาเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้ายาเสพติด อาวุธ และน้ำมันเถื่อน ซึ่งนับเป็นเรื้องอื้อฉาวที่สุดเท่าที่เคยมีมาของเวทีการประกวดนางงามระดับโลกแห่งนี้
แถลงการณ์จากสำนักงานอัยการสูงสุดเม็กซิโกระบุว่า ได้ออกหมายจับ ราอูล โรชา ซึ่งในแถลงการณ์เรียกว่า Raul “R” พร้อมผู้ต้องสงสัยอีก 12 ราย เมื่อวันที่ 16 พ.ย. หลังจากมีการเปิดการสอบสวนมานานกว่า 1 ปี เพื่อสืบสวนหาความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม
รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเม็กซิโก Reforma ระบุว่า ราอูลถูกตั้งข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนของผิดกฎหมายระหว่างกัวเตมาลาและเม็กซิโก โดยสำนักงานอัยการสูงสุดของเม็กซิโก (FRG) ระบุว่า ราอูลเป็น "หัวหน้า" องค์กรอาชญากรรมที่ลักลอบขนน้ำมันเถื่อน โดยใช้เรือผ่านแม่น้ำอูซูมาซินตา ก่อนลำเลียงขึ้นรถบรรทุกเข้าประเทศเม็กซิโก
สื่อดังกล่าวยังรายงานว่า อัยการจากสำนักงานปราบปรามอาชญากรรมจัดตั้งของเม็กซิโก ได้ยื่นขอหมายจับราอูลในข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการลักลอบค้ายาและอาวุธ ตั้งแต่เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมาแล้ว
ในระหว่างการสืบสวน สำนักงานอัยการฯ ได้บุกค้นบ้านพักหลายแห่งและอ้างว่าพบหลักฐานการโอนเงินจำนวน 2.1 ล้านเปโซจากราอูลา เพื่อสนับสนุนองค์กรอาชญากรรมดังกล่าว ขณะที่ในเอกสารหมายจับยังระบุว่า สมาชิกองค์กรของราอูล "มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ" เพื่อดำเนินภารกิจต่างๆ ซึ่งรวมถึงการขายน้ำมันเถื่อน ยาเสพติด และการลักลอบซื้อขายอาวุธสงครามจำนวนมาก
ตามรายงานของ Reforma ราอูลได้เจรจากับสำนักงานอัยการสูงสุดในเดือนต.ค. เพื่อขอทำข้อตกลงการยอมให้ข้อมูลสำคัญเพื่อแลกกับ “ความคุ้มครองทางกฎหมาย” ซึ่งตรงกันกับรายงานของสื่อท้องถิ่นอีกรายอย่าง Milenio ที่อ้างอิงเอกสารของศาลและยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ว่า ราอูลได้ยื่นขอสถานะ “พยานคุ้มครอง” จากสำนักงานอัยการฯ
ทั้งนี้ ราอูลได้ปฏิเสธการกระทำผิดทุกข้อกล่าวหา ทั้งราอูลและตัวแทนของมิสยูนิเวิร์สไม่ได้ตอบคำถามจาก PEOPLE แต่อย่างใด
ความฉาวไม่หยุดในเวที Miss Universe
กรณีนี้ถือเป็นความวุ่นวายล่าสุดในเวทีนางงามมิสยูนิเวิร์ส ทั้งก่อนและหลังการประกวดในเดือนพ.ย. นี้
"ก่อนการประกวด" ได้เกิดกรณีนางงามหลายประเทศเดินออกจากงานพรีโชว์เมื่อวันที่ 4 พ.ย. หลังจากผู้บริหารของไทย "นายณวัตต์ อิสรไกรศีล" กล่าวตำหนิ "ฟาติมา บอช" ผู้เข้าประกวดเม็กซิโกอย่างเปิดเผย เพราะปฏิเสธการถ่ายภาพสำหรับโซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมท ซึ่งราอูลในฐานะประธานและเจ้าของร่วมแฟรนไชส์มิสยูนิเวิร์ส ได้สั่งจำกัดบทบาทของนายณวัฒน์ในเวลาต่อมา
สามวันก่อนการประกวด "โอมาร์ ฮาร์ฟูช" นักดนตรีชื่อดังได้ลาออกจากการเป็นกรรมการตัดสิน โดยกล่าวหาผ่านโซเชียลว่ามิสยูนิเวิร์สตั้ง “คณะกรรมการลับ” เพื่อคัดผู้เข้ารอบ 30 คนล่วงหน้า แต่องค์กรได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ฮาร์ฟูชยังกล่าวกับ PEOPLE ว่า ผู้เข้าประกวดรายหนึ่งมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับสมาชิกคณะกรรมการคัดเลือก และเขาตัดสินใจลาออกหลังเรียกร้องให้ราอูล “เปิดเผยความจริง” แต่ถูกปฏิเสธ
"ภายหลังการประกวด" กระแสดราม่าปะทุขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้งหลังจาก "Pemex" บริษัทน้ำมันแห่งชาติของเม็กซิโก ได้โพสต์แสดงความยินดีแก่บอช ผู้ชนะการประกวด Miss Universe ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 21 พ.ย. โดยระบุว่าบิดาของเธอเป็นพนักงานของบริษัท
หลังจากนั้นในวันเสาร์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น El Universal รายงานว่า Pemex เคยตกลงดีลสัญญามูลค่า 745 ล้านเปโซ (ราว 41 ล้านดอลลาร์) ผ่านกระบวนการประมูลให้แก่บริษัทที่เชื่อมโยงกับราอูล ในช่วงเวลาที่ เบร์นาร์โด บอช เฮอร์นานเดซ บิดาของฟาติมา บอช ดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน Pemex
สัญญาดังกล่าวลงนามในปี 2023 เพื่อให้บริการระบบท่อส่งน้ำมันระหว่าง Pemex และกลุ่มบริษัทร่วมทุนที่มี Soluciones Gasiferas del Sur ซึ่งเป็นบริษัทของราอูลเป็นแกนนำ โดยราอูลได้ซื้อหุ้น 50% ของแฟรนไชส์ Miss Universe ในปีเดียวกันนั้น สัญญาเริ่มดำเนินงานระหว่างเดือนก.พ. - ธ.ค. 2023 ตามรายงานของ El Universal ที่อ้างอิงเอกสารภายในของบริษัท
หลังจากความเชื่อมโยงระหว่างบิดาของบอช, Pemex และผู้ให้บริการระบบท่อถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ชาวเม็กซิกันบางส่วนก็เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับ “ความยุติธรรม” ของการประกวด Miss Universe





