สินทรัพย์คริปโทได้เปลี่ยนโฉมฐานะความมั่งคั่งของครอบครัวทรัมป์ แต่ขณะนี้ทั้งตระกูลทรัมป์ และผู้ติดตามกำลังเผชิญบทเรียนความผันผวนสุดขั้วของสินทรัพย์ดิจิทัล
บลูมเบิร์ก รายงานวันนี้ (24 พ.ย.68) ว่าในสมัยที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สินทรัพย์คริปโทได้เปลี่ยนโฉมฐานะความมั่งคั่งของครอบครัวทรัมป์อย่างมาก แต่ขณะนี้ทั้งตระกูลทรัมป์ และผู้ติดตามกำลังเผชิญบทเรียนเรื่องความผันผวนสุดขั้วที่เป็นธรรมชาติของสินทรัพย์ดิจิทัล
มูลค่าเหรียญมีมที่ติดแบรนด์ทรัมป์ ร่วงลงประมาณ 25% นับจากเดือนสิงหาคม ส่วนหุ้นของเอริค ทรัมป์ ในธุรกิจเหมืองบิตคอยน์ ก็หายไปเกือบครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุด นอกจากนี้ หุ้นของบริษัทโซเชียลมีเดีย Trump Media & Technology Group (TMTG) ที่เริ่มสะสมบิตคอยน์ ในปีนี้ ก็กำลังเคลื่อนไหวใกล้จุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
แรงเทขายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการล่มสลายของตลาดคริปโทในวงกว้าง ซึ่งทำให้มูลค่ารวมของสินทรัพย์ดิจิทัลหายไปมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ดัชนี Bloomberg Billionaires Index ระบุว่า ความมั่งคั่งของครอบครัวทรัมป์ลดลงเหลือประมาณ 6.7 พันล้านดอลลาร์ จาก 7.7 พันล้านดอลลาร์เมื่อต้นเดือนกันยายน โดยการลดลงนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพอร์ตการลงทุนคริปโทที่ขยายตัวขึ้นของครอบครัว
การถือครองเหล่านั้นเกี่ยวพันกับข้อตกลงที่ซับซ้อน เกินกว่าจะเป็นแค่การเก็งกำไรราคาสินทรัพย์ดิจิทัลแบบตรงไปตรงมา นักลงทุนรายย่อยซึ่งตอนนี้มีช่องทางลงทุนในโครงการที่เชื่อมโยงกับทรัมป์มากกว่าที่เคย มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบรุนแรงยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น นักเก็งกำไรที่ซื้อมีมคอยน์แบรนด์ทรัมป์ที่ราคาพุ่งขึ้นจุดสูงสุดในช่วงสุดสัปดาห์พิธีสาบานตน หากถือมาถึงเดือนนี้ก็น่าจะสูญเสียมูลค่าไปเกือบทั้งหมด
เอริค ทรัมป์ บุตรชายคนที่สองของประธานาธิบดี ระบุว่าเขายังไม่หวาดหวั่น เขาเรียกร้องให้นักลงทุน “เพิ่มน้ำหนัก” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ในช่วงที่ตลาดคริปโทอยู่ในภาวะขาลง
“นี่เป็นจังหวะซื้อที่ยอดเยี่ยม” เขากล่าวในแถลงการณ์ต่อสำนักข่าวบลูมเบิร์ก “คนที่ซื้อเมื่อย่อตัวและโอบรับความผันผวนจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด ผมไม่เคยมีมุมมองเชิงบวกต่ออนาคตของคริปโทและการทำให้ระบบการเงินทันสมัยเท่านี้มาก่อน”
เป็นความจริงที่ว่าตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นในปี 2009 บิตคอยน์เผชิญการดิ่งลงครั้งรุนแรงหลายครั้ง ก่อนจะไต่ขึ้นสูงขึ้นตามกาลเวลา ทว่าครอบครัวทรัมป์มี “กันชน” ฝังอยู่ในพอร์ตคริปโทของตน แม้พวกเขาจะถือโทเคนและหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโทซึ่งกำลังร่วงหนัก แต่ก็ยังมีรายได้จากช่องทางอื่น ๆ อันเกิดจากการมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมนี้
ยกตัวอย่างแพลตฟอร์มคริปโทที่พวกเขาร่วมก่อตั้ง World Liberty Financial ครอบครัวทรัมป์เห็นมูลค่าตามบัญชีของโทเคนที่เกี่ยวข้องลดลง แต่พวกเขายังคงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการขายโทเคนดังกล่าว ไม่ว่าราคาจะเป็นเท่าใดก็ตาม
“นักลงทุนรายย่อยทำได้แค่เก็งกำไร” จิม แองเจิล ศาสตราจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าว “แต่ตระกูลทรัมป์ไม่เพียงเก็งกำไรได้ พวกเขายังสามารถสร้างโทเคน ขายออก และทำเงินจากธุรกรรมเหล่านั้นได้”
ต่อไปนี้คือภาพรวมว่าการถือครองที่เชื่อมโยงกับคริปโทของครอบครัวทรัมป์กำลังรับมือกับภาวะดิ่งลงอย่างไร
Trump Media: มูลค่าลด 800 ล้านดอลลาร์
ราคาหุ้นของ Trump Media & Technology Group Corp บริษัทแม่ของแพลตฟอร์ม Truth Social ทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ การร่วงลงส่วนหนึ่งอาจอธิบายได้จากการรุกเข้าสู่คริปโทในจังหวะที่ไม่เหมาะสม
มูลค่าหุ้นที่ประธานาธิบดีถืออยู่ในบริษัทลดลงไปราว 800 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนกันยายน เขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด โดยถือผ่านทรัสต์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของลูกชายคนโต โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์
Trump Media ซึ่งยังไม่มีกำไร กำลังทดลองรุกธุรกิจใหม่หลายด้าน รวมถึงคริปโท ตามแถลงเมื่อเดือนกรกฎาคม บริษัทใช้เงินราว 2 พันล้านดอลลาร์ลงทุนในบิตคอยน์และหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งออปชัน สต็อกบิตคอยน์ประมาณ 11,500 เหรียญที่ซื้อไว้ตอนราคาบิตคอยน์ราว 115,000 ดอลลาร์ หมายความว่าบริษัทมีผลขาดทุนสะสมราว 25% จากสถานะดังกล่าว
บริษัทยังเริ่มสะสมโทเคนที่รู้จักน้อยกว่าชื่อ CRO ซึ่งออกโดยแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโท Crypto.com ที่ตั้งในสิงคโปร์
คลังโทเคน CRO ของ Trump Media มีมูลค่าราว 147 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนกันยายน นับแต่นั้นมา ราคาของ CRO ก็ร่วงไปราวครึ่งหนึ่ง
Trump Media กำลังเดินหน้าธุรกิจร่วมกับ Crypto.com ในด้านอื่น ๆ ทั้งสองบริษัทวางแผนเปิด “ตลาดทำนาย” (prediction market) ให้ผู้ใช้เดิมพันเหตุการณ์ด้านกีฬาและการเมือง ภายใต้ชื่อ Truth Predict
World Liberty Financial: สูญทางบัญชีเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์
โครงการคริปโทเรือธงของตระกูลทรัมป์ World Liberty Financial มีโทเคนแบรนด์ของตัวเองชื่อ WLFI ราคาโทเคนดังกล่าวดิ่งจาก 0.26 ดอลลาร์เมื่อต้นเดือนกันยายน เหลือราว 0.15 ดอลลาร์
ตระกูลทรัมป์ถือครองโทเคน WLFI จำนวนมาก ซึ่งเคยมูลค่าตามบัญชีเกือบ 6 พันล้านดอลลาร์ในช่วงพุ่งขึ้นสูงสุด และปัจจุบันเหลือราว 3.15 พันล้านดอลลาร์ (เหรียญเหล่านี้ไม่ถูกรวมคำนวณในมูลค่าทรัพย์สินของครอบครัวตามดัชนี Bloomberg Billionaires เนื่องจากถูกล็อกและยังไม่สามารถซื้อขายได้)
ในเดือนสิงหาคม บริษัทได้ขายโทเคนบางส่วนให้กับบริษัทจดทะเบียนขนาดเล็กมากชื่อ Alt5 Sigma Corp การขายเกิดขึ้นในจังหวะเหมาะ ทำให้ World Liberty ได้เงินสด 750 ล้านดอลลาร์ และได้ถือหุ้นด้วย
นักลงทุนใน Alt5 ไปได้ไม่สวยนัก โดยราคาหุ้น Alt5 ร่วงไปราว 75% นับตั้งแต่มีการประกาศดีล
สัดส่วนการถือหุ้นของครอบครัวทรัมป์ใน Alt5 ผ่านทาง World Liberty ลดลงไปราว 220 ล้านดอลลาร์ แต่ท้ายที่สุดฝ่ายทรัมป์ก็ยังเป็นผู้ได้ประโยชน์จากดีลนี้ ครอบครัวได้รับราว 75% ของรายได้จากการขายโทเคนของ World Liberty ซึ่งรวมเป็น 500 ล้านดอลลาร์จากดีล Alt5 เพียงดีลเดียว ตามการคำนวณของบลูมเบิร์ก นอกจากนี้ ครอบครัวยังทำเงินได้อีกราว 400 ล้านดอลลาร์จากการขายโทเคน WLFI ก่อนหน้าดีล Alt5 อีกด้วย
“คริปโทอยู่ยั้งยืนยงแน่นอน” โฆษกของ World Liberty Financial กล่าวในแถลงการณ์ “World Liberty Financial มีความเชื่อมั่นระยะยาวในเทคโนโลยีที่รองรับสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเราเชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะพลิกโฉมบริการทางการเงินอย่างรุนแรง”
American Bitcoin: มูลค่าลดอย่างน้อย 330 ล้านดอลลาร์
ประมาณสองเดือนหลังพิธีสาบานตนของทรัมป์ ครอบครัวของเขาก็กระโดดเข้าสู่โปรเจกต์คริปโทใหม่อีกหนึ่งอย่าง เอริคและโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ร่วมมือกับบริษัทคริปโท Hut 8 Corp ผ่านธุรกรรมชุดซับซ้อน โดย Hut 8 นำเครื่องขุดบิตคอยน์ของตนมาแลกกับการถือหุ้นใหญ่ในบริษัทแห่งใหม่ชื่อ American Bitcoin Corp
เอริค ทรัมป์ ถือหุ้นประมาณ 7.5% ใน American Bitcoin ซึ่งปัจจุบันซื้อขายบนกระดานแนสแด็ก Nasdaq ภายใต้ชื่อย่อ ABTC ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ถือหุ้นสัดส่วนต่ำกว่าแต่ไม่เปิดเผย
ราคาหุ้น ABTC พุ่งสูงสุดที่ 9.31 ดอลลาร์เมื่อต้นเดือนกันยายน ทำให้มูลค่าหุ้นของเอริค ทรัมป์ สูงถึงประมาณ 630 ล้านดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นร่วงมากกว่าครึ่ง ลบมูลค่าสินทรัพย์ของครอบครัวไปกว่า 300 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ดีลนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ครอบครัวทรัมป์สร้างความมั่งคั่งใหม่จากคริปโทเป็นหลักร้อยล้านดอลลาร์ในเวลาไม่นาน
นักลงทุนที่ซื้อหุ้น ABTC ตอนเข้าตลาดจะขาดทุนราว 45% ขณะที่โฆษก ABTC ไม่ได้ตอบคำถามขอความเห็น
Trump Memecoin: มูลค่าร่วงราว 120 ล้านดอลลาร์, โทเคนถูกปลดล็อก 220 ล้านดอลลาร์
เหรียญมีม Memecoin ของทรัมป์ร่วงหนักตั้งแต่มีการประกาศในช่วงสุดสัปดาห์พิธีสาบานตน และนับจากสิ้นเดือนสิงหาคม ราคาก็ลดลงไปอีกราว 25%
ขนาดการถือครองของครอบครัวในเหรียญนี้ยังไม่โปร่งใสนัก บริษัทโมเดลความเสี่ยง Gauntlet พบว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเหรียญมีม นี้ถือเหรียญเกือบ 17 ล้านโทเคนไม่กี่เดือนหลังเปิดตัว และอีก 17 ล้านถูกโอนเข้าเอ็กซ์เชนจ์โดยกระเป๋าเงินเดียวกัน อีก 90 ล้านโทเคนถูกปล่อยออกมาในเดือนกรกฎาคม Bloomberg Billionaires Index ประเมินว่าตระกูลทรัมป์ถือครอง 40% ของทั้งหมด อิงจากสัดส่วนใน World Liberty Financial
โทเคนเหล่านี้มีมูลค่าราว 310 ล้านดอลลาร์ตามราคาปัจจุบัน ลดลงไปราว 117 ล้านดอลลาร์จากสิ้นเดือนสิงหาคม
แต่ตามการคำนวณของดัชนี ครอบครัวทรัมป์กลับมีการเพิ่มขึ้นอย่างมากของจำนวนเหรียญที่ถือครอง โดยโทเคนส่วนหนึ่งที่ผู้มีข้อมูลวงในและผู้สร้างเหรียญถืออยู่ถูก “ล็อก” ไว้และยังไม่สามารถซื้อขายได้ แต่จะค่อย ๆ ปลดให้โอนขายได้ ภายในระยะเวลา 3 ปี
นับตั้งแต่การทยอยปล่อยในเดือนกรกฎาคม มีโทเคน Trump ถูกปลดล็อกให้ผู้ถือวงในเกือบ 90 ล้านเหรียญ ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยคริปโท Messari โดยราว 40% ของจำนวนนี้ Bloomberg’s wealth index ระบุว่าเป็นของครอบครัวทรัมป์
โทเคนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 220 ล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่ามูลค่ารวมของการถือครองทั้งหมดของครอบครัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าครอบครัวทรัมป์ได้ขายเหรียญตั้งแต่เดือนกรกฎาคมหรือไม่





