วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

ผ่าแผนสันติภาพที่ 'เซเลนสกี' ต้องเลือก 'ยอมเสียศักดิ์ศรี' หรือ 'เสียพันธมิตรอย่างสหรัฐ'

ผ่าแผนสันติภาพที่ 'เซเลนสกี' ต้องเลือก 'ยอมเสียศักดิ์ศรี' หรือ 'เสียพันธมิตรอย่างสหรัฐ'

ร่างแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐ ก่อนเส้นตายวันขอบคุณพระเจ้า 27 พ.ย. นี้ กำลังผลักให้เซเลนสกีต้องเลือกระหว่าง “ศักดิ์ศรีของชาติ” กับ “พันธมิตรที่สำคัญที่สุด” นักวิเคราะห์มองรัสเซียคือผู้ชนะ

"ยูเครน" กำลังเดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ กับการพิจารณาข้อเสนอ "แผนสันติภาพ"ของสหรัฐ เพื่อยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน ที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี  

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ถึงกับพูดเองเมื่อวันศุกร์ว่าอยู่ในจุดที่ยากลำบากในการตัดสินใจเรื่องแผนสันติภาพนี้ เพราะอาจหมายถึงการที่ประเทศต้องยอม “เสียศักดิ์ศรี” หรือ “เสี่ยงที่จะสูญเสียพันธมิตรสำคัญอย่างสหรัฐไป”

“นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งของเรา” เซเลนสกี ระบุในถ้อยแถลงทางโทรทัศน์ “ยูเครนอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ลำบากมาก ไม่ว่าจะสูญเสียศักดิ์ศรี หรือเสี่ยงเสียพันธมิตรสำคัญที่สุดของเรา”

แม้จะไม่มีการเปิดเผยแผนอย่างเป็นทางการออกมา แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ก็มีการเผยแพร่ข้อมูลหลักๆ 28 ข้อใน "ร่างแผนสันติภาพ" ของสหรัฐออกมาอย่างกว้างขวาง ซึ่งสื่อหลายสำนักระบุตรงกันว่า เป็นข้อตกลงที่สร้างความได้เปรียบให้ฝ่าย "รัสเซีย" มากกว่า "ยูเครน" เช่น การยอมให้รัสเซียได้ควบคุมเหนือพื้นที่บางส่วนของภูมิภาคดอนบาสที่ยังอยู่ในมือยูเครน และการตั้งเงื่อนไขให้ยูเครนจำกัดกำลังทหารเหลือเพียง 600,000 นาย ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่อ่อนไหวที่สุดของร่างแผนสันติภาพฉบับนี้

เปิด 28 ข้อเสนอหลักใน 'ร่างแผนสันติภาพยูเครน-รัสเซีย'

1. ยูเครนจะได้รับการรับรองอธิปไตย 

2. จะมีการลงนามข้อตกลง “ไม่รุกรานโดยสมบูรณ์” ระหว่างรัสเซีย ยูเครน และยุโรป และถือว่าความคลุมเครือต่างๆ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาได้รับการยุติอย่างเป็นทางการ

3. รัสเซียจะไม่รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน และนาโตจะไม่ขยายองค์กรเพิ่มเติม

4. จะมีการจัดการเจรจาระหว่างรัสเซียกับนาโต โดยสหรัฐเป็นคนกลาง เพื่อแก้ปัญหาด้านความมั่นคงทั้งหมด ลดความตึงเครียด และเปิดทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต

5. ยูเครนจะได้รับหลักประกันความมั่นคงที่เชื่อถือได้

6. ขนาดกองทัพยูเครนจะถูกจำกัดไว้ที่ 600,000 นาย

7. ยูเครนต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตกลงว่าจะไม่เข้าร่วมนาโต และนาโตต้องบันทึกในกฎบัตรว่าจะไม่รับยูเครนเข้าเป็นสมาชิกในอนาคต

8. นาโตตกลงว่าจะไม่ส่งทหารประจำการในยูเครน

9. เครื่องบินรบยุโรปจะถูกประจำการในโปแลนด์

10. หลักประกันความมั่นคงจากสหรัฐจะมีเงื่อนไขดังนี้

- สหรัฐจะได้รับ “ค่าตอบแทน” สำหรับการรับประกัน

- หากยูเครนรุกรานรัสเซีย ยูเครนจะสูญเสียหลักประกันนี้

- หากรัสเซียรุกรานยูเครนอีกครั้ง จะมีการตอบโต้ทางทหารร่วมกันอย่างเด็ดขาด และจะกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด รวมถึงเพิกถอนการรับรองดินแดนและผลประโยชน์ที่รัสเซียได้รับ

- หากยูเครนยิงขีปนาวุธใส่มอสโกหรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยไม่มีเหตุอันควร หลักประกันจะถูกยกเลิกทันที

11. ยูเครนมีสิทธิสมัครเข้าร่วมสหภาพยุโรป (อียู) และจะได้รับสิทธิการเข้าถึงตลาดยุโรปแบบพิเศษในระยะสั้น

12. จะมีมาตรการระดับโลกเพื่อการฟื้นฟูยูเครน เช่น

- กองทุนพัฒนา “Ukraine Development Fund” เพื่อการลงทุนในเทคโนโลยี ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI

- สหรัฐจะร่วมมือกับยูเครนในการฟื้นฟูและเดินระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซ

- การฟื้นฟูพื้นที่เสียหายจากสงครามและการพัฒนาเมือง

- การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน

- การทำเหมืองแร่และทรัพยากรธรรมชาติ

- ธนาคารโลกจะจัดทำแพ็กเกจการเงินพิเศษรองรับกระบวนการนี้

13. รัสเซียจะกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งรวมถึง

- กระบวนการยกเลิกการคว่ำบาตรแบบเป็นขั้นตอน

- ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระยะยาวกับสหรัฐ

- ร่วมหุ้นในพลังงาน ทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงการสกัดแร่หายากในอาร์กติก

- รัสเซียจะถูกเชิญกลับเข้าร่วมกลุ่มประเทศ G8

14. เงินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ จะถูกนำไปใช้ดังนี้

- 100,000 ล้านดอลลาร์ จะถูกนำไปลงทุนในการฟื้นฟูยูเครนที่นำโดยสหรัฐ

- สหรัฐจะได้รับกำไร 50% จากโครงการนี้

- ยุโรปจะเพิ่มเงินลงทุนอีก 100,000 ล้านดอลลาร์ และปลดการอายัดเงินในส่วนที่ยุโรปที่ถือครองอยู่

- เงินอายัดส่วนที่เหลือจะเข้าสู่กองทุนสหรัฐ–รัสเซียเพื่อใช้ทำโครงการร่วมต่างๆ

15. สหรัฐและรัสเซียจะตั้งคณะทำงานร่วมด้านความมั่นคง เพื่อกำกับและตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลง

16. รัสเซียจะตรากฎหมายยืนยันนโยบายไม่รุกรานยุโรปและยูเครน

17. สหรัฐและรัสเซียจะตกลงขยายอายุสนธิสัญญาด้านอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงสนธิสัญญา START I

18. ยูเครนตกลงมีสถานะ “ปลอดอาวุธนิวเคลียร์” ตาม NPT

19. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียจะเดินเครื่องภายใต้องค์กร IAEA และกระแสไฟจะถูกแบ่งระหว่างรัสเซีย–ยูเครนฝ่ายละ 50%

20. ทั้งสองประเทศตกลงดำเนินโครงการด้านการศึกษาและสังคม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและลดอคติ 

- ยูเครนต้องใช้กฎของอียูเกี่ยวกับการคุ้มครองศาสนาและชนกลุ่มน้อยทางภาษา

- ทั้งสองฝ่ายต้องยกเลิกมาตรการเลือกปฏิบัติทั้งหมด และรับรองสิทธิสื่อและการศึกษา

- ต้องปฏิเสธและห้ามเกี่ยวกับอุดมการณ์นาซีโโยเด็ดขาด

21. ดินแดน

- แคว้นไครเมีย ลูฮันสก์ และโดเนตสก์ จะถูกยอมรับว่าเป็นของรัสเซียโดยพฤตินัย รวมถึงโดยสหรัฐ

- แนวหน้าของแคว้นเคอร์ซอนและซาโปริซเซียจะถูก “ตรึง” ไว้ตามแนวปะทะ

- รัสเซียจะถอนตัวจากดินแดนอื่นนอกเหนือจาก 5 แคว้นที่ระบุ

- ยูเครนต้องถอนทหารจากส่วนของโดเนตสค์ที่ยังควบคุมอยู่ โดยพื้นที่นี้จะเป็นเขตกันชนปลอดทหารที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นของรัสเซีย

- รัสเซียจะไม่ส่งทหารเข้าพื้นที่กันชนนี้

22. หลังตกลงเรื่องพรมแดนแล้ว ทั้งสองฝ่ายต้องไม่เปลี่ยนแปลงดินแดนด้วยกำลัง และหลักประกันด้านความมั่นคงจะถูกยกเลิกหากมีฝ่ายใดละเมิด

23. รัสเซียจะไม่ขัดขวางการใช้แม่น้ำดนิโปร และจะมีข้อตกลงด้านการส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ

24. จะมีคณะกรรมการมนุษยธรรมเพื่อแก้ปัญหาที่ยังค้างอยู่ เช่น

- แลกเปลี่ยนเชลยและศพแบบแลกทั้งหมด

- คืนตัวผู้ถูกควบคุมตัวและตัวประกัน รวมถึงเด็ก

- มีโครงการรวมญาติ

- มีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม

25. ยูเครนจะจัดการเลือกตั้งภายใน 100 วัน

26. ทุกฝ่ายจะได้รับ “นิรโทษกรรมอย่างเต็มรูปแบบ” สำหรับการกระทำในช่วงสงคราม และต้องไม่ยื่นฟ้องร้องหรือเรียกร้องใดๆ ในอนาคต

27. ข้อตกลงนี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมาย และคณะกรรมการสันติภาพซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เป็นประธาน จะเป็นผู้กำกับดูแลพร้อมบทลงโทษหากมีการละเมิด

28. เมื่อทุกฝ่ายเห็นชอบตามบันทึกนี้ การหยุดยิงจะมีผลทันทีหลังทั้งสองฝ่ายถอนกำลังสู่จุดที่ตกลงกัน เพื่อเริ่มดำเนินการตามข้อตกลง

ผ่าแผนสันติภาพที่ 'เซเลนสกี' ต้องเลือก 'ยอมเสียศักดิ์ศรี' หรือ 'เสียพันธมิตรอย่างสหรัฐ'

สหรัฐยื่นเส้นตายก่อน 27 พ.ย.

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า สหรัฐได้วางเส้นตายในวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. หรือวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) สำหรับให้ยูเครนตอบรับร่างแผนสันติภาพ 28 ข้อ ซึ่งจัดทำโดยสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษของทรัมป์ และผู้เจรจาระดับสูงของเครมลิน โดยข้อตกลงนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภายูเครนและรัสเซียด้วย

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าเขากำหนดเส้นตายให้ยูเครนพิจารณาจนถึง “วันพฤหัสบดีหน้า” เพื่อตอบตกลงต่อแผนสันติภาพที่สหรัฐเสนอสำหรับยุติสงครามกับรัสเซีย

ระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ “Brian Kilmeade Show” ทาง Fox News Radio ผู้ดำเนินรายการถามถึงเส้นตายที่สหรัฐกำหนดให้ยูเครนพิจารณาแผนสันติภาพ ว่าเป็นไปภายในวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. ใช่หรือไม่  

“เรามีเส้นตายอยู่หลายครั้ง แต่ถ้าสถานการณ์ดำเนินไปได้ดี เราก็มักจะขยายเส้นตายออกไป แต่วันพฤหัสบดีถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม”

“เขาต้องยอมรับมัน และถ้าเขาไม่ยอม ก็…ผมเดาว่าก็คงต้องสู้กันต่อไป” ทรัมป์กล่าวพร้อมเสริมว่า “ไม่ช้าก็เร็ว เขาต้องยอมรับบางอย่างที่เขาไม่เคยยอมรับมาก่อน”

“คุณจำได้ไหมที่ทำเนียบขาวเมื่อไม่นานมานี้ ผมบอกเขาไปว่า ‘คุณไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่า’” ทรัมป์ย้อนถึงการพบกันอย่างตึงเครียดกับเซเลนสกีเมื่อเดือนก.พ.  

ยูเครนและรัสเซียมีท่าทีอย่างไร 

เซเลนสกีกล่าวในแถลงการณ์ต่อประชาชนว่า “ขณะนี้ยูเครนอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ยากมาก ระหว่างการเสียศักดิ์ศรี หรือเสี่ยงที่จะสูญเสียพันธมิตรสำคัญ” พร้อมย้ำว่าจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าอย่างน้อยสองประเด็นในแผนนี้จะไม่ถูกมองข้าม ได้แก่ ศักดิ์ศรีและเสรีภาพของชาวยูเครน

ในที่สาธารณะ เซเลนสกีซึ่งได้สนทนากับผู้นำสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส รวมถึงรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ ในวันศุกร์ ยังคงแสดงท่าทีระมัดระวัง ไม่ปฏิเสธแผนของสหรัฐตรงๆ และไม่วิจารณ์วอชิงตันอย่างเปิดเผย

“เราขอขอบคุณสหรัฐ ประธานาธิบดีทรัมป์ และทีมงานสำหรับความพยายามที่มุ่งยุติสงครามนี้” เซเลนสกีกล่าว “แผนนี้ต้องเป็นแผนที่รับประกันสันติภาพที่แท้จริงและมีศักดิ์ศรี”

ขณะที่คิริล ดมิทรีเยฟ ผู้แทนพิเศษด้านการลงทุนของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า แผนของสหรัฐมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ยูเครนสูญเสียชีวิตและดินแดนมากไปกว่านี้

รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวหลายรายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่า แผนสันติภาพดังกล่าวเกิดจาก "การเจรจาลับ" ระหว่างดมิทรีเยฟกับสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษของทรัมป์ โดยผู้แทนรัสเซียโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เป็นภาษาอังกฤษว่า “เพราะโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายสงคราม ทำให้หลายคนไม่เห็นว่าแผนสันติภาพของทรัมป์ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยยูเครนไม่ให้สูญเสียดินแดนและชีวิตมากกว่านี้”

แหล่งข่าวสองรายยังระบุด้วยว่า วอชิงตันได้ขู่จะยุติการแบ่งปันข่าวกรองและการสนับสนุนอาวุธ หากยูเครนไม่ยอมรับแผนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐรายหนึ่งออกมาปฏิเสธโดยระบุว่า การกล่าวว่าสหรัฐ “ขู่” จะระงับข่าวกรองนั้น “ไม่ถูกต้อง”

ขณะที่ ทิม แอช จากสถาบันคลังสมอง Chatham House ในสหราชอาณาจักร เตือนว่า ข้อตกลงที่เสียเปรียบอาจสั่นคลอนเสถียรภาพภายในประเทศยูเครนหลังต้องเผชิญสงครามอย่างหนักหน่วงเกือบ 4 ปี

“รัสเซียได้ทุกอย่างที่ต้องการ ขณะที่ยูเครนแทบไม่ได้อะไรเลย หากเซเลนสกียอมรับ ผมคาดว่าจะเกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในยูเครน”

แผนดังกล่าวยังคาดว่าจะเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างการประชุมสุดยอด G20 ที่โจฮันเนสเบิร์กสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งบรรดาผู้นำยุโรปเข้าร่วม แม้ทรัมป์จะประกาศจะไม่เข้าร่วมก็ตาม


ที่มา: Reuters, AP, Axios