ร่างแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐ ก่อนเส้นตายวันขอบคุณพระเจ้า 27 พ.ย. นี้ กำลังผลักให้เซเลนสกีต้องเลือกระหว่าง “ศักดิ์ศรีของชาติ” กับ “พันธมิตรที่สำคัญที่สุด” นักวิเคราะห์มองรัสเซียคือผู้ชนะ
"ยูเครน" กำลังเดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ กับการพิจารณาข้อเสนอ "แผนสันติภาพ"ของสหรัฐ เพื่อยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน ที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ถึงกับพูดเองเมื่อวันศุกร์ว่าอยู่ในจุดที่ยากลำบากในการตัดสินใจเรื่องแผนสันติภาพนี้ เพราะอาจหมายถึงการที่ประเทศต้องยอม “เสียศักดิ์ศรี” หรือ “เสี่ยงที่จะสูญเสียพันธมิตรสำคัญอย่างสหรัฐไป”
“นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งของเรา” เซเลนสกี ระบุในถ้อยแถลงทางโทรทัศน์ “ยูเครนอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ลำบากมาก ไม่ว่าจะสูญเสียศักดิ์ศรี หรือเสี่ยงเสียพันธมิตรสำคัญที่สุดของเรา”
แม้จะไม่มีการเปิดเผยแผนอย่างเป็นทางการออกมา แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ก็มีการเผยแพร่ข้อมูลหลักๆ 28 ข้อใน "ร่างแผนสันติภาพ" ของสหรัฐออกมาอย่างกว้างขวาง ซึ่งสื่อหลายสำนักระบุตรงกันว่า เป็นข้อตกลงที่สร้างความได้เปรียบให้ฝ่าย "รัสเซีย" มากกว่า "ยูเครน" เช่น การยอมให้รัสเซียได้ควบคุมเหนือพื้นที่บางส่วนของภูมิภาคดอนบาสที่ยังอยู่ในมือยูเครน และการตั้งเงื่อนไขให้ยูเครนจำกัดกำลังทหารเหลือเพียง 600,000 นาย ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่อ่อนไหวที่สุดของร่างแผนสันติภาพฉบับนี้
เปิด 28 ข้อเสนอหลักใน 'ร่างแผนสันติภาพยูเครน-รัสเซีย'
1. ยูเครนจะได้รับการรับรองอธิปไตย
2. จะมีการลงนามข้อตกลง “ไม่รุกรานโดยสมบูรณ์” ระหว่างรัสเซีย ยูเครน และยุโรป และถือว่าความคลุมเครือต่างๆ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาได้รับการยุติอย่างเป็นทางการ
3. รัสเซียจะไม่รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน และนาโตจะไม่ขยายองค์กรเพิ่มเติม
4. จะมีการจัดการเจรจาระหว่างรัสเซียกับนาโต โดยสหรัฐเป็นคนกลาง เพื่อแก้ปัญหาด้านความมั่นคงทั้งหมด ลดความตึงเครียด และเปิดทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต
5. ยูเครนจะได้รับหลักประกันความมั่นคงที่เชื่อถือได้
6. ขนาดกองทัพยูเครนจะถูกจำกัดไว้ที่ 600,000 นาย
7. ยูเครนต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตกลงว่าจะไม่เข้าร่วมนาโต และนาโตต้องบันทึกในกฎบัตรว่าจะไม่รับยูเครนเข้าเป็นสมาชิกในอนาคต
8. นาโตตกลงว่าจะไม่ส่งทหารประจำการในยูเครน
9. เครื่องบินรบยุโรปจะถูกประจำการในโปแลนด์
10. หลักประกันความมั่นคงจากสหรัฐจะมีเงื่อนไขดังนี้
- สหรัฐจะได้รับ “ค่าตอบแทน” สำหรับการรับประกัน
- หากยูเครนรุกรานรัสเซีย ยูเครนจะสูญเสียหลักประกันนี้
- หากรัสเซียรุกรานยูเครนอีกครั้ง จะมีการตอบโต้ทางทหารร่วมกันอย่างเด็ดขาด และจะกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด รวมถึงเพิกถอนการรับรองดินแดนและผลประโยชน์ที่รัสเซียได้รับ
- หากยูเครนยิงขีปนาวุธใส่มอสโกหรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยไม่มีเหตุอันควร หลักประกันจะถูกยกเลิกทันที
11. ยูเครนมีสิทธิสมัครเข้าร่วมสหภาพยุโรป (อียู) และจะได้รับสิทธิการเข้าถึงตลาดยุโรปแบบพิเศษในระยะสั้น
12. จะมีมาตรการระดับโลกเพื่อการฟื้นฟูยูเครน เช่น
- กองทุนพัฒนา “Ukraine Development Fund” เพื่อการลงทุนในเทคโนโลยี ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI
- สหรัฐจะร่วมมือกับยูเครนในการฟื้นฟูและเดินระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซ
- การฟื้นฟูพื้นที่เสียหายจากสงครามและการพัฒนาเมือง
- การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
- การทำเหมืองแร่และทรัพยากรธรรมชาติ
- ธนาคารโลกจะจัดทำแพ็กเกจการเงินพิเศษรองรับกระบวนการนี้
13. รัสเซียจะกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งรวมถึง
- กระบวนการยกเลิกการคว่ำบาตรแบบเป็นขั้นตอน
- ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระยะยาวกับสหรัฐ
- ร่วมหุ้นในพลังงาน ทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงการสกัดแร่หายากในอาร์กติก
- รัสเซียจะถูกเชิญกลับเข้าร่วมกลุ่มประเทศ G8
14. เงินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ จะถูกนำไปใช้ดังนี้
- 100,000 ล้านดอลลาร์ จะถูกนำไปลงทุนในการฟื้นฟูยูเครนที่นำโดยสหรัฐ
- สหรัฐจะได้รับกำไร 50% จากโครงการนี้
- ยุโรปจะเพิ่มเงินลงทุนอีก 100,000 ล้านดอลลาร์ และปลดการอายัดเงินในส่วนที่ยุโรปที่ถือครองอยู่
- เงินอายัดส่วนที่เหลือจะเข้าสู่กองทุนสหรัฐ–รัสเซียเพื่อใช้ทำโครงการร่วมต่างๆ
15. สหรัฐและรัสเซียจะตั้งคณะทำงานร่วมด้านความมั่นคง เพื่อกำกับและตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลง
16. รัสเซียจะตรากฎหมายยืนยันนโยบายไม่รุกรานยุโรปและยูเครน
17. สหรัฐและรัสเซียจะตกลงขยายอายุสนธิสัญญาด้านอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงสนธิสัญญา START I
18. ยูเครนตกลงมีสถานะ “ปลอดอาวุธนิวเคลียร์” ตาม NPT
19. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียจะเดินเครื่องภายใต้องค์กร IAEA และกระแสไฟจะถูกแบ่งระหว่างรัสเซีย–ยูเครนฝ่ายละ 50%
20. ทั้งสองประเทศตกลงดำเนินโครงการด้านการศึกษาและสังคม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและลดอคติ
- ยูเครนต้องใช้กฎของอียูเกี่ยวกับการคุ้มครองศาสนาและชนกลุ่มน้อยทางภาษา
- ทั้งสองฝ่ายต้องยกเลิกมาตรการเลือกปฏิบัติทั้งหมด และรับรองสิทธิสื่อและการศึกษา
- ต้องปฏิเสธและห้ามเกี่ยวกับอุดมการณ์นาซีโโยเด็ดขาด
21. ดินแดน
- แคว้นไครเมีย ลูฮันสก์ และโดเนตสก์ จะถูกยอมรับว่าเป็นของรัสเซียโดยพฤตินัย รวมถึงโดยสหรัฐ
- แนวหน้าของแคว้นเคอร์ซอนและซาโปริซเซียจะถูก “ตรึง” ไว้ตามแนวปะทะ
- รัสเซียจะถอนตัวจากดินแดนอื่นนอกเหนือจาก 5 แคว้นที่ระบุ
- ยูเครนต้องถอนทหารจากส่วนของโดเนตสค์ที่ยังควบคุมอยู่ โดยพื้นที่นี้จะเป็นเขตกันชนปลอดทหารที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นของรัสเซีย
- รัสเซียจะไม่ส่งทหารเข้าพื้นที่กันชนนี้
22. หลังตกลงเรื่องพรมแดนแล้ว ทั้งสองฝ่ายต้องไม่เปลี่ยนแปลงดินแดนด้วยกำลัง และหลักประกันด้านความมั่นคงจะถูกยกเลิกหากมีฝ่ายใดละเมิด
23. รัสเซียจะไม่ขัดขวางการใช้แม่น้ำดนิโปร และจะมีข้อตกลงด้านการส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ
24. จะมีคณะกรรมการมนุษยธรรมเพื่อแก้ปัญหาที่ยังค้างอยู่ เช่น
- แลกเปลี่ยนเชลยและศพแบบแลกทั้งหมด
- คืนตัวผู้ถูกควบคุมตัวและตัวประกัน รวมถึงเด็ก
- มีโครงการรวมญาติ
- มีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม
25. ยูเครนจะจัดการเลือกตั้งภายใน 100 วัน
26. ทุกฝ่ายจะได้รับ “นิรโทษกรรมอย่างเต็มรูปแบบ” สำหรับการกระทำในช่วงสงคราม และต้องไม่ยื่นฟ้องร้องหรือเรียกร้องใดๆ ในอนาคต
27. ข้อตกลงนี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมาย และคณะกรรมการสันติภาพซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เป็นประธาน จะเป็นผู้กำกับดูแลพร้อมบทลงโทษหากมีการละเมิด
28. เมื่อทุกฝ่ายเห็นชอบตามบันทึกนี้ การหยุดยิงจะมีผลทันทีหลังทั้งสองฝ่ายถอนกำลังสู่จุดที่ตกลงกัน เพื่อเริ่มดำเนินการตามข้อตกลง
สหรัฐยื่นเส้นตายก่อน 27 พ.ย.
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า สหรัฐได้วางเส้นตายในวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. หรือวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) สำหรับให้ยูเครนตอบรับร่างแผนสันติภาพ 28 ข้อ ซึ่งจัดทำโดยสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษของทรัมป์ และผู้เจรจาระดับสูงของเครมลิน โดยข้อตกลงนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภายูเครนและรัสเซียด้วย
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าเขากำหนดเส้นตายให้ยูเครนพิจารณาจนถึง “วันพฤหัสบดีหน้า” เพื่อตอบตกลงต่อแผนสันติภาพที่สหรัฐเสนอสำหรับยุติสงครามกับรัสเซีย
ระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ “Brian Kilmeade Show” ทาง Fox News Radio ผู้ดำเนินรายการถามถึงเส้นตายที่สหรัฐกำหนดให้ยูเครนพิจารณาแผนสันติภาพ ว่าเป็นไปภายในวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. ใช่หรือไม่
“เรามีเส้นตายอยู่หลายครั้ง แต่ถ้าสถานการณ์ดำเนินไปได้ดี เราก็มักจะขยายเส้นตายออกไป แต่วันพฤหัสบดีถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม”
“เขาต้องยอมรับมัน และถ้าเขาไม่ยอม ก็…ผมเดาว่าก็คงต้องสู้กันต่อไป” ทรัมป์กล่าวพร้อมเสริมว่า “ไม่ช้าก็เร็ว เขาต้องยอมรับบางอย่างที่เขาไม่เคยยอมรับมาก่อน”
“คุณจำได้ไหมที่ทำเนียบขาวเมื่อไม่นานมานี้ ผมบอกเขาไปว่า ‘คุณไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่า’” ทรัมป์ย้อนถึงการพบกันอย่างตึงเครียดกับเซเลนสกีเมื่อเดือนก.พ.
ยูเครนและรัสเซียมีท่าทีอย่างไร
เซเลนสกีกล่าวในแถลงการณ์ต่อประชาชนว่า “ขณะนี้ยูเครนอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ยากมาก ระหว่างการเสียศักดิ์ศรี หรือเสี่ยงที่จะสูญเสียพันธมิตรสำคัญ” พร้อมย้ำว่าจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าอย่างน้อยสองประเด็นในแผนนี้จะไม่ถูกมองข้าม ได้แก่ ศักดิ์ศรีและเสรีภาพของชาวยูเครน
ในที่สาธารณะ เซเลนสกีซึ่งได้สนทนากับผู้นำสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส รวมถึงรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ ในวันศุกร์ ยังคงแสดงท่าทีระมัดระวัง ไม่ปฏิเสธแผนของสหรัฐตรงๆ และไม่วิจารณ์วอชิงตันอย่างเปิดเผย
“เราขอขอบคุณสหรัฐ ประธานาธิบดีทรัมป์ และทีมงานสำหรับความพยายามที่มุ่งยุติสงครามนี้” เซเลนสกีกล่าว “แผนนี้ต้องเป็นแผนที่รับประกันสันติภาพที่แท้จริงและมีศักดิ์ศรี”
ขณะที่คิริล ดมิทรีเยฟ ผู้แทนพิเศษด้านการลงทุนของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า แผนของสหรัฐมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ยูเครนสูญเสียชีวิตและดินแดนมากไปกว่านี้
รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวหลายรายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่า แผนสันติภาพดังกล่าวเกิดจาก "การเจรจาลับ" ระหว่างดมิทรีเยฟกับสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษของทรัมป์ โดยผู้แทนรัสเซียโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เป็นภาษาอังกฤษว่า “เพราะโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายสงคราม ทำให้หลายคนไม่เห็นว่าแผนสันติภาพของทรัมป์ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยยูเครนไม่ให้สูญเสียดินแดนและชีวิตมากกว่านี้”
แหล่งข่าวสองรายยังระบุด้วยว่า วอชิงตันได้ขู่จะยุติการแบ่งปันข่าวกรองและการสนับสนุนอาวุธ หากยูเครนไม่ยอมรับแผนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐรายหนึ่งออกมาปฏิเสธโดยระบุว่า การกล่าวว่าสหรัฐ “ขู่” จะระงับข่าวกรองนั้น “ไม่ถูกต้อง”
ขณะที่ ทิม แอช จากสถาบันคลังสมอง Chatham House ในสหราชอาณาจักร เตือนว่า ข้อตกลงที่เสียเปรียบอาจสั่นคลอนเสถียรภาพภายในประเทศยูเครนหลังต้องเผชิญสงครามอย่างหนักหน่วงเกือบ 4 ปี
“รัสเซียได้ทุกอย่างที่ต้องการ ขณะที่ยูเครนแทบไม่ได้อะไรเลย หากเซเลนสกียอมรับ ผมคาดว่าจะเกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในยูเครน”
แผนดังกล่าวยังคาดว่าจะเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างการประชุมสุดยอด G20 ที่โจฮันเนสเบิร์กสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งบรรดาผู้นำยุโรปเข้าร่วม แม้ทรัมป์จะประกาศจะไม่เข้าร่วมก็ตาม





