วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ผ่าแผนสันติภาพที่ 'เซเลนสกี' ต้องเลือก 'ยอมเสียศักดิ์ศรี' หรือ 'เสียพันธมิตรอย่างสหรัฐ'

ร่างแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐ ก่อนเส้นตายวันขอบคุณพระเจ้า 27 พ.ย. นี้ กำลังผลักให้เซเลนสกีต้องเลือกระหว่าง “ศักดิ์ศรีของชาติ” กับ “พันธมิตรที่สำคัญที่สุด” นักวิเคราะห์มองรัสเซียคือผู้ชนะ

"ยูเครน" กำลังเดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ กับการพิจารณาข้อเสนอ "แผนสันติภาพ"ของสหรัฐ เพื่อยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน ที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี  

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ถึงกับพูดเองเมื่อวันศุกร์ว่าอยู่ในจุดที่ยากลำบากในการตัดสินใจเรื่องแผนสันติภาพนี้ เพราะอาจหมายถึงการที่ประเทศต้องยอม “เสียศักดิ์ศรี” หรือ “เสี่ยงที่จะสูญเสียพันธมิตรสำคัญอย่างสหรัฐไป”

“นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งของเรา” เซเลนสกี ระบุในถ้อยแถลงทางโทรทัศน์ “ยูเครนอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ลำบากมาก ไม่ว่าจะสูญเสียศักดิ์ศรี หรือเสี่ยงเสียพันธมิตรสำคัญที่สุดของเรา”

แม้จะไม่มีการเปิดเผยแผนอย่างเป็นทางการออกมา แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ก็มีการเผยแพร่ข้อมูลหลักๆ 28 ข้อใน "ร่างแผนสันติภาพ" ของสหรัฐออกมาอย่างกว้างขวาง ซึ่งสื่อหลายสำนักระบุตรงกันว่า เป็นข้อตกลงที่สร้างความได้เปรียบให้ฝ่าย "รัสเซีย" มากกว่า "ยูเครน" เช่น การยอมให้รัสเซียได้ควบคุมเหนือพื้นที่บางส่วนของภูมิภาคดอนบาสที่ยังอยู่ในมือยูเครน และการตั้งเงื่อนไขให้ยูเครนจำกัดกำลังทหารเหลือเพียง 600,000 นาย ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่อ่อนไหวที่สุดของร่างแผนสันติภาพฉบับนี้

เปิด 28 ข้อเสนอหลักใน 'ร่างแผนสันติภาพยูเครน-รัสเซีย'

1. ยูเครนจะได้รับการรับรองอธิปไตย 

2. จะมีการลงนามข้อตกลง “ไม่รุกรานโดยสมบูรณ์” ระหว่างรัสเซีย ยูเครน และยุโรป และถือว่าความคลุมเครือต่างๆ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาได้รับการยุติอย่างเป็นทางการ

3. รัสเซียจะไม่รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน และนาโตจะไม่ขยายองค์กรเพิ่มเติม

4. จะมีการจัดการเจรจาระหว่างรัสเซียกับนาโต โดยสหรัฐเป็นคนกลาง เพื่อแก้ปัญหาด้านความมั่นคงทั้งหมด ลดความตึงเครียด และเปิดทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต

5. ยูเครนจะได้รับหลักประกันความมั่นคงที่เชื่อถือได้

6. ขนาดกองทัพยูเครนจะถูกจำกัดไว้ที่ 600,000 นาย

7. ยูเครนต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตกลงว่าจะไม่เข้าร่วมนาโต และนาโตต้องบันทึกในกฎบัตรว่าจะไม่รับยูเครนเข้าเป็นสมาชิกในอนาคต

8. นาโตตกลงว่าจะไม่ส่งทหารประจำการในยูเครน

9. เครื่องบินรบยุโรปจะถูกประจำการในโปแลนด์

10. หลักประกันความมั่นคงจากสหรัฐจะมีเงื่อนไขดังนี้

- สหรัฐจะได้รับ “ค่าตอบแทน” สำหรับการรับประกัน

- หากยูเครนรุกรานรัสเซีย ยูเครนจะสูญเสียหลักประกันนี้

- หากรัสเซียรุกรานยูเครนอีกครั้ง จะมีการตอบโต้ทางทหารร่วมกันอย่างเด็ดขาด และจะกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด รวมถึงเพิกถอนการรับรองดินแดนและผลประโยชน์ที่รัสเซียได้รับ

- หากยูเครนยิงขีปนาวุธใส่มอสโกหรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยไม่มีเหตุอันควร หลักประกันจะถูกยกเลิกทันที

11. ยูเครนมีสิทธิสมัครเข้าร่วมสหภาพยุโรป (อียู) และจะได้รับสิทธิการเข้าถึงตลาดยุโรปแบบพิเศษในระยะสั้น

12. จะมีมาตรการระดับโลกเพื่อการฟื้นฟูยูเครน เช่น

- กองทุนพัฒนา “Ukraine Development Fund” เพื่อการลงทุนในเทคโนโลยี ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI

- สหรัฐจะร่วมมือกับยูเครนในการฟื้นฟูและเดินระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซ

- การฟื้นฟูพื้นที่เสียหายจากสงครามและการพัฒนาเมือง

- การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน

- การทำเหมืองแร่และทรัพยากรธรรมชาติ

- ธนาคารโลกจะจัดทำแพ็กเกจการเงินพิเศษรองรับกระบวนการนี้

13. รัสเซียจะกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งรวมถึง

- กระบวนการยกเลิกการคว่ำบาตรแบบเป็นขั้นตอน

- ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระยะยาวกับสหรัฐ

- ร่วมหุ้นในพลังงาน ทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงการสกัดแร่หายากในอาร์กติก

- รัสเซียจะถูกเชิญกลับเข้าร่วมกลุ่มประเทศ G8

14. เงินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ จะถูกนำไปใช้ดังนี้

- 100,000 ล้านดอลลาร์ จะถูกนำไปลงทุนในการฟื้นฟูยูเครนที่นำโดยสหรัฐ

- สหรัฐจะได้รับกำไร 50% จากโครงการนี้

- ยุโรปจะเพิ่มเงินลงทุนอีก 100,000 ล้านดอลลาร์ และปลดการอายัดเงินในส่วนที่ยุโรปที่ถือครองอยู่

- เงินอายัดส่วนที่เหลือจะเข้าสู่กองทุนสหรัฐ–รัสเซียเพื่อใช้ทำโครงการร่วมต่างๆ

15. สหรัฐและรัสเซียจะตั้งคณะทำงานร่วมด้านความมั่นคง เพื่อกำกับและตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลง

16. รัสเซียจะตรากฎหมายยืนยันนโยบายไม่รุกรานยุโรปและยูเครน

17. สหรัฐและรัสเซียจะตกลงขยายอายุสนธิสัญญาด้านอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงสนธิสัญญา START I

18. ยูเครนตกลงมีสถานะ “ปลอดอาวุธนิวเคลียร์” ตาม NPT

19. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียจะเดินเครื่องภายใต้องค์กร IAEA และกระแสไฟจะถูกแบ่งระหว่างรัสเซีย–ยูเครนฝ่ายละ 50%

20. ทั้งสองประเทศตกลงดำเนินโครงการด้านการศึกษาและสังคม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและลดอคติ 

- ยูเครนต้องใช้กฎของอียูเกี่ยวกับการคุ้มครองศาสนาและชนกลุ่มน้อยทางภาษา

- ทั้งสองฝ่ายต้องยกเลิกมาตรการเลือกปฏิบัติทั้งหมด และรับรองสิทธิสื่อและการศึกษา

- ต้องปฏิเสธและห้ามเกี่ยวกับอุดมการณ์นาซีโโยเด็ดขาด

21. ดินแดน

- แคว้นไครเมีย ลูฮันสก์ และโดเนตสก์ จะถูกยอมรับว่าเป็นของรัสเซียโดยพฤตินัย รวมถึงโดยสหรัฐ

- แนวหน้าของแคว้นเคอร์ซอนและซาโปริซเซียจะถูก “ตรึง” ไว้ตามแนวปะทะ

- รัสเซียจะถอนตัวจากดินแดนอื่นนอกเหนือจาก 5 แคว้นที่ระบุ

- ยูเครนต้องถอนทหารจากส่วนของโดเนตสค์ที่ยังควบคุมอยู่ โดยพื้นที่นี้จะเป็นเขตกันชนปลอดทหารที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นของรัสเซีย

- รัสเซียจะไม่ส่งทหารเข้าพื้นที่กันชนนี้

22. หลังตกลงเรื่องพรมแดนแล้ว ทั้งสองฝ่ายต้องไม่เปลี่ยนแปลงดินแดนด้วยกำลัง และหลักประกันด้านความมั่นคงจะถูกยกเลิกหากมีฝ่ายใดละเมิด

23. รัสเซียจะไม่ขัดขวางการใช้แม่น้ำดนิโปร และจะมีข้อตกลงด้านการส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ

24. จะมีคณะกรรมการมนุษยธรรมเพื่อแก้ปัญหาที่ยังค้างอยู่ เช่น

- แลกเปลี่ยนเชลยและศพแบบแลกทั้งหมด

- คืนตัวผู้ถูกควบคุมตัวและตัวประกัน รวมถึงเด็ก

- มีโครงการรวมญาติ

- มีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม

25. ยูเครนจะจัดการเลือกตั้งภายใน 100 วัน

26. ทุกฝ่ายจะได้รับ “นิรโทษกรรมอย่างเต็มรูปแบบ” สำหรับการกระทำในช่วงสงคราม และต้องไม่ยื่นฟ้องร้องหรือเรียกร้องใดๆ ในอนาคต

27. ข้อตกลงนี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมาย และคณะกรรมการสันติภาพซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เป็นประธาน จะเป็นผู้กำกับดูแลพร้อมบทลงโทษหากมีการละเมิด

28. เมื่อทุกฝ่ายเห็นชอบตามบันทึกนี้ การหยุดยิงจะมีผลทันทีหลังทั้งสองฝ่ายถอนกำลังสู่จุดที่ตกลงกัน เพื่อเริ่มดำเนินการตามข้อตกลง

ผ่าแผนสันติภาพที่ 'เซเลนสกี' ต้องเลือก 'ยอมเสียศักดิ์ศรี' หรือ 'เสียพันธมิตรอย่างสหรัฐ'

สหรัฐยื่นเส้นตายก่อน 27 พ.ย.

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า สหรัฐได้วางเส้นตายในวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. หรือวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) สำหรับให้ยูเครนตอบรับร่างแผนสันติภาพ 28 ข้อ ซึ่งจัดทำโดยสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษของทรัมป์ และผู้เจรจาระดับสูงของเครมลิน โดยข้อตกลงนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภายูเครนและรัสเซียด้วย

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าเขากำหนดเส้นตายให้ยูเครนพิจารณาจนถึง “วันพฤหัสบดีหน้า” เพื่อตอบตกลงต่อแผนสันติภาพที่สหรัฐเสนอสำหรับยุติสงครามกับรัสเซีย

ระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ “Brian Kilmeade Show” ทาง Fox News Radio ผู้ดำเนินรายการถามถึงเส้นตายที่สหรัฐกำหนดให้ยูเครนพิจารณาแผนสันติภาพ ว่าเป็นไปภายในวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. ใช่หรือไม่  

“เรามีเส้นตายอยู่หลายครั้ง แต่ถ้าสถานการณ์ดำเนินไปได้ดี เราก็มักจะขยายเส้นตายออกไป แต่วันพฤหัสบดีถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม”

“เขาต้องยอมรับมัน และถ้าเขาไม่ยอม ก็…ผมเดาว่าก็คงต้องสู้กันต่อไป” ทรัมป์กล่าวพร้อมเสริมว่า “ไม่ช้าก็เร็ว เขาต้องยอมรับบางอย่างที่เขาไม่เคยยอมรับมาก่อน”

“คุณจำได้ไหมที่ทำเนียบขาวเมื่อไม่นานมานี้ ผมบอกเขาไปว่า ‘คุณไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่า’” ทรัมป์ย้อนถึงการพบกันอย่างตึงเครียดกับเซเลนสกีเมื่อเดือนก.พ.  

ยูเครนและรัสเซียมีท่าทีอย่างไร 

เซเลนสกีกล่าวในแถลงการณ์ต่อประชาชนว่า “ขณะนี้ยูเครนอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ยากมาก ระหว่างการเสียศักดิ์ศรี หรือเสี่ยงที่จะสูญเสียพันธมิตรสำคัญ” พร้อมย้ำว่าจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าอย่างน้อยสองประเด็นในแผนนี้จะไม่ถูกมองข้าม ได้แก่ ศักดิ์ศรีและเสรีภาพของชาวยูเครน

ในที่สาธารณะ เซเลนสกีซึ่งได้สนทนากับผู้นำสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส รวมถึงรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ ในวันศุกร์ ยังคงแสดงท่าทีระมัดระวัง ไม่ปฏิเสธแผนของสหรัฐตรงๆ และไม่วิจารณ์วอชิงตันอย่างเปิดเผย

“เราขอขอบคุณสหรัฐ ประธานาธิบดีทรัมป์ และทีมงานสำหรับความพยายามที่มุ่งยุติสงครามนี้” เซเลนสกีกล่าว “แผนนี้ต้องเป็นแผนที่รับประกันสันติภาพที่แท้จริงและมีศักดิ์ศรี”

ขณะที่คิริล ดมิทรีเยฟ ผู้แทนพิเศษด้านการลงทุนของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า แผนของสหรัฐมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ยูเครนสูญเสียชีวิตและดินแดนมากไปกว่านี้

รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวหลายรายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่า แผนสันติภาพดังกล่าวเกิดจาก "การเจรจาลับ" ระหว่างดมิทรีเยฟกับสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษของทรัมป์ โดยผู้แทนรัสเซียโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เป็นภาษาอังกฤษว่า “เพราะโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายสงคราม ทำให้หลายคนไม่เห็นว่าแผนสันติภาพของทรัมป์ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยยูเครนไม่ให้สูญเสียดินแดนและชีวิตมากกว่านี้”

แหล่งข่าวสองรายยังระบุด้วยว่า วอชิงตันได้ขู่จะยุติการแบ่งปันข่าวกรองและการสนับสนุนอาวุธ หากยูเครนไม่ยอมรับแผนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐรายหนึ่งออกมาปฏิเสธโดยระบุว่า การกล่าวว่าสหรัฐ “ขู่” จะระงับข่าวกรองนั้น “ไม่ถูกต้อง”

ขณะที่ ทิม แอช จากสถาบันคลังสมอง Chatham House ในสหราชอาณาจักร เตือนว่า ข้อตกลงที่เสียเปรียบอาจสั่นคลอนเสถียรภาพภายในประเทศยูเครนหลังต้องเผชิญสงครามอย่างหนักหน่วงเกือบ 4 ปี

“รัสเซียได้ทุกอย่างที่ต้องการ ขณะที่ยูเครนแทบไม่ได้อะไรเลย หากเซเลนสกียอมรับ ผมคาดว่าจะเกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในยูเครน”

แผนดังกล่าวยังคาดว่าจะเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างการประชุมสุดยอด G20 ที่โจฮันเนสเบิร์กสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งบรรดาผู้นำยุโรปเข้าร่วม แม้ทรัมป์จะประกาศจะไม่เข้าร่วมก็ตาม


ที่มา: Reuters, AP, Axios