สรุป ครม. 'ญี่ปุ่น' ไฟเขียวมาตรการ 'ทาคาอิจิ' อัดฉีด 4.4 ล้านล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ด้านลงทุนเทคใหม่-อุตสาหกรรม ลดค่าครองชีพสู้เงินเฟ้อ ยกระดับกลาโหม และความมั่นคง
นิกเคอิเอเชียรายงานว่า คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ มูลค่ารวม 21.3 ล้านล้านเยน หรือราว 4.39 ล้านล้านบาท โดยมีแหล่งเงินทุนหลักมาจากงบประมาณเพิ่มเติม 17.7 ล้านล้านเยน จากบัญชีกลางของรัฐบาล เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และบรรเทาผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค
สถานีโทรทัศน์สาธารณะ NHK รายงานว่า นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และมอบการสนับสนุนที่จำเป็นให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นผ่าน 3 เสาหลัก
บรรเทาภาระค่าครองชีพ
รัฐบาลจัดสรรเงิน 11.7 ล้านล้านเยน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้นให้แก่ครัวเรือน และธุรกิจ
- ครัวเรือนจะได้รับเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้า และค่าก๊าซประมาณ 7,000 เยน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนม.ค.ถึงมี.ค.ปีหน้า คาดว่าจะช่วยลดดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ได้ 0.4%
- ภาษีน้ำมัน ก็จะถูกยกเลิกเช่นกัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และการเดินทางให้กับประชาชน
- ขยายการให้เงินช่วยเหลือแก่เทศบาล เพื่อส่งเสริมการแจก คูปองข้าวสาร และคูปองดิจิทัล รวมถึงอนุญาตให้ใช้เงินสนับสนุนนี้เพื่อชำระ ค่าน้ำประปา
- ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 18 ปีหรือต่ำกว่า จะได้รับเงิน 20,000 เยนต่อเด็กหนึ่งคน โดยไม่มีการจำกัดเพดานรายได้
- ส่วนด้านสุขภาพ มีการให้เงินอุดหนุนเพิ่มเติมแก่ โรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ประสบปัญหาต้นทุนวัสดุ และแรงงานสูงขึ้น
สร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ และการทูต
รัฐบาลญี่ปุ่นจะใช้เงิน 1.7 ล้านล้านเยน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ การป้องกันประเทศ และการทูต ควบคู่ไปกับการเติมเงินเข้า กองทุนสำรองภัยพิบัติอีกประมาณ 700,000 ล้านเยน ซึ่งเงินสำรองนี้จะใช้สำหรับรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และภัยพิบัติต่างๆ รวมถึงการจัดการกับปัญหาเฉพาะอย่างการโจมตีของหมีที่ทวีความรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศใช้มาตรการเพื่อเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ ให้สูงขึ้นถึง 2% ของ GDP ภายในปีงบประมาณ 2570
แผนสร้างเศรษฐกิจแกร่ง
รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดสรรเงิน 7.2 ล้านล้านเยน ภายใต้เสาหลัก "การสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง" หรือที่ ทาคาอิจิเรียกว่า "การลงทุนเพื่อการจัดการวิกฤติ” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การจัดสรรเงินจำนวนนี้มุ่งเน้นไปที่การลงทุนในภาคส่วนเทคโนโลยี และอุตสาหกรรม ที่เป็นอนาคต และมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ทั้ง เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น โครงการริเริ่มการพัฒนาอวกาศ, เซมิคอนดักเตอร์ และ AI เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยี
สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต มีการจัดตั้งกองทุนระยะเวลา 10 ปี เพื่อสนับสนุน และเพิ่มขีดความสามารถในการต่อเรือ
คาด ‘จีดีพี’ โตเพิ่มปีละ 1.4%
รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะจัดทำ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณอย่างรวดเร็ว เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมดที่ประกาศไป โดยรัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถผ่านร่างกฎหมายนี้ได้ภายในสิ้นปี โดยได้รับความร่วมมือจากพรรคฝ่ายค้าน
รัฐบาลคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมด จะส่งผลให้ GDP ที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ประมาณ 24 ล้านล้านเยน หรือทำให้ GDP เติบโตเพิ่มขึ้นปีละ 1.4%
อย่างไรก็ดี พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบันของญี่ปุ่น อยู่ในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยขาดที่นั่งเพียงแค่ 2 ที่นั่งเท่านั้น หมายความว่า ในการผลักดันกฎหมายสำคัญ เช่น ร่างงบประมาณ รัฐบาลจำเป็นต้องได้รับ การสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านบางส่วน เพื่อให้ผ่านร่างกฎหมายนี้ได้สำเร็จ
กังวลเศรษฐกิจญี่ปุ่น ‘เงินเฟ้อสูง-GDP หดตัว’
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ มีขึ้นในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับ ปัญหาเศรษฐกิจที่ซับซ้อน ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่อง และภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มอ่อนแรง โดย GDP ไตรมาสที่ 3 หดตัวลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปญี่ปุ่น ในเดือนต.ค.อยู่ที่ 3% เพิ่มขึ้นจาก 2.9% ในเดือนก.ย. ซึ่งถือว่า สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 43 แล้ว โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารสด) ก็อยู่ที่ 3% เช่นกัน
คาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ยอมรับว่า BOJ ควรตระหนักถึงผลกระทบของเงินเยนที่อ่อนค่าต่ออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงได้แสดงความกังวลว่า "ค่าเงินเยน" ที่อ่อนค่าลงอย่างมาก กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาสินค้าโดยรวม และต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น
ด้าน ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับความผันผวนของเงินเยน โดยระบุว่าเธอ "วิตกกังวลกับการเคลื่อนไหวที่รุนแรง และไม่สมดุลในตลาดสกุลเงิน" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึง ความเป็นไปได้ที่จะมีการแทรกแซงตลาด เพื่อจัดการกับค่าเงินเยน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





