สหรัฐยืนยันขายขีปนาวุธล้ำสมัยมูลค่าเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ ทดสอบแล้วในสมรภูมิยูเครนให้ไต้หวัน ถือเป็นแพ็กเกจอาวุธชุดที่ 2 ในรอบหนึ่งสัปดาห์ยอดรวม 1 พันล้านดอลลาร์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ขีปนาวุธยิงจากพื้นสู่อากาศพิสัยกลางที่เรียกกันว่า The National Advanced Surface-to-Air Missile System (NASAMS) ผลิตโดยบริษัท RTX ทำสัญญาจัดซื้อแบบราคาคงที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.2031 ซึ่ง NASAMS เป็นอาวุธใหม่สำหรับไต้หวัน
แถลงการณ์เพนตากอนเมื่อวันจันทร์ (17 พ.ย.) ระบุ "สำหรับปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรเงิน 698,948,760 เหรียญสหรัฐสำหรับการขายอาวุธให้กับไต้หวัน ด้าน RTX ยังไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมกับรอยเตอร์
ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก มีเพียงออสเตรเลียและอินโดนีเซียเท่านั้นที่ใช้ระบบนี้ สหรัฐเคยกล่าวไว้เมื่อปีที่แล้วว่าไต้หวันจะได้รับระบบ NASAMS 3 ชุดส่วนหนึ่งของการขายอาวุธมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์
ยูเครนใช้ NASAMS ป้องกันการรุกรานของรัสเซีย เพราะช่วยเพิ่มขีดความสามารถป้องกันภัยทางอากาศได้อย่างเฉียบคม ซึ่งสหรัฐกำลังส่งออกไปไต้หวันขณะที่ความต้องการพุ่งสูงขึ้นมาก
- สหรัฐสนับสนุน‘แข็งแกร่งดุจหินผา’
“วันนี้ชัดเจนแล้วและจะยังคงชัดเจนต่อไปในอนาคตว่า ความรับผิดชอบของอเมริกาต่อไต้หวันแข็งแกร่งดุจหินผา”
“เรากำลังสนับสนุนคำพูดเหล่านี้ด้วยการกระทำ เน้นที่การสนับสนุนความพยายามของไต้หวันในการบรรลุสันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง ไม่มีอะไรชัดเจนไปกว่าความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกลาโหมที่เติบโตขึ้นของเราอีกแล้ว”นายเรย์มอนด์ กรีน ทูตสหรัฐประจำไทเปโดยพฤตินัย กล่าวในงานของหอการค้าอเมริกันในไต้หวันเมื่อวันอังคาร (18 พ.ย.)
สัปดาห์ก่อนสหรัฐอนุมัติขายเครื่องบินรบและชิ้นส่วนเครื่องบินอื่นๆ ให้ไต้หวันมูลค่า 330 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นข้อตกลงแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งในเดือน ม.ค. ไทเปขอบคุณแต่ปักกิ่งเดือดดาล
ข่าวการขายอาวุธเกิดขึ้นในช่วงที่วิกฤติการทูตระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับโตเกียวเลวร้ายลงจากปมไต้หวัน ที่จีนอ้างว่าเป็นดินแดนของตน แม้รัฐบาลไทเปจะปฏิเสธคำอ้างก็ตาม
เมื่อวันอาทิตย์ (16 พ.ย.) เรือตรวจการณ์ชายฝั่งจีนแล่นผ่านหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกที่ญี่ปุ่นควบคุมแต่จีนอ้างกรรมสิทธิ์
ญี่ปุ่นกล่าวว่าได้ส่งเครื่องบินรบขึ้นบินในวันเสาร์ (15 พ.ย.) หลังจีนส่งโดรนบินระหว่างไต้หวันกับเกาะโยนากุนิทางตะวันตกสุดของญี่ปุ่น
ด้านนายเวลลิงตัน คู รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในวันพุธ (19 พ.ย.) ในประเด็นความตึงเครียดว่า จีนไม่ควรใช้กำลังแก้ไขข้อพิพาท
“จีนควรทิ้งความคิดใช้กำลังแก้ปัญหาได้แล้ว” นายคูกล่าว
ขณะนี้กองทัพไต้หวันกำลังเสริมกำลังอาวุธเพื่อรับมือกับการโจมตีจากจีนได้ดียิ่งขึ้น เช่นสร้างเรือดำน้ำของตนเองเพื่อป้องกันเส้นทางส่งกำลังบำรุงทางทะเลที่สำคัญ
ขณะที่กองทัพจีนปฏิบัติการรอบเกาะไต้หวันแทบทุกวัน ซึ่งไทเปมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ “พื้นที่สีเทา” เพื่อทดสอบและทำให้กองทัพไต้หวันอ่อนล้า
ส่วนสหรัฐนั้นแม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ แต่ปฏิบัติตามกฎหมายจัดหาเครื่องมือให้ไต้หวันปกป้องตนเอง สร้างความโกรธแค้นให้ปักกิ่งเสมอมา





