วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'ฝรั่งเศส' ลงนามร่วม 'ยูเครน' เตรียมจัดหาเครื่องบินรบราฟาเอลให้ 100 ลำ

'ฝรั่งเศส' ลงนามร่วม 'ยูเครน' เตรียมจัดหาเครื่องบินรบราฟาเอลให้ 100 ลำ

'ฝรั่งเศส' ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกับ 'ยูเครน' เตรียมจัดหาเครื่องบินรบราฟาเอลให้ 100 ลำ ภายใน 10 ปีข้างหน้า

ยูเครนเตรียมรับเครื่องบินรบราฟาเอลที่ผลิตในฝรั่งเศสมากถึง 100 คัน ในอีก 10 ปีข้างหน้า ภายใต้การลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างสองประเทศเมื่อวันจันทร์ (17 พ.ย.) ที่ผ่านมา

ในหนังสือแสดงเจตจำนงที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ลงนามร่วมกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง หน้าเครื่องบินรบลำหนึ่งนั้น รวมระบบป้องกันภัยทางอากาศ กระสุน และโดรนด้วย

“มันจะเป็นการป้องกันภัยทางอากาศที่ยอดเยี่ยมที่สุด หนึ่งในระบบที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก” เซเลนสกีกล่าวกับผู้สื่อข่าวในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงอาวุธ ณ ท่าอากาศยานทหารวิลลาคูเบลย์ของฝรั่งเศส

หุ้นของบริษัท Dassault ที่ผลิตเครื่องบินรบ พึ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่มีรายงานเรื่องนี้ โดยเพิ่มขึ้น 8% ณ เวลา 12.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

การประกาศดีลระหว่างสองพันธมิตรมีขึ้นหลังจากรัสเซียส่งโดรนและขีปนาวุธ โจมตียูเครนมากขึ้นในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีรายงานการรุกคืบของมอสโกในภูมิภาคซาโปริซเซียทางตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น

ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวว่า หนังสือแสดงเจตจำนงนี้เป็นการแสดงความมุ่งมั่นมากกว่าเป็นข้อตกลงซื้ออาวุธที่จะมีขึ้นในภายหลัง และจุดประสงค์ของการลงนามหนังสือดังกล่าวคือ การระดมทุนจากโครงการต่างๆ ของสหภาพยุโรป (อียู) และแผนใช้สินทรัพย์รัสเซียที่ถูกอายัด ซึ่งอียูยังคงรอการอนุมัติ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการส่งมอบอาวุธใหม่ๆ มากกว่าการถ่ายโอนจากอาวุธจากฝรั่งเศส

มาครงกล่าวกับ LCI TV “เรากำลังวางแผนเรื่องเครื่องบินราฟาเอล 100 ลำ ซึ่งถือว่าเยอะมาก นั่นคือสิ่งที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูกองทัพยูเครน”

มาครง เสริมด้วยว่า จุดประสงค์ของการลงนามหนังสือดังกล่าวจะช่วยยูเครนในระยะสั้น ด้วยการใช้โดรน โดรนสัดกั้น อาวุธอื่นๆ และในระยะยาวยูเครนจะสามารถต่อสู้กับการรุกรานครั้งใหม่ได้เมื่อมีข้อตกลงสันติภาพ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการหารือหลายสัปดาห์เพื่อพิจารณาว่าฝรั่งเศสจะสามารถให้การสนับสนุนทางทหารด้านการป้องกันภัยทางอากาศแก่ยูเครนเพิ่มขึ้นอย่างไร แต่ก็ยังเกิดคำถามเรื่องรัฐบาลมาครงจะสามารถดำเนินการดังกล่าวได้จริงหรือไม่ ในขณะที่ประเทศเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเมืองและงบประมาณ