“หนี้ครัวเรือน” ถือเป็นหนึ่งปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจในหลายประเทศทั้งพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาและหากพิจารณาไปที่ภูมิภาคเอเชีย “เกาหลีใต้” ถือเป็นหนึ่งประเทศที่อัตราหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในกลุ่ม อย่างไรก็ตามในไตรมาสที่ผ่านมาการเติบโตของหนี้ครัวเรือนเกาหลีใต้มีสัญญาณดีขึ้นจากความพยายามของรัฐบาลและธนาคารกลาง
ข้อมูลซึ่งเผยแพร่จากธนาคารกลางเกาหลี (BOK) ระบุว่า ยอดหนี้สินภาคครัวเรือนทั้งหมดเพิ่มขึ้น 14.9 ล้านล้านวอน (1.02 หมื่นล้านดอลลาร์) ในช่วงเดือนก.ค.– ก.ย. หรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้ชะลอลงจากไตรมาสก่อน ซึ่งถือเป็นไตรมาสที่หนี้ขยายตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021
ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 11.6 ล้านล้านวอน ขณะที่สินเชื่อประเภทอื่น รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อมาร์จิ้นจากโบรกเกอร์ เพิ่มขึ้น 3 แสนล้านวอน
ในประเด็นนี้ นายคิม มิน ซู หัวหน้าทีมสถิติการเงินและการเงินการคลัง กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการบรรยายสรุปในวันนี้ว่า หลังจากขยายตัวค่อนข้างเร็วในไตรมาสที่สอง อัตราการเติบโตของสินเชื่อครัวเรือนชะลอลงในไตรมาสล่าสุด หลังรัฐบาลออกมาตรการสกัดความร้อนแรงของตลาดในเดือนม.ย.และต.ค.
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การพิจารณานโยบายทางการเงินของธนาคารกลางมุ่งไปที่การปรับตัวขึ้นของราคาที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องชุดในมหานครโซล สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะกระแสขาขึ้นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน อันเป็นเหตุมาจากการที่ธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 1% นับตั้งแต่ต.ค. 2024
“ทั้งรัฐบาลและธนาคารกลางเกาหลีกำลังพยายามทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีตามราคาปัจจุบันกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะลดระดับหนี้รวมอย่างรวดเร็ว” คิมกล่าว
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อจีดีพีแท้จริงเติบโตเร่งขึ้นเป็น 1.7% ในไตรมาสสามเมื่อเทียบกับปีก่อน สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีมีแนวโน้มหดตัว ก่อนการประกาศข้อมูลโนมินัลจีดีพีในวันที่ 3 ธ.ค.
ธนาคารกลางเกาหลีคงอัตราดอกเบี้ยรีโปเจ็ดวันที่ปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นตัวกำหนดต้นทุนการกู้ยืมในระบบการเงินไว้ที่ 2.5% ในเดือนต.ค.เป็นการประชุมครั้งที่สามติดกัน โดยให้เหตุผลจากราคาคอนโดมิเนียมในโซลที่ยังเพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐ
ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายครั้งถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 27 พ.ย. โดยนักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นแตกต่างกันว่าจะกลับมาลดดอกเบี้ยหรือจะคงไว้เช่นเดิมอีกครั้ง
ในการประชุมเดือนต.ค. นายอี ชางยง ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ ระบุว่า สมาชิกคณะกรรมการ 4 คนยังเปิดทางให้มีการลดดอกเบี้ยภายในสามเดือนข้างหน้า ทำให้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะขยับนโยบายในเดือนพ.ย.
เขากล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ธนาคารกลางยังอยู่ในวัฏจักรผ่อนคลาย แต่ความเร็วและทิศทางของการปรับเปลี่ยนในอนาคตจะขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมา
รัฐบาลเกาหลีใต้ดำเนินการอะไรบ้าง ?
รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ออกมาตรการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์หลายอย่างเพื่อรับมือกับราคาที่พุ่งสูงและฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการจำกัดการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในบางพื้นที่ โดยต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลล่วงหน้า รวมถึงการออกนโยบายเข้มงวดเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อและการกำหนดพื้นที่เสี่ยงสำหรับการเก็งกำไร
จำกัดการซื้อของชาวต่างชาติ:
- ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลล่วงหน้าก่อนซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในเขตกรุงโซลและปริมณฑล
- มาตรการนี้ออกมาเพื่อสกัดกั้นนักลงทุนต่างชาติที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร
เข้มงวดกฎการให้สินเชื่อ:
- เพิ่มความเข้มงวดในกฎการให้สินเชื่อเพื่อควบคุมการปล่อยกู้
- ลดความเสี่ยงในระบบโดยเบี่ยงเบนเครดิตออกจากภาคอสังหาริมทรัพย์
กำหนดพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม:
- กำหนดพื้นที่เพิ่มเติมที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อการเก็งกำไร
พิจารณาอัตราดอกเบี้ย:
- ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากราคาที่อยู่อาศัยและหนี้ครัวเรือนที่ยังคงมีอยู่
- นายอี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยังเตือนถึงความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ และหนุนให้แบงก์ชาติคงอัตราดอกเบี้ยไว้เพื่อแก้ปัญหาการเก็งกำไร
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ขั้บเคลื่อนการเติบโตหนี้ครัวเรือนของเกาหลีใต้คือ ประชาชนจำนวนมากต่างต้องการเข้ามาทำงานในมหานครโซลซึ่งเป็นเมืองหลวงที่รวบรวมความเจริญเข้าไว้ แต่เมื่อความต้องการย้ายถิ่นฐานเข้ามาในกรุงโซลเพิ่มมากขึ้นก็ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยและคอนโดมิเนียมขยับตัวสูงขึ้น ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลเกาหลีและธนาคารกลางพยายามทำคือการควบคุมความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์
'ไทย' เป็นรองแค่เกาหลีใต้
สำหรับกรณีของหนี้ครัวเรือนประเทศไทย อาจจะแตกต่างจากเกาหลีใต้ในสองประเด็นหลัก อย่างแรกคือไทยเป็นประเทศที่หนี้ครัวเรือนสูงเป็นอันดับต้นๆ เป็นรองเพียงเกาหลีใต้เท่านั้นในเอเชียแต่ถึงแม้หนี้ครัวเรือนของไทยจะเป็นรองเพียงเกาหลีใต้ แต่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่ำกว่าเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจโตไม่ทันที่จะช่วยลดอัตราส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี
ส่วนประเด็นที่สองคือ อัตราส่วนหนี้อยู่ที่ 88.2% ของจีดีพีในไตรมาสที่สองของปีนี้ ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยสินเชื่อเพื่อการบริโภคเช่นสินเชื่อจากบัตรเครดิต ซึ่งเป็นลักษณะการก่อหนี้ที่ไม่ดีมากนักเพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้ในอนาคตโดยเป็นการใช้แล้วหมดไป ซึ่งต่างจากเกาหลีใต้ตรงที่หนี้ส่วนใหญ่มาจากที่อยู่อาศัย





