คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเห็นชอบข้อมติสหรัฐ รับรองแผนการประธานาธิบดีทรัมป์ยุติสงครามในกาซา ให้อำนาจกองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน เมื่อวันจันทร์ (17 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เห็นชอบข้อมติแผนการยุติสงครามกาซา ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากอิสราเอลและฮามาส เห็นชอบแผนการกาซา 20 ข้อของทรัมป์ในเฟสแรกไปก่อนแล้ว แต่การมีข้อมติยูเอ็นถือเป็นความชอบธรรมสำคัญในการมีองค์กรปกครองกาซาช่วงเปลี่ยนผ่าน และสร้างความมั่นใจอีกครั้งให้กับนานาประเทศที่กำลังพิจารณาส่งทหารเข้าไปในกาซา
ข้อมติระบุว่า รัฐสมาชิกสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการสันติภาพนำโดยทรัมป์ รับหน้าที่เป็นองค์กรเปลี่ยนผ่านดูแลการบูรณะและฟื้นฟูเศรษฐกิจกาซา, อนุญาตให้มีกองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติเพื่อกระบวนการปลอดทหาร เช่น การปลดอาวุธและทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร
ขณะที่ฮามาสเคยแถลงย้ำว่า จะไม่ปลดอาวุธ และโต้แย้งว่า การต่อสู้กับอิสราเอลเป็นการต่อต้านอันชอบธรรม จึงเป็นไปได้ว่า ฮามาสอาจต้องเผชิญกับกองกำลังนานาชาติที่ตั้งขึ้นตามข้อมตินี้
เมื่อยูเอ็นเอสซีรับข้อมติ ฮามาสออกแถลงการณ์ ระบุ
“ข้อมติดังกล่าวได้กำหนดกลไกผู้ปกครองระหว่างประเทศเหนือฉนวนกาซา ซึ่งประชาชนของเราและกลุ่มต่าง ๆ ของพวกเขาปฏิเสธ”
ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็นกล่าวว่า ข้อมติดังกล่าว ที่มีแผน 20 ข้อของทรัมป์เป็นภาคผนวก “ได้กำหนดเส้นทางที่เป็นไปได้สำหรับการกำหนดชะตากรรมของชาวปาเลสไตน์ด้วยตนเองที่ซึ่งจรวดจะถูกแทนที่ด้วยช่อมะกอก และมีโอกาสที่จะตกลงกันในขอบเขตทางการเมือง” วอลซ์กล่าวต่อยูเอ็นเอสซีก่อนการลงมติว่า “มันเป็นการรื้อถอนการยึดครองของฮามาสทำให้แน่ใจว่ากาซาจะลุกขึ้นมาเป็นอิสระจากเงามืดของการก่อการร้าย มั่งคั่งและปลอดภัย”
รัสเซีย ซึ่งมีสิทธิยับยั้งในคณะมนตรีความมั่นคง ก่อนหน้านี้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะต่อต้านมตินี้ แต่ก็ได้งดออกเสียงในการลงคะแนนทำให้อนุญาตให้มติดังกล่าวผ่านไปได้ จีนก็งดออกเสียงเช่นกัน
องค์การบริหารปาเลสไตน์ (พีเอ) ออกแถลงการณ์ยินดีกับข้อมติกล่าวว่าพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการนำไปปฏิบัติ เหล่านักการทูตกล่าวว่าการรับรองมติของพีเอเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นกุญแจสำคัญป้องกันไม่ให้รัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง
‘เส้นทาง’ สู่การเป็นรัฐ
ข้อมติดังกล่าวได้สร้างความขัดแย้งในอิสราเอลเนื่องจากมีการอ้างถึงความเป็นไปได้ในการมีรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต
ข้อมติระบุว่า
“ในที่สุดเงื่อนไขต่างๆ อาจพร้อมสำหรับเส้นทางที่น่าเชื่อถือสู่การกำหนดชะตากรรมของตนเองและความเป็นรัฐของปาเลสไตน์” เมื่อพีเอดำเนินการปฏิรูปและการฟื้นฟูบูรณะกาซาคืบหน้า
“สหรัฐอเมริกาจะจัดการเจรจาระหว่างอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์เพื่อตกลงกันในขอบเขตทางการเมืองสำหรับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและมั่งคั่ง”
ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสมาชิกฝ่ายขวาในรัฐบาลของเขา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (16 พ.ย.) ว่าอิสราเอลยังคงคัดค้านรัฐปาเลสไตน์และให้คำมั่นว่าจะปลดอาวุธกาซา “ไม่ว่าจะด้วยวิธีง่ายหรือยากก็ตาม”





