ญี่ปุ่นพยายามระงับความขัดแย้งกับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะในประเด็นไต้หวัน ที่ส่งผลให้ปักกิ่งต้องเรียกร้องพลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทาง
สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างรายงานข่าวจากสื่อญี่ปุ่นว่า นายมาซาอากิ คาไน อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย กระทรวงการต่างประเทศ จะพบกับนายหลิว จินซง อธิบดีกรมเอเชียของจีน ในกรุงปักกิ่งสัปดาห์นี้ คาดว่าจะไปอธิบายว่า ความคิดเห็นของ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลง นโยบายความมั่นคงญี่ปุ่น และเรียกร้องให้จีนงดเว้นจากการกระทำที่สร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อความสัมพันธ์
ไต้หวัน นั้นตั้งอยู่ห่างจากหมู่เกาะทางตะวันตกสุดของญี่ปุ่นเพียง 110 กม.และอยู่ใกล้เส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่โตเกียวต้องพึ่งพาสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซ ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นที่ตั้งของ กองกำลังทหารสหรัฐ จำนวนมากที่สุดนอกประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามในการแถลงข่าวประจำวันถึงการเยือนจีนของนายคาไน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ระบุ
"ช่องทางการสื่อสารต่างๆ เปิดอยู่" และว่า คำเตือนการเดินทางของจีนนั้น "ไม่สอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ในวงกว้างที่เอื้อประโยชน์ร่วมกัน เราได้ยื่นคำร้องอย่างหนักแน่นให้ฝ่ายจีนดำเนินมาตรการที่เหมาะสม”
ข้อพิพาท จีน-ญี่ปุ่น ระบุขึ้น หลัง นายกฯ ทาคาอิจิ แจ้งต่อสภาเมื่อหลายวันก่อนว่า การโจมตีไต้หวัน ของจีนถือเป็นภัยคุกคามการอยู่รอดที่ญี่ปุ่นอาจต้องตอบโต้ด้วยการใช้กำลังทหาร ซึ่งฉากทัศน์นี้รัฐบาลโตเกียวเลี่ยงพูดถึงออกสื่อเพราะไม่อยากยั่วยุปักกิ่งที่อ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีของพรรคคอมมิวนิสต์ฉบับวันจันทร์ (17 พ.ย.) ระบุว่า
“คำพูดที่อันตรายของทาคาอิจิ ซึ่งกระทบกระเทือนจิตใจของทุกฝ่าย ไม่ได้เป็นเพียงความประมาททางยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการยั่วยุโดยเจตนาด้วย”
อย่างไรก็ตาม ทาคาอิจิอาจมีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียงของจีนในปลายสัปดาห์นี้ เนื่องจากคาดว่าทั้งสองคนจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม G20 ที่แอฟริกาใต้ตั้งแต่วันศุกร์ (21 พ.ย.)
ด้าน ประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ของไต้หวันกล่าวกับผู้สื่อข่าวในนิวไทเปว่าจีนกำลังโจมตีญี่ปุ่นในหลายแนว
“ผมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดต่อไป และขอเรียกร้องให้จีนใช้ความยับยั้งชั่งใจและแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับการเป็นมหาอำนาจ มากกว่าเป็นผู้สร้างปัญหาต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค”
นายทาคาฮิเดะ คิอุจิ นักเศรษฐศาสตร์บริหารของสถาบันวิจัยโนมูระกล่าวว่า หากความขัดแย้งนี้ยืดเยื้อ นักท่องเที่ยวจีนลดลงราว 25% เท่ากับในปี 2012 ตอนมีข้อพิพาทเรื่องหมู่เกาะเซ็นกากุที่จีนเรียกว่าหมู่เกาะเตี้ยวหยูอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
“หากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมากขนาดนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะชะลอตัวลงมากกว่าครึ่งหนึ่งของการเติบโตประจำปีปกติ" นายคิอุจิกล่าว
ขณะเดียวกันหุ้นที่อ่อนไหวต่อการท่องเที่ยวในตลาดโตเกียวราคาลดลงรับข่าวหุ้นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าอิเซตัน มิตสึโคชิ (Isetan Mitsukoshi) ลดลงมากกว่า 10% ในการซื้อขายช่วงต้น และ เจแปนแอร์ไลน์ ลดลงมากกว่า 4.4%





