ประธานาธิบดีทรัมป์ เผย อาจเปิดโอกาสหารือกับ มาดูโร ผู้นำของเวเนซุเอลา ปมโจมตีเรือขนยาเสพติดในแคริบเบียน ชี้ ฝ่ายเวเนฯ อยากคุย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (16 พ.ย.) ว่า รัฐบาลอาจเปิดโอกาสการเจรจากับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารที่เข้มข้นขึ้นในทะเลแคริบเบียน
“เราอาจจะมีการหารือกับมาดูโร และเราจะรอดูว่าผลจะเป็นอย่างไร” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่เวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงวอชิงตัน “พวกเขาอยากพูดคุย”
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเจรจา แต่ว่าเขาชี้ว่าจะยังคงกดดันรัฐบาลมาดูโรต่อไป
“เรากำลังยับยั้งการค้ายาเสพติดและยาเสพติด ไม่ให้เข้ามาในประเทศของเรา” ทรัมป์ย้ำ
ด้านกระทรวงการสื่อสารของเวเนซุเอลายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในทันที
ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะกำหนดให้องค์กรค้ายาเสพติด Cartel de los Solesเป็น “องค์กรก่อการร้ายต่างชาติ” ถือเป็นความผิดทางอาญาหากบุคคลใดก็ตามในสหรัฐให้การสนับสนุนแก่กลุ่มดังกล่าว
เจ้าหน้าที่สหรัฐได้กล่าวหา Cartel de los Soles ร่วมมือกับองค์กรอาชญากรรม Tren de Aragua เพื่อส่งยาเสพติดไปยังสหรัฐ
รัฐบาลทรัมป์เองก็กล่าวหาว่ามาดูโรเป็นผู้นำ Cartel de los Soles ซึ่งเขาปฏิเสธ
ในการปราบปราบการขนส่งยาเสพติด กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ส่งเรือรบ เครื่องบินขับไล่ และเรือดำน้ำนิวเคลียร์ไปยังแคริบเบียน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังพิจารณาใช้มาตรการทางทหารต่อรัฐบาลมาดูโร
ความเป็นไปได้ของการหารือกันระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลามีขึ้นขณะนี้เพนตากอนประกาศว่า เพิ่งโจมตีเรือขนยาเสพติดในแปซิฟิกตะวันออก เมื่อวันเสาร์ (15 พ.ย.) ส่งลผให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย
กองบัญชาการทางใต้ของสหรัฐ โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า หน่วยข่าวกรองยืนยันว่าเรือที่ถูกโจมตีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดผิดกฎหมาย โดยแล่นผ่านเส้นทางค้ายาเสพติดที่รู้จักกันดี และบรรทุกยาเสพติด ประกาศดังกล่าวระบุด้วยว่า เรือดังกล่าวอยู่ในน่านน้ำสากลขณะถูกกองกำลังเฉพาะกิจร่วมเซาเทิร์น สเปียร์โจมตี
การโจมตีดังกล่าวเป็นการโจมตีเรือขนยาเสพติดครั้งที่ 21 ของกองทัพสหรัฐ รับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ซึ่งกองทัพบอกว่าเป็นความพยายามชอบธรรมในการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐ การโจมตีเหล่านั้นสังหารผู้คนไปแล้วมากกว่า 80 ราย
สมาชิกรัฐสภาสหรัฐ กลุ่มสิทธิมนุษยชน และพันธมิตรของสหรัฐ ได้ตั้งคำถามถึงความถูกต้องตามกฎหมายของการโจมตี แต่รัฐบาลทรัมป์ระบุว่าพวกเขามีอำนาจตามกฎหมายในการโจมตี ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้ให้ความเห็นทางกฎหมายที่สนับสนุนการกระทำดังกล่าว และโต้แย้งว่าบุคลากรทางทหารของสหรัฐที่ปฏิบัติการดังกล่าวได้รับความคุ้มครองจากการถูกดำเนินคดี





