วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'ทรัมป์' เผย อาจเปิดโอกาสหารือกับ 'ผู้นำเวเนซุเอลา' ปมโจมตีเรือขนยาเสพติด

'ทรัมป์' เผย อาจเปิดโอกาสหารือกับ 'ผู้นำเวเนซุเอลา' ปมโจมตีเรือขนยาเสพติด

ประธานาธิบดีทรัมป์ เผย อาจเปิดโอกาสหารือกับ มาดูโร ผู้นำของเวเนซุเอลา ปมโจมตีเรือขนยาเสพติดในแคริบเบียน ชี้ ฝ่ายเวเนฯ อยากคุย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (16 พ.ย.) ว่า รัฐบาลอาจเปิดโอกาสการเจรจากับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารที่เข้มข้นขึ้นในทะเลแคริบเบียน

“เราอาจจะมีการหารือกับมาดูโร และเราจะรอดูว่าผลจะเป็นอย่างไร” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่เวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงวอชิงตัน “พวกเขาอยากพูดคุย”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเจรจา แต่ว่าเขาชี้ว่าจะยังคงกดดันรัฐบาลมาดูโรต่อไป

“เรากำลังยับยั้งการค้ายาเสพติดและยาเสพติด ไม่ให้เข้ามาในประเทศของเรา” ทรัมป์ย้ำ

ด้านกระทรวงการสื่อสารของเวเนซุเอลายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในทันที

ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะกำหนดให้องค์กรค้ายาเสพติด Cartel de los Solesเป็น “องค์กรก่อการร้ายต่างชาติ” ถือเป็นความผิดทางอาญาหากบุคคลใดก็ตามในสหรัฐให้การสนับสนุนแก่กลุ่มดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สหรัฐได้กล่าวหา Cartel de los Soles ร่วมมือกับองค์กรอาชญากรรม Tren de Aragua เพื่อส่งยาเสพติดไปยังสหรัฐ

รัฐบาลทรัมป์เองก็กล่าวหาว่ามาดูโรเป็นผู้นำ Cartel de los Soles ซึ่งเขาปฏิเสธ

ในการปราบปราบการขนส่งยาเสพติด กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ส่งเรือรบ เครื่องบินขับไล่ และเรือดำน้ำนิวเคลียร์ไปยังแคริบเบียน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังพิจารณาใช้มาตรการทางทหารต่อรัฐบาลมาดูโร

ความเป็นไปได้ของการหารือกันระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลามีขึ้นขณะนี้เพนตากอนประกาศว่า เพิ่งโจมตีเรือขนยาเสพติดในแปซิฟิกตะวันออก เมื่อวันเสาร์ (15 พ.ย.) ส่งลผให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

กองบัญชาการทางใต้ของสหรัฐ โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า หน่วยข่าวกรองยืนยันว่าเรือที่ถูกโจมตีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดผิดกฎหมาย โดยแล่นผ่านเส้นทางค้ายาเสพติดที่รู้จักกันดี และบรรทุกยาเสพติด ประกาศดังกล่าวระบุด้วยว่า เรือดังกล่าวอยู่ในน่านน้ำสากลขณะถูกกองกำลังเฉพาะกิจร่วมเซาเทิร์น สเปียร์โจมตี

การโจมตีดังกล่าวเป็นการโจมตีเรือขนยาเสพติดครั้งที่ 21 ของกองทัพสหรัฐ รับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ซึ่งกองทัพบอกว่าเป็นความพยายามชอบธรรมในการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐ การโจมตีเหล่านั้นสังหารผู้คนไปแล้วมากกว่า 80 ราย

สมาชิกรัฐสภาสหรัฐ กลุ่มสิทธิมนุษยชน และพันธมิตรของสหรัฐ ได้ตั้งคำถามถึงความถูกต้องตามกฎหมายของการโจมตี แต่รัฐบาลทรัมป์ระบุว่าพวกเขามีอำนาจตามกฎหมายในการโจมตี ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้ให้ความเห็นทางกฎหมายที่สนับสนุนการกระทำดังกล่าว และโต้แย้งว่าบุคลากรทางทหารของสหรัฐที่ปฏิบัติการดังกล่าวได้รับความคุ้มครองจากการถูกดำเนินคดี